arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · เจตสิกทุกะ

ปฏิจจวาร เล่ม ๔๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๗๙–๘๗ (Royal Thai)1/4 in เจตสิกทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

เหตุ

๕๗. เจตสิกทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ เจตสิกทุกะ ปฏิจจวาร (Royal Thai Volume 43 · Mahachula Volume 43 · Mahamakut Volume 89 · Chaloem Phrakiat Volume 43)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 43, pp. 34–39 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 43, pp. 52–60

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. เจตสิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑

เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. เจตสิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตญฺจ กฏตฺตา จ รูปํ. (๒) เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. เจตสิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ จิต และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ จิตและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น เจตสิกเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. จิตฺตํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. จิตฺตํ ปฏิจฺจ วตฺถุ. วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ. เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. กฏตฺตารูปํ. อุปาทารูปํ. (๑)

อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ เจตสิกา ขนฺธา. (๒)

อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตญฺจ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป อาศัยจิตเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... อาศัยจิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นเจตสิกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... อาศัยจิต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์อาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ (๑) วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ (๑)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. เจตสิเก ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. เจตสิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิเก ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิเก ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตํ. (๒)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ. เทฺว ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เอโก ขนฺโธ จิตฺตญฺจ. (๓)

Footnotes (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. 1ฉ.ม. อยํ สทฺโท น ทิสฺสติ.
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็น เจตสิกเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและ อาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก อาศัยจิตและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกและอาศัยจิต เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น

ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ จิตอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและ ที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและ อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารมฺมณ เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. เจตสิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)

เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. เจตสิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๒)

เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา. เจตสิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ. เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ อารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น ... อาศัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ อารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ. (๑)

อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ เจตสิกา ขนฺธา. (๒)

อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตญฺจ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา. (๓)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ (๑)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิเก ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตํ. (๒)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อารมฺมณปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. จิตฺตญฺจ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ อารัมมณปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่เป็นเจตสิกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ จิตและสัมปยุตตขันธ์อาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและ อาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ จิตอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิก และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและ ที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ และ จิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อธิปติ เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อธิปติปจฺจยา. (สงฺขิตฺตํ.) ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อธิปติปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ อธิปติปัจจัย (ย่อ)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ เหตุยา นว, อารมฺมเณ นว, อธิปติยา นว, อนนฺตเร นว, สมนนฺตเร นว, สหชาเต นว, อญฺญมญฺเญ นว, นิสฺสเย นว, อุปนิสฺสเย นว, ปุเรชาเต ปญฺจ, อาเสวเน ปญฺจ, กมฺเม นว, (สพฺพตฺถ นว.) อวิคเต นว. _____ ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๑. วิภงฺควาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ

อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ

อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ

อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ

สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ

สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ

นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ

อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ

ปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ

อาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ

กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ

(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)

อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นเหตุ เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)

เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุเก เจตสิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๒)

เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร

นเหตุปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นเจตสิกเกิดขึ้น ... อาศัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วย อุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นเจตสิกเกิดขึ้น ใน ปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ จิต และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นเจตสิกเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วตฺถุ. วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตํ. เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ (๑)

อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺ-ปยุตฺตกา ขนฺธา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ เจตสิกา ขนฺธา. วิจิกิจฺฉาสหคตํ อุทฺธจฺจสหคตํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๒) อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ จิตฺตํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ จิตฺตญฺจ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยจิตเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตอาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สําหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตที่เป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ สัมปยุตตขันธ์อาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่เป็นเจตสิกอาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยจิตที่ สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตที่เป็น อเหตุกะเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปอาศัย จิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ จิตและสัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุเก เจตสิเก ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. อเหตุเก เจตสิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิเก ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิเก ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตํ. (๒)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ เจตสิโก จ อเจตสิโก จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา กฏตฺตา จ รูปํ. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ เจตสิกํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา จิตฺตญฺจ. เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็น เจตสิกเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็น เจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยจิต เกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิก

เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นเจตสิก และอาศัยจิตเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นเจตสิกและอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิก และอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิก และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ จิตอาศัยขันธ์ที่เป็น เจตสิกและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและ ที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งเป็นเจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็น อเหตุกะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเจตสิกและ อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นอารมฺมณ เจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา. เจตสิเก ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑) อเจตสิกํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา. จิตฺตํ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (ยาว อสญฺญสตฺตา.) (๑)

เจตสิกญฺจ อเจตสิกญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อเจตสิโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา. เจตสิเก ขนฺเธ จ จิตฺตญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. เจตสิเก ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. (ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺวปิ กาตพฺพา. สงฺขิตฺตํ.) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

นอารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น เพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกอาศัยสภาวธรรมที่เป็นเจตสิกและที่ไม่เป็นเจตสิก เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกและ อาศัยจิตเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นเจตสิกและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเข้าทั้ง ๒ วาระ ย่อ)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ นเหตุยา นว, นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว, นอนนฺตเร ตีณิ, นสมนนฺตเร ตีณิ, นอญฺญมญฺเญ ตีณิ, นอุปนิสฺสเย ตีณิ, นปุเรชาเต นว, นปจฺฉาชาเต นว, นอาเสวเน นว, นกมฺเม จตฺตาริ, นวิปาเก นว, นอาหาเร เอกํ, นอินฺทฺริเย เอกํ, นฌาเน ฉ, นมคฺเค นว, นสมฺปยุตฺเต ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต ฉ, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ

นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ

นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ

นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ

นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ

นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ

นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ

นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย มี ๖ วาระ

นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ

โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ

โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว. (สงฺขิตฺตํ.)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ (ย่อ)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว, อนนฺตเร นว ฯเปฯ ปุเรชาเต ปญฺจ, อาเสวเน ปญฺจ, กมฺเม นว, (สพฺพตฺถ นว.) มคฺเค ตีณิ ฯเปฯ อวิคเต นว. (สหชาตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส.) _____ ๕๗. เจตสิกทุก ๓. ปจฺจยวาร ๑. ปจฺจยานุโลม ๑. วิภงฺควาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ

อนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ

ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

อาเสวนปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ

กัมมปัจจัย ” มี ๙ วาระ

(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)

มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ

อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ

(สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)

End of ปฏิจจวาร