พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สวิตักกทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๕๖–๖๗๐ (Royal Thai)4/4 in สวิตักกทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ สวิตักกทุกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 43 · Mahachula Volume 43 · Mahamakut Volume 89 · Chaloem Phrakiat Volume 43)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 43, pp. 525–541
ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาร
ในนปัจฉาชาตปัจจัย " ๖ "
ในนอาเสวนปัจจัย " ๖ "
ในนกัมมปัจจัย " ๔ "
ในนวิปากปัจจัย " ๖ "
ในนฌานปัจจัย " ๑ "
ในนมัคคปัจจัย " ๖ "
ในนวิปปยุตตปัจจัย " ๖ "
จบ ปัจจนียะ
(การนับ ๒ วารนอกนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี ก็พึงทำอย่างนี้)
๘๗. สวิตักกทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลมะ ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๖๕๖} [๑๑๖] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดย เหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งมีวิตก เป็นปัจจัยแก่วิตกและจิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (พึงทำตามมูลบท) สภาวธรรมที่เป็นเหตุ ซึ่งมีวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย วิตกและจิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
อารัมมณปัจจัย
{๖๕๗} [๑๑๗] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดย อารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่มีวิตก ขันธ์ที่มีวิตกจึงเกิดขึ้น (พึงทำตามมูลบท) เพราะปรารภขันธ์ที่มีวิตก ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น (พึงทำตามมูลบท) เพราะปรารภขันธ์ที่มีวิตก ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น (๓)
![๑๑๘] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌานที่ไม่มีวิตกแล้ว พิจารณาฌานที่ไม่มีวิตก ออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ออกจากผล แล้วพิจารณาผลพิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรคผลที่ไม่มี วิตกและวิตกโดยอารัมมณปัจจัย เห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มี วิตกและวิตกโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดีเพลิดเพลิน เพราะ ปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้นวิตกจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพยโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่ไม่มีวิตก ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะ ... อากิญจัญญายตนะ
... รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะ ... ขันธ์ที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณและวิตกโดยอารัมมณปัจจัยเพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตก และวิตก ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยอารัมมณ ปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌานที่ไม่มีวิตก ... ออกจากมรรค ... ออกจากผลแล้วพิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่
โคตรภู โวทาน มรรค ผลที่มีวิตก อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย เห็น แจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น ราคะ ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตก ขันธ์ที่มีวิตกจึงเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌานที่ไม่มีวิตก ... ออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ออกจากผลแล้วพิจารณาผล พิจารณา นิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลที่มีวิตก อาวัชชนะและวิตกโดยอารัมมณปัจจัย เห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ ไม่มีวิตกและวิตกโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้นขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น เพราะปรารภขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตก ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น (๓)![๑๑๙] สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ มีวิตกโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ที่มีวิตกและวิตก ขันธ์ที่มี วิตกจึงเกิดขึ้น (พึงทำตามมูลบท) เพราะปรารภขันธ์ที่มีวิตกและวิตก ขันธ์ ที่ไม่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น (พึงทำตามมูลบท) เพราะปรารภขันธ์ที่มีวิตก และวิตก ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น (๓)
อธิปติปัจจัย
{๖๕๘} [๑๒๐] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดย อธิปติปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย ที่เป็น อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่มีวิตกให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ขันธ์ที่มีวิตกจึงเกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรม ที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย ที่เป็น อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำขันธ์ทั้งหลายที่มีวิตกให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่นวิตกจึงเกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรม ที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำขันธ์ที่มีวิตกให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายวิตกและ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)
![๑๒๑] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌานที่ไม่มี วิตก ... ออกจากมรรค ... ออกจากผลแล้วพิจารณาผลทำให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ผลที่ไม่มีวิตกและวิตกโดยอธิปติปัจจัย เห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น ที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรม ที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจาก ฌานที่ไม่มีวิตก ... ออกจากมรรค ... ออกจากผลแล้วพิจารณาผลทำให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลที่มีวิตกโดยอธิปติปัจจัย เห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกทำให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่นแล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ... ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น เพราะทำขันธ์ที่ไม่มีวิตก และวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีวิตกจึงเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอริยะ ทั้งหลายออกจากฌานที่ไม่มีวิตก ... ออกจากมรรค ... ออกจากผลแล้วพิจารณา ผลทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพานทำให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลที่มีวิตก และวิตกโดยอธิปติปัจจัย เห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและ วิตกทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความ ยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ... ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น เพราะทำขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ขันธ์ที่มี วิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น (๓)สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตก โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ เพราะทำ ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีวิตกจึงเกิดขึ้น (พึงทำตามมูลบท) เพราะทำขันธ์ที่มีวิตกและวิตกให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตกจึงเกิดขึ้น (พึงทำตามมูลบท) เพราะทำขันธ์ที่มีวิตกและวิตกให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น (๑)
อนันตราทิปัจจัย
{๖๕๙} [๑๒๒] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดย อนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกที่ เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่อุปบัติจิตที่ไม่มีวิตกโดย อนันตรปัจจัย อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณโดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีวิตกโดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งทุติยฌาน เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌานโดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งตติยฌาน ... บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... บริกรรมแห่งทิพยจักษุ ... บริกรรมแห่งทิพยโสตธาตุ ... บริกรรมแห่งอิทธิวิธญาณ
... บริกรรมแห่งเจโตปริยญาณ ... บริกรรมแห่งปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ... บริกรรมแห่งยถากัมมูปคญาณ เป็นปัจจัยแก่ยถากัมมูปคญาณ ... บริกรรมแห่งอนาคตังสญาณ เป็นปัจจัยแก่อนาคตังสญาณโดยอนันตรปัจจัย โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตก โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรคที่ไม่มีวิตก อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีวิตก โดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตก ที่เกิดหลัง ๆ และวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๓)
![๑๒๓] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยอนันตรปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่วิตกที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่มีวิตกที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตก ...
ผลที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลที่ไม่มีวิตก ... เนวสัญญานาสัญญายตนะของ พระอนาคามีหรือพระอรหันต์ผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มี วิตกโดยอนันตรปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยอนันตรปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่อุปบัติจิตที่มีวิตก ... ภวังค์ที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ ... ขันธ์ที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่มีวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอนันตรปัจจัย คือ วิตกที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิด หลัง ๆ และวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๓)
![๑๒๔] สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ มีวิตกโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดก่อน ๆ และวิตก เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดก่อน ๆ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ วิตกที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่มีวิตกและวิตก เป็นปัจจัยแก่ อุปบัติจิตที่ไม่มีวิตก ... อาวัชชนะและวิตก เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ ... ขันธ์ที่มีวิตกและวิตก เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่มีวิตกโดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งทุติยฌานและวิตก ... (ข้อความที่เขียนไว้แล้วข้างต้นพึงเห็นโดยวิธีนี้) อนุโลมและวิตก เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่มีวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตก และที่ไม่มีวิตกโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดก่อน ๆ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกที่เกิดหลัง ๆ และวิตกโดยอนันตรปัจจัย (๓)
เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วาร
เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาร
อุปนิสสยปัจจัย
{๖๖๐} [๑๒๕] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยอุป นิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีวิตก เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงทำตามมูลบท) ขันธ์ที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงทำตามมูลบท) ขันธ์ ที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
![๑๒๖] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูป นิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคล อาศัยศรัทธาที่ไม่มีวิตกแล้วทำฌานที่ไม่มีวิตกให้เกิดขึ้น ทำมรรค ... ทำ อภิญญา ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น อาศัยศีลที่ไม่มีวิตก ... ปัญญา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะ ... วิตกแล้วทำฌานที่ไม่มีวิตกให้เกิดขึ้น ทำมรรค ... ทำอภิญญา ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาที่ไม่มีวิตก ... เสนาสนะ และวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่มีวิตก ... ปัญญา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... มรรคที่ไม่มีวิตก ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยอุปนิสสย ปัจจัย (อุปนิสสยปัจจัยแม้ทั้ง ๓ ก็พึงทำไว้ในทุก ๆ แห่ง) คือ บุคคลอาศัย ศรัทธาที่ไม่มีวิตกแล้วให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว ทำฌานที่มี วิตก ... ทำวิปัสสนา ... ทำมรรค ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่มีวิตก ... เสนาสนะ ... วิตกแล้วให้ทาน ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น
ฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่ไม่มีวิตก ... เสนาสนะและวิตก เป็นปัจจัย แก่ศรัทธาที่มีวิตก ... ปัญญา ... ราคะ ... ความปรารถนา ... มรรคที่มีวิตก ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอุปนิสสยปัจจัย คือ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่มีวิตกแล้วให้ทาน ... (บทที่เขียนไว้ในทุติยวารก็พึงทำให้ครบทุกบท) ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะถือทิฏฐิ อาศัยศีล ... ปัญญา ... เสนาสนะ ... วิตกแล้วให้ทาน ... ฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่ไม่มีวิตก ... เสนาสนะและวิตก เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ที่มีวิตก ... ปัญญา ... ราคะ ... ความปรารถนา ... มรรคที่มีวิตก ... ผลสมาบัติและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)[๑๒๗] สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ มีวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ที่มีวิตกและวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มี วิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงทำตามมูลบท) ขันธ์ที่มีวิตกและวิตก เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงทำตามมูลบท) ขันธ์ ที่มีวิตกและวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
ปุเรชาตปัจจัย
{๖๖๑} [๑๒๘] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาต ปัจจัย ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ โดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... . ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดี เพลิดเพลินนั้น วิตกจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ... โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่มีวิตกและวิตกโดยปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุโดยความ เป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลิน นั้น ขันธ์ที่มีวิตกจึงเกิดขึ้น ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกโดยปุเรชาตปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาต ปัจจัย ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ... หทัย วัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความ ยินดีเพลิดเพลินนั้น ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)
ปัจฉาชาตปัจจัยและอาเสวนปัจจัย
{๖๖๒} [๑๒๙] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดย ปัจฉาชาตปัจจัย (ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาร) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาร
กัมมาทิปัจจัย
{๖๖๓} [๑๓๐] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยกัมมปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย ที่เป็น สหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ทั้งหลายที่มีวิตกโดยกัมมปัจจัย (มี ๔ วารด้วยประการฉะนี้ ทั้งสหชาตกัมมปัจจัย ทั้งนานาขณิกกัมมปัจจัย ก็พึงทำ)
เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๔ วาร เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย มี ๔ วาร เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาร
{๖๖๔} [๑๓๑] สภาวธรรมที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดย วิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตต ปัจจัย (ย่อ) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยวิปปยุตต ปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาต วิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่วิตกและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ที่ เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิตกและ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ)
อัตถิอาทิปัจจัย
{๖๖๕} [๑๓๒] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดย อัตถิปัจจัย มี ๑ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย (ย่อ)
สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย (ย่อ)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย (ย่อ)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ที่เป็น สหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ วิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ วิตก เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต ขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัยในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัย แก่วิตกและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... ยินดี เพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินนั้น วิตกและสัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่วิตกและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย (๓)![๑๓๓] สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ มีวิตกโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและวิตก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ... ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ... (ในปฏิสนธิขณะ แม้สหชาตอัตถิปัจจัย ก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๑)
สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาต อัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีวิตกและวิตก เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดย อัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีวิตกและหทัยวัตถุ เป็น ปัจจัยแก่วิตกโดยอัตถิปัจจัย (ในปฏิสนธิขณะ มี ๓ วาร) ที่เป็นปัจฉาชาต อัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีวิตกและวิตก เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีวิตก วิตกและ
กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิ ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีวิตก วิตกและรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและ ที่ไม่มีวิตกโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาต อัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและวิตกเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ... ที่เป็น สหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และวิตกโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ... (แม้ในปฏิสนธิก็มี ๒ วาร) (๓)
เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย
๑.ปัจจยานุโลมะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๖๖๖} [๑๓๔] ในเหตุปัจจัย มี ๔ วาร
ในอารัมมณปัจจัย " ๙ "
ในอธิปติปัจจัย มี ๙ วาร
ในอนันตรปัจจัย " ๙ "
ในสมนันตรปัจจัย " ๙ "
ในสหชาตปัจจัย " ๙ "
ในอัญญมัญญปัจจัย " ๙ "
ในนิสสยปัจจัย " ๙ "
ในอุปนิสสยปัจจัย " ๙ "
ในปุเรชาตปัจจัย " ๓ "
ในปัจฉาชาตปัจจัย " ๓ "
ในอาเสวนปัจจัย " ๙ "
ในกัมมปัจจัย " ๔ "
ในวิปากปัจจัย " ๙ "
ในอาหารปัจจัย " ๔ "
ในอินทริยปัจจัย " ๔ "
ในฌานปัจจัย " ๙ "
ในมัคคปัจจัย " ๙ "
ในสัมปยุตตปัจจัย " ๖ "
ในวิปปยุตตปัจจัย " ๕ "
ในอัตถิปัจจัย " ๙ "
ในนัตถิปัจจัย " ๙ "
ในวิคตปัจจัย " ๙ "
ในอวิคตปัจจัย " ๙ "
จบ อนุโลมะ
๒. ปัจจนียุทธาระ
{๖๖๗} [๑๓๕] สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยอารัมมณ ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็น ปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสย ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๓)
![๑๓๖] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสย ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็น ปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริย ปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยอารัมมณ ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสย ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)
[๑๓๗] สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ มีวิตกโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสย ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัยสภาวธรรมที่มีวิตกและที่ไม่มีวิตก เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตก และที่ไม่มีวิตกโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
{๖๖๘} [๑๓๘] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในนอารัมมณปัจจัย " ๙ "
(ในทุก ๆ ปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาร)
ในนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาร
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
{๖๖๘} [๑๓๙] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาร …
ในนสมนันตรปัจจัย " " ๔ "
ในนอัญญมัญญปัจจัย " " ๒ "
ในนอุปนิสสยปัจจัย " " ๔ " …
ในนสัมปยุตตปัจจัย " " ๒ "
ในนวิปปยุตตปัจจัย " " ๔ "
ในโนนัตถิปัจจัย " " ๔ "
ในโนวิคตปัจจัย " " ๔ "
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลมะ
{๖๗๐} [๑๔๐] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในอธิปติปัจจัย " " ๙ "
(พึงขยายแม่บทให้พิสดารไปตามลำดับ) ...
ในอวิคตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
จบ สวิตักกทุกะ
๘๘. สวิจารทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
{๖๗๑} [๑๔๑] สภาวธรรมที่มีวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีวิจารเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิจารเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (สวิตักกทุกะฉันใด ก็พึงทำให้เหมือนกัน ฉันนั้นไม่มีข้อแตกต่างกัน ในมัคคปัจจัยในสวิจารทุกะนี้พึงทำให้เป็น ๔ วาร ในสวิจารทุกะ มีข้อแตกต่างกันอยู่เท่านี้)
จบ สวิจารทุกะ
End of ปัญหาวาร