arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · ผาสุวิหารวรรค

๖. อานันทสูตร เล่ม ๒๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๐๖ (Royal Thai)6/10 in ผาสุวิหารวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๖. อานันทสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ผาสุวิหารวรรค อานันทสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

เอกํ สมยํ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม ฯ อถโข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ กิตฺตาวตา นุ โข ภนฺเต ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา [๑]- สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา เอตฺตาวตาปิ โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา ปน ภนฺเต อญฺโญปิ ปริยาโย ยถา ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา อานนฺทาติ ๒ ภควา อโวจ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี เอตฺตาวตาปิ โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ

สิยา ปน ภนฺเต อญฺโญปิ ปริยาโย ยถา ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา อานนฺทาติ ภควา อโวจ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี อปฺปญฺญาโต จ โหติ เตน ๓ อปฺปญฺญาติเกน ๔ โน ปริตสฺสติ เอตฺตาวตาปิ โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา ปน ภนฺเต อญฺโญปิ ปริยาโย ยถา ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ

สิยา อานนฺทาติ ๑ ภควา อโวจ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี อปฺปญฺญาโต จ โหติ เตน อปฺปญฺญาติเกน โน ปริตสฺสติ จตุนฺนญฺจ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี เอตฺตาวตา ๒ โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา ปน ภนฺเต อญฺโญปิ ปริยาโย ยถา ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺยาติ ฯ สิยา อานนฺทาติ ภควา อโวจ ยโต โข อานนฺท ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ โน ปรํ อธิสีเล สมฺปวตฺตา อตฺตานุเปกฺขี จ โหติ โน ปรานุเปกฺขี อปฺปญฺญาโต จ โหติ เตน อปฺปญฺญาติเกน โน ปริตสฺสติ จตุนฺนญฺจ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี อาสวานญฺจ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ เอตฺตาวตา โข อานนฺท ภิกฺขุสงฺโฆ วิหรนฺโต ผาสุํ วิหเรยฺย ฯ อิมมฺหา จาหํ อานนฺท ผาสุวิหารา อญฺโญ ผาสุวิหาโร อุตฺตริตโร วา ปณีตตโร วา นตฺถีติ วทามีติ ฯ

๑ โป. ยุ. จ ฯ ๒ ม. สิยา อานนฺท ยโต โข ฯ ๓ ม. เตน จ ฯ

๔ ม. อปุปญฺญาตเกน ฯ อิโต ปรํ อีทิสเมว ฯ

๑ ม. สิยา อานนฺท ยโต โข ฯ ๒ ม. เอตฺตาวตาปิ ฯ

Royal Thai

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่โฆสิตารามใกล้เมืองโกสัมพี ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุก เพราะเหตุเท่าไรหนอแล ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลด้วยตนเอง ไม่ติเตียนผู้อื่นในเพราะอธิศีล แม้เพราะเหตุเท่านี้ ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุก ฯ

อ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปริยายแม้อื่นซึ่งเป็นเหตุให้ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุกพึงมีอยู่หรือ

พ. พึงมีอานนท์ แล้วตรัสต่อไปว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลด้วยตนเอง ไม่ติเตียนผู้อื่นในเพราะอธิศีล และเป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น แม้เพราะเหตุเท่านี้ ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุก ฯ

อ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปริยายแม้อื่นซึ่งเป็นเหตุให้ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุกพึงมีอยู่หรือ

พ. พึงมีอานนท์ แล้วตรัสต่อไปว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลด้วยตนเอง ไม่ติเตียนผู้อื่นในเพราะอธิศีล เป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น และเป็นผู้ไม่มีชื่อเสียง ย่อมไม่สะดุ้งเพราะความไม่มีชื่อเสียงนั้น แม้เพราะเหตุเท่านี้ ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุก ฯ

อ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปริยายแม้อื่นซึ่งเป็นเหตุให้ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุกพึงมีอยู่หรือ

พ. พึงมี อานนท์ แล้วตรัสต่อไปว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลด้วยตนเอง ไม่ติเตียนผู้อื่นในเพราะอธิศีล เป็นผู้ใส่ใจตนเอง ไม่ใส่ใจผู้อื่น เป็นผู้ไม่มีชื่อเสียงย่อมไม่สะดุ้งเพราะความไม่มีชื่อเสียงนั้น และเป็นผู้ได้ตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ซึ่งฌาน ๔ อันมีในจิตยิ่ง เป็นเครื่องอยู่สบายในปัจจุบัน แม้เพราะเหตุเท่านี้ ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุก ฯ

อ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ปริยายแม้อื่นซึ่งเป็นเหตุให้ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุกพึงมีอยู่หรือ

พ. พึงมี อานนท์ แล้วตรัสต่อไปว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีลด้วยตนเอง ไม่ติเตียนผู้อื่นในเพราะอธิศีล ฯลฯ เป็นผู้ได้ตามความปรารถนา ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก ซึ่งฌาน ๔ อันมีในจิตยิ่ง เป็นเครื่องอยู่สบายในปัจจุบัน และย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล ภิกษุสงฆ์พึงอยู่เป็นผาสุก ดูกรอานนท์ อนึ่งเราย่อมกล่าวได้ว่า ธรรมเครื่องอยู่เป็นผาสุกอย่างอื่น ที่ดีกว่าหรือประณีตกว่าธรรมเครื่องอยู่เป็นผาสุกเช่นนี้ ย่อมไม่มี ฯ

จบสูตรที่ ๖

End of ๖. อานันทสูตร