พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต · ทุติยปัณณาสก์
สุขวรรค เล่ม ๒๐
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๐๙–๓๒๑ (Royal Thai)2/5 in ทุติยปัณณาสก์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สุขวรรค (Royal Thai Volume 20 · Mahachula Volume 20 · Mahamakut Volume 33 · Chaloem Phrakiat Volume 20)
๖๓ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว คิหิสุขญฺจ ปพฺพชฺชาสุขญฺจ ๑ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ ปพฺพชฺชาสุขนฺติ ๒ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขของคฤหัสถ์ ๑สุขเกิดแต่บรรพชา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒อย่างนี้ สุขเกิดแต่บรรพชาเป็นเลิศ ฯ
๖๔ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว กามสุขญฺจ เนกฺขมฺมสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ เนกฺขมฺมสุขนฺติ ฯ
๑-๒ ม. ปพฺพชิตสุขญฺจ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ กามสุข ๑
เนกขัมมสุข ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้เนกขัมมสุขเป็นเลิศ ฯ
๖๕ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว อุปธิสุขญฺจ นิรุปธิสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ นิรุปธิสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขเจือกิเลส ๑สุขไม่เจือกิเลส ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขไม่เจือกิเลสเป็นเลิศ ฯ
๖๖ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สาสวญฺจ สุขํ อนาสวญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อนาสวสุขนฺติ ๑ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขมีอาสวะ ๑
สุขไม่มีอาสวะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้สุขไม่มีอาสวะเป็นเลิศ ฯ
๖๗ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สามิสญฺจ สุขํ นิรามิสญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ นิรามิสํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขอิงอามิส ๑
สุขไม่อิงอามิส ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้
สุขไม่อิงอามิสเป็นเลิศ ฯ
๖๘ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว อริยสุขญฺจ อนริยสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อริยสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขของพระอริยเจ้า ๑สุขของปุถุชน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้สุขของพระอริยเจ้าเป็นเลิศ ฯ
๖๙ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว กายิกญฺจ สุขํ เจตสิกญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ เจตสิกํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ กายิกสุข ๑เจตสิกสุข ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้เจตสิกสุขเป็นเลิศ ฯ
๗๐ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สปฺปีติกญฺจ สุขํ นิปฺปีติกญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ นิปฺปีติกํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขอันเกิดแต่ฌานที่ยังมีปีติ ๑ สุขอันเกิดแต่ฌานที่ไม่มีปีติ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายสุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขอันเกิดแต่ฌานไม่มีปีติเป็นเลิศ ฯ
๗๑ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สาตสุขญฺจ อุเปกฺขาสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อุเปกฺขาสุขนฺติ ฯ
๑ อนาสวํ สุขนฺติ ปเทน ภวิตพฺพํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขเกิดแต่ความยินดี ๑ สุขเกิดแต่ความวางเฉย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดจากการวางเฉยเป็นเลิศ ฯ
๗๒ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สมาธิสุขญฺจ อสมาธิสุขญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ สมาธิสุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขที่ถึงสมาธิ ๑สุขที่ไม่ถึงสมาธิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้สุขที่ถึงสมาธิเป็นเลิศ ฯ
๗๓ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สปฺปีติการมฺมณญฺจ สุขํ นิปฺปีติการมฺมณญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ นิปฺปีติการมฺมณํ สุขนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขเกิดแต่ฌานมีปีติเป็นอารมณ์ ๑ สุขเกิดแต่ฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขเกิดแต่ฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์เป็นเลิศ ฯ
๗๔ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว สาตารมฺมณญฺจ สุขํ อุเปกฺขารมฺมณญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อุเปกฺขารมฺมณํ สุขนฺติ ฯ3
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขที่มีความยินดีเป็นอารมณ์ ๑ สุขที่มีความวางเฉยเป็นอารมณ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่มีความวางเฉยเป็นอารมณ์เป็นเลิศ ฯ
๗๕ เทฺวมานิ ภิกฺขเว สุขานิ กตมานิ เทฺว รูปารมฺมณญฺจ สุขํ อรูปารมฺมณญฺจ สุขํ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว สุขานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สุขานํ ยทิทํ อรูปารมฺมณํ สุขนฺติ ฯ
สุขวคฺโค ทุติโย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สุขที่มีรูปเป็นอารมณ์ ๑ สุขที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์เป็นเลิศ ฯ
จบสุขวรรคที่ ๒
End of สุขวรรค