พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต · ตติยปัณณาสก์
สันถารวรรค เล่ม ๒๐
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๙๖–๔๐๗ (Royal Thai)4/5 in ตติยปัณณาสก์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทุกนิบาต ตติยปัณณาสก์ สันถารวรรค (Royal Thai Volume 20 · Mahachula Volume 20 · Mahamakut Volume 33 · Chaloem Phrakiat Volume 20)
๑๕๐ เทฺวเม ภิกฺขเว สนฺถารา กตเม เทฺว อามิสสนฺถาโร จ ธมฺมสนฺถาโร จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สนฺถารา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สนฺถารานํ ยทิทํ ธมฺมสนฺถาโรติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สันถาร ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ อามิสสันถาร ๑ธรรมสันถาร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สันถาร ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสันถาร ๒อย่างนี้ ธรรมสันถารเป็นเลิศ ฯ
๑๕๑ เทฺวเม ภิกฺขเว ปฏิสนฺถารา กตเม เทฺว อามิสปฏิสนฺถาโร จ ธมฺมปฏิสนฺถาโร จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว ปฏิสนฺถารา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปฏิสนฺถารานํ ยทิทํ ธมฺมปฏิสนฺถาโรติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ อามิส
ปฏิสันถาร ๑ ธรรมปฏิสันถาร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฏิสันถาร ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรดาปฏิสันถาร ๒ อย่างนี้ ธรรมปฏิสันถารเป็นเลิศ ฯ
๑๕๒ เทฺวมา ภิกฺขเว เอสนา กตมา เทฺว อามิเสสนา จ ธมฺเมสนา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว เอสนา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ เอสนานํ ยทิทํ ธมฺเมสนาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เอสนา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ อามิสเอสนาการเสาะหาอามิส ๑ ธรรมเอสนาการเสาะหาธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เอสนา ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาเอสนา ๒ อย่างนี้ธรรมเอสนาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๓ เทฺวมา ภิกฺขเว ปริเยสนา กตมา เทฺว อามิสปริเยสนา จ ธมฺมปริเยสนา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปริเยสนา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริเยสนานํ ยทิทํ ธมฺมปริเยสนาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยสนา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ อามิส
ปริเยสนา การแสวงหาอามิส ๑ ธรรมปริเยสนา การแสวงหาธรรม๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายปริเยสนา ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาปริเยสนา ๒ อย่างนี้ ธรรมปริเยสนาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๔ เทฺวมา ภิกฺขเว ปริเยฏฺฐิโย กตมา เทฺว อามิสปริเยฏฺฐิ จ ธมฺมปริเยฏฺฐิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปริเยฏฺฐิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปริเยฏฺฐีนํ ยทิทํ ธมฺมปริเยฏฺฐีติ ฯ
๑ ยุ. เตรสโม ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ อามิสปริเยฏฐิการแสวงหาอามิสอย่างสูง ๑ ธรรมปริเยฏฐิ การแสวงหาธรรมอย่างสูง ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรดาปริเยฏฐิ ๒ อย่างนี้ ธรรมปริเยฏฐิเป็นเลิศ ฯ
๑๕๕ เทฺวมา ภิกฺขเว ปูชา กตมา เทฺว อามิสปูชา จ ธมฺมปูชา จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ปูชา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ ปูชานํ ยทิทํ ธมฺมปูชาติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบูชา ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ อามิสบูชา ๑ธรรมบูชา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบูชา ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาการบูชา ๒อย่างนี้ ธรรมบูชาเป็นเลิศ ฯ
๑๕๖ เทฺวมานิ ภิกฺขเว อติเถยฺยานิ ๑ กตมานิ เทฺว อามิสาติเถยฺยญฺจ ธมฺมาติเถยฺยญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว อติเถยฺยานิ ๒ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ อติเถยฺยานํ ๓ ยทิทํ ธมฺมาติเถยฺยนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือของต้อนรับ คือ อามิส ๑ ของต้อนรับ คือ ธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ของต้อนรับแขก
๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาของต้อนรับแขก ๒ อย่างนี้ ของต้อนรับแขก คือธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๗ เทฺวมา ภิกฺขเว อิทฺธิโย กตมา เทฺว อามิสิทฺธิ จ ธมฺมิทฺธิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว อิทฺธิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ อิทฺธีนํ ยทิทํ ธมฺมิทฺธีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความสำเร็จ คือ อามิส ๑ ความสำเร็จ คือ ธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายความสำเร็จ ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความสำเร็จ ๒ อย่างนี้ความสำเร็จ คือ ธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๘ เทฺวมา ภิกฺขเว วุฑฺฒิโย กตมา เทฺว อามิสวุฑฺฒิ จ ธมฺมวุฑฺฒิ จ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว วุฑฺฒิโย เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิมาสํ ทฺวินฺนํ วุฑฺฒีนํ ยทิทํ ธมฺมวุฑฺฒีติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเจริญ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความเจริญด้วยอามิส ๑ ความเจริญด้วยธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเจริญ ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความเจริญ ๒ อย่างนี้ ความเจริญด้วยธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๕๙ เทฺวมานิ ภิกฺขเว รตนานิ กตมานิ เทฺว อามิสรตนญฺจ ธมฺมรตนญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว รตนานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ รตนานํ ยทิทํ ธมฺมรตนนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ รัตนะคืออามิส ๑รัตนะคือธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๒ อย่างนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดารัตนะ ๒
อย่างนี้ รัตนะคือธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๖๐ เทฺวเม ภิกฺขเว สนฺนิจยา กตเม เทฺว อามิสสนฺนิจโย จ ธมฺมสนฺนิจโย จ อิเม โข ภิกฺขเว เทฺว สนฺนิจยา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ สนฺนิจยานํ ยทิทํ ธมฺมสนฺนิจโยติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสะสม ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความสะสมอามิส ๑ ความสะสมธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสะสม ๒อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความสะสม ๒ อย่างนี้ ความสะสมธรรมเป็นเลิศ ฯ
๑๖๑ เทฺวมานิ ภิกฺขเว เวปุลฺลานิ กตมานิ เทฺว อามิสเวปุลฺลญฺจ ธมฺมเวปุลฺลญฺจ อิมานิ โข ภิกฺขเว เทฺว เวปุลฺลานิ เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อิเมสํ ทฺวินฺนํ เวปุลฺลานํ ยทิทํ ธมฺมเวปุลฺลนฺติ ฯ
สนฺถารวคฺโค จตุตฺโถ ๑ ฯ
๑-๒ ม. ยุ. อาติเถยฺยานิ ฯ ๓ ม. ยุ. อาติเถยฺยานํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความไพบูลย์แห่งอามิส ๑ ความไพบูลย์แห่งธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้แล
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาความไพบูลย์ ๒ อย่างนี้ความไพบูลย์แห่งธรรมเป็นเลิศ ฯ
จบสันถารวรรคที่ ๔
End of สันถารวรรค