arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ · สาราณิยาทิวรรค

๖. นกุลสูตร เล่ม ๒๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๘๗ (Royal Thai)6/10 in สาราณิยาทิวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๖. นกุลสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ สาราณิยาทิวรรค นกุลสูตร (Royal Thai Volume 22 · Mahachula Volume 22 · Mahamakut Volume 36 · Chaloem Phrakiat Volume 22)

Pali (Siam Rath)

๑๖ เอกํ สมยํ ภควา ภคฺเคสุ วิหรติ สสสุมารคีเร ๒ เภสกฬาวเน มิคทาเย ฯ เตน โข ปน สมเยน นกุลปิตา คหปติ อาพาธิโก โหติ ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน ฯ อถ โข นกุลมาตา คหปตานี นกุลปิตรํ คหปตี เอตทโวจ มา โข ตฺวํ คหปติ สาเปกฺโข ๑ กาลมกาสิ ทุกฺขา คหปติ สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา ครหิตา จ ภควตา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา สิยา โข ปน เต คหปติ เอวมสฺส นกุลมาตา คหปตานี มมจฺจเยน น สกฺขิสฺสติ ๒ ทารเก โปเสตุํ ฆราวาสํ สณฺฐริตุนฺติ ๓ น โข ปเนตํ คหปติ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ กุสลาหํ คหปติ กปฺปาสํ กนฺติตุํ เวณึ โอลิขิตุํ สกฺโกมหํ คหปติ ตวจฺจเยน ทารเก โปเสตุํ ฆราวาสํ สณฺฐริตุํ ตสฺมา ติห ตฺวํ คหปติ มา สาเปกฺโข

กาลมกาสิ ทุกฺขา คหปติ สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา ครหิตา จ ภควตา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา สิยา โข ปน เต คหปติ เอวมสฺส นกุลมาตา คหปตานี มมจฺจเยน อญฺญํ ภตฺตารํ ๔ คมิสฺสตีติ น โข ปเนตํ คหปติ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ตฺวญฺเจว โข คหปติ ชานาสิ อหญฺจ ยถา ๕ โสฬสวสฺสานิ คหฏฺฐพฺรหฺมจริยํ ๖ สมาจิณฺณํ ตสฺมา ติห ตฺวํ คหปติ มา สาเปกฺโข กาลมกาสิ ทุกฺขา คหปติ สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา ครหิตา จ ภควตา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา สิยา โข ปน เต คหปติ เอวมสฺส นกุลมาตา คหปตานี มมจฺจเยน น ทสฺสนกามา ภวิสฺสติ ภควโต น ทสฺสนกามา ภิกฺขุสงฺฆสฺสาติ น โข ปเนตํ คหปติ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ อหํ หิ คหปติ [๗]- ทสฺสนกามตรา จ ภวิสฺสามิ

ภควโต ทสฺสนกามตรา จ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ตสฺมา ติห ตฺวํ คหปติ มา สาเปกฺโข กาลมกาสิ ทุกฺขา คหปติ สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา ครหิตา จ ภควตา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา สิยา โข ปน เต คหปติ เอวมสฺส น นกุลมาตา คหปตานี มมจฺจเยน สีเลสุ ๑ ปริปูรการินีติ น โข ปเนตํ คหปติ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ยาวตา โข คหปติ ตสฺส ภควโต สาวิกา คิหี โอทาตวสนา สีเลสุ ปริปูรการินิโย อหนฺตาสํ อญฺญตรา ยสฺส โข ปนสฺส กงฺขา วา วิมติ วา อยํ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภคฺเคสุ วิหรติ สสสุมารคีเร ๒ เภสกฬาวเน มิคทาเย ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉตุ ตสฺมา ติห ตฺวํ คหปติ มา สาเปกฺโข กาลมกาสิ ทุกฺขา คหปติ สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา

ครหิตา จ ภควตา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา สิยา โข ปน เต คหปติ เอวมสฺส น นกุลมาตา คหปตานี ลาภินี อชฺฌตฺตญฺเจโตสมถสฺสาติ น โข ปเนตํ คหปติ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ยาวตา โข คหปติ ตสฺส ภควโต สาวิกา คิหี โอทาตวสนา ลาภินิโย อชฺฌตฺตญฺเจโตสมถสฺส อหนฺตาสํ อญฺญตรา ยสฺส โข ปนสฺส กงฺขา วา วิมติ วา อยํ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภคฺเคสุ วิหรติ สสสุมารคีเร เภสกฬาวเน มิคทาเย ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉตุ ตสฺมา ติห ตฺวํ คหปติ มา สาเปกฺโข กาลมกาสิ ทุกฺขา คหปติ สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา ครหิตา จ ภควตา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา สิยา โข ปน เต คหปติ เอวมสฺส น นกุลมาตา คหปตานี อิมสฺมึ ธมฺมวินเย โอคาธปฺปตฺตา

ปติคาธปฺปตฺตา อสฺสาสปฺปตฺตา ติณฺณวิจิกิจฺฉา วิคตกถํกถา เวสารชฺชปฺปตฺตา อปรปฺปจฺจยา สตฺถุ สาสเน วิหรตีติ น โข ปเนตํ คหปติ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ ยาวตา โข คหปติ ตสฺส ภควโต สาวิกา คิหี โอทาตวสนา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย โอคาธปฺปตฺตา ปติคาธปฺปตฺตา อสฺสาสปฺปตฺตา ติณฺณวิจิกิจฺฉา วิคตกถํกถา เวสารชฺชปฺปตฺตา อปรปฺปจฺจยา สตฺถุ สาสเน วิหรนฺติโย ๑ อหนฺตาสํ อญฺญตรา ยสฺส โข ปนสฺส กงฺขา วา วิมติ วา อยํ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภคฺเคสุ วิหรติ สสสุมารคีเร เภสกฬาวเน มิคทาเย ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉตุ ตสฺมา ติห ตฺวํ คหปติ มา สาเปกฺโข กาลมกาสิ ทุกฺขา คหปติ สาเปกฺขสฺส กาลกิริยา ครหิตา จ ภควตา สาเปกฺขสฺส กาลกิริยาติ ฯ

อถ โข นกุลปิตุโน คหปติสฺส นกุลมาตาย ๒ คหปตานิยา อิมินา โอวาเทน โอวทิยมานสฺส โส อาพาโธ ฐานโส ปฏิปฺปสฺสมฺภิ วุฏฺฐหิ จ นกุลปิตา คหปติ ตมฺหา อาพาธา ตถา ปหีโน จ ปน นกุลปิตุโน คหปติสฺส โส อาพาโธ อโหสิ อถ โข นกุลปิตา คหปติ คิลานา วุฏฺฐิโตว ๓ อจิรวุฏฺฐิโต เคลญฺญา ทณฺฑโมลุพฺภ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข นกุลปิตรํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ ลาภา เต คหปติ สุลทฺธํ เต คหปติ ยสฺส เต นกุลมาตา คหปตานี อนุกมฺปิกา อตฺถกามา โอวาทิกา อนุสาสิกา ยาวตา โข คหปติ มม สาวิกา คิหี โอทาตวสนา สีเลสุ ปริปูรการินิโย นกุลมาตา คหปตานี

ตาสํ อญฺญตรา ยาวตา โข คหปติ มม สาวิกา คิหี โอทาตวสนา ลาภินิโย อชฺฌตฺตญฺเจโตสมถสฺส นกุลมาตา คหปตานี ตาสํ อญฺญตรา ยาวตา โข คหปติ มม สาวิกา คิหี โอทาตวสนา อิมสฺมึ ธมฺมวินเย โอคาธปฺปตฺตา ปติคาธปฺปตฺตา อสฺสาสปฺปตฺตา ติณฺณวิจิกิจฺฉา วิคตกถํกถา เวสารชฺชปฺปตฺตา อปรปฺปจฺจยา สตฺถุ สาสเน วิหรนฺติโย ๑ นกุลมาตา คหปตานี ตาสํ อญฺญตรา ลาภา เต คหปติ สุลทฺธํ เต คหปติ ยสฺส เต นกุลมาตา คหปตานี อนุกมฺปิกา อตฺถกามา โอวาทิกา อนุสาสิกาติ ฯ

๑ ยุ. เอตฺถนฺตเร ฯเปฯ อิติ อตฺถิ ฯ ๒ ม. สุสุมารคิเร ฯ

๑ ม. ยุ. สาเป ... ฯ ๒ ม. น นกุลมาตา .. สกฺขิสฺสติ ฯ ยุ. น สกฺโกติ ฯ

๓ ม. สนฺธริตุนฺติ ฯ ยุ. สนฺถริตุนฺติ ฯ ๔ ม. ยุ. ฆรํ ฯ ๕ ม. ยํ โน ฯ

ยุ. ยถา โน ฯ ๖ ม. ยุ. คหฏฺฐกํ พฺรหฺมจริยํ ฯ ๗ ม. ยุ. ตวจฺจเยน ฯ

๑ ยุ. นกุลมาตา .. น สีเลสุ ... ฯ ๒ ม. สุสุมารติเร ฯ ยุ. สสสุมารติเร ฯ

๑ โป. ม. วิหรนฺติ ฯ ๒ ม. ยุ. นกุลมาตรา ฯ ๓ ม. ยุ. วสทฺโท นตฺถิ ฯ

Royal Thai

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ป่าเภสกาลามิคทายวัน ใกล้นคร

สุงสุมารคีระ แคว้นภัคคะ สมัยนั้น นกุลบิดาคฤหบดีอาพาธมีทุกข์เป็นไข้หนัก ครั้งนั้น นกุลมารดาคฤหปตานีได้กล่าวเตือนนกุลบิดาคฤหบดีว่า ดูกรคฤหบดี ท่านอย่าเป็นผู้มีความห่วงใยกระทำกาละเลย เพราะการกระทำกาละของผู้มีความห่วงใยเป็นทุกข์ และพระผู้มีพระภาคก็ทรงติเตียน ดูกรคฤหบดี ท่านจะพึงมีความห่วงใยอย่างนี้ว่า เมื่อเราล่วงไปแล้ว นกุลมารดาคฤหปตานี จักไม่สามารถเลี้ยงทารกดำรงการอยู่ครองเรือนไว้ได้ แต่ข้อนั้นท่านไม่พึงเห็นอย่างนี้เพราะดิฉันเป็นคนฉลาดปั่นฝ้าย ทำขนสัตว์ เมื่อท่านล่วงไปแล้วดิฉันย่อมสามารถเลี้ยงทารกดำรงการอยู่ครองเรือนไว้ได้ เพราะฉะนั้น ท่านอย่าเป็นผู้มีความห่วงใยกระทำกาละเลย เพราะการกระทำกาละของผู้มีความห่วงใยเป็นทุกข์ และพระผู้มีพระภาคก็ทรงติเตียน ฯ

ดูกรท่านคฤหบดี ก็ท่านจะพึงมีความห่วงใยอย่างนี้ว่า เมื่อเราล่วงไปแล้ว นกุลมารดาคฤหปตานี จักได้คนอื่นเป็นสามี แต่ข้อนั้นท่านไม่พึงเห็นอย่างนี้ ทั้งท่านทั้งดิฉันย่อมรู้ว่า ได้อยู่ร่วมกันมาอย่างเคร่งครัดต่อระเบียบประเพณีตลอด ๑๖ ปีเพราะฉะนั้นท่านอย่าเป็นผู้มีความห่วงใยกระทำกาละเลย เพราะการกระทำกาละของผู้มีความห่วงใยเป็นทุกข์ และพระผู้มีพระภาคก็ทรงติเตียน ฯ

ดูกรคฤหบดี ก็ท่านจะพึงมีความห่วงใยอย่างนี้ว่า เมื่อเราล่วงไปแล้ว นกุลมารดาคฤหปตานี จักไม่ต้องการเห็นพระผู้มีพระภาค ไม่ต้องการเห็นพระภิกษุสงฆ์ แต่ข้อนั้นท่านไม่พึงเห็นอย่างนี้เพราะดิฉันต้องการเห็นพระผู้มีพระภาคอย่างยิ่งและต้องการเห็นพระภิกษุสงฆ์อย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ท่านอย่าเป็นผู้มีความห่วงใยกระทำกาละเลย เพราะการกระทำกาละของผู้มีความห่วงใยเป็นทุกข์ และพระผู้มีพระภาคก็ทรงติเตียน ฯ

ดูกรคฤหบดี ก็ท่านจะพึงมีความห่วงใยอย่างนี้ว่า เมื่อเราล่วงไปแล้ว นกุลมารดาคฤหปตานี จักไม่เป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีล แต่ข้อนั้นท่านไม่พึงเห็นอย่างนี้ เพราะบรรดาสาวิกาของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ที่ยังเป็นคฤหัสถ์นุ่งห่มผ้าขาว กระทำให้บริบูรณ์ในศีลมีประมาณเท่าใด ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนสาวิกาเหล่านั้น ก็ผู้ใดพึงมีความสงสัยหรือเคลือบแคลง ขอผู้นั้นจงเข้าไปเฝ้าทูลพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธะพระองค์นั้น ซึ่งกำลังประทับอยู่ที่ป่าเภสกาลามิคทายวัน ใกล้นครสุงสุมารคีระ แคว้นภัคคะ แล้วจงทูลถามเถิดเพราะฉะนั้น ท่านอย่าเป็นผู้มีความห่วงใยกระทำกาละเลย เพราะการกระทำกาละของผู้มีความห่วงใยเป็นทุกข์ และพระผู้มีพระภาคก็ทรงติเตียน ฯ

ดูกรคฤหบดี ก็ท่านจะพึงมีความห่วงใยอย่างนี้ว่า นกุลมารดาคฤหปตานี จักไม่ได้ความสงบใจ ณ ภายใน แต่ข้อนั้นท่านไม่พึงเห็นอย่างนี้ว่า เพราะพวกสาวิกาของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ที่ยังเป็นคฤหัสถ์นุ่งห่มผ้าขาว ได้ความสงบใจ ณ ภายใน มีประมาณเท่าใดดิฉันเป็นคนหนึ่งในจำนวนสาวิกานั้น ก็ผู้ใดพึงมีความสงสัยหรือเคลือบแคลง ขอผู้นั้นจงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธะพระองค์นั้น ซึ่งกำลังประทับอยู่ที่ป่าเภสกาลามิคทายวัน

ใกล้นครสุงสุมารคีระ แคว้นภัคคะ แล้วจงทูลถามเถิด เพราะฉะนั้น ท่านอย่าเป็นผู้มีความห่วงใยกระทำกาละเลย เพราะการกระทำกาละของผู้มีความห่วงใยเป็นทุกข์และพระผู้มีพระภาคก็ทรงติเตียน ฯ

ดูกรคฤหบดี ก็ท่านจะพึงมีความห่วงใยอย่างนี้ว่า นกุลมารดาคฤหปตานี ยังไม่ถึงการหยั่งลง ยังไม่ถึงที่พึ่ง ยังไม่ถึงความเบาใจ ยังไม่ข้ามพ้นความสงสัยยังไม่ปราศจากความเคลือบแคลง ยังไม่ถึงความแกล้วกล้า ในธรรมวินัยนี้ ยังไม่หมดความเชื่อถือต่อผู้อื่นในศาสนาของพระศาสดา แต่ข้อนั้นท่านไม่พึงเห็นอย่างนี้เพราะพวกสาวิกาของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ที่ยังเป็นคฤหัสถ์นุ่งห่มผ้าขาวได้ถึงการหยั่งลง ได้ถึงที่พึ่ง ถึงความเบาใจ ข้ามพ้นความสงสัย ปราศจากความเคลือบแคลง ถึงความแกล้วกล้า ในธรรมวินัยนี้ ไม่มีความเชื่อถือต่อผู้อื่นในศาสนาของพระศาสดา มีประมาณเท่าใด ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนสาวิกาเหล่านั้น

ก็ผู้ใดพึงมีความสงสัยหรือเคลือบแคลง ขอผู้นั้นจงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งประทับอยู่ที่ป่าเภสกาลามิคทายวันใกล้นครสุงสุมารคีระ แคว้นภัคคะ

แล้วจงทูลถามเถิด เพราะฉะนั้น ท่านอย่าเป็นผู้มีความห่วงใยกระทำกาละเลย เพราะการกระทำกาละของผู้มีความห่วงใยเป็นทุกข์และพระผู้มีพระภาคก็ทรงติเตียน ฯ

ครั้งนั้นแล เมื่อนกุลบิดาคฤหบดีอันนกุลมารดาคฤหปตานีกล่าวเตือนนี้ ความเจ็บป่วยนั้นได้สงบระงับโดยพลัน และนกุลบิดาคฤหบดีได้หายจากการเจ็บป่วยนั้น ก็และการเจ็บป่วยนั้น อันนกุลบิดาคฤหบดีละได้แล้วโดยประการนั้นครั้งนั้นนกุลบิดาคฤหบดีพอหายจากการเจ็บป่วยไม่นาน ถือไม้เท้าเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะนกุลบิดาคฤหบดีว่าดูกรคฤหบดี เป็นลาภของท่าน ท่านได้ดีแล้ว ที่นกุลมารดาคฤหปตานีเป็นผู้อนุเคราะห์ หวังประโยชน์ กล่าวเตือนพร่ำสอนท่าน

ดูกรคฤหบดี พวกสาวิกาของเราที่ยังเป็นคฤหัสถ์นุ่งห่มผ้าขาว กระทำให้บริบูรณ์ในศีล มีประมาณเท่าใด นกุลมารดาคฤหปตานีก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนสาวิกาเหล่านั้น พวกสาวิกาของเราที่ยังเป็นคฤหัสถ์นุ่งห่มผ้าขาว ได้ความสงบใจณ ภายใน มีประมาณเท่าใด นกุลมารดาคฤหปตานีก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนสาวิกาเหล่านั้น พวกสาวิกาของเราที่ยังเป็นคฤหัสถ์นุ่งห่มผ้าขาว ได้ถึงการหยั่งลงถึงที่พึ่ง ถึงความเบาใจ ข้ามพ้นความสงสัย ปราศจากความเคลือบแคลงถึงความแกล้วกล้าในธรรมวินัยนี้ ไม่มีความเชื่อถือต่อผู้อื่นในศาสนาของพระศาสดา มีประมาณเท่าใด นกุลมารดาคฤหปตานีก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนสาวิกาเหล่านั้น ดูกรคฤหบดี เป็นลาภของท่านท่านได้ดีแล้ว ที่นกุลมารดาคฤหปตานีเป็นผู้อนุเคราะห์หวังประโยชน์ กล่าวเตือนสั่งสอนท่าน ฯ

จบสูตรที่ ๖

End of ๖. นกุลสูตร