arnon.worldSign in

จรวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 11–20 (Royal Thai)2/5 in ปฐมปัณณาสก์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

จรวรรคที่ ๒

จารสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค จารสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จรโต เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ๒ ภิกฺขุ อธิวาเสติ นปฺปชหติ น วิโนเทติ น พฺยนฺตีกโรติ น อนภาวํ คเมติ จรมฺปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อนาตาปี อโนตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ กุสีโต หีนวิริโยติ วุจฺจติ ฯ ฐิตสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ๒ ภิกฺขุ อธิวาเสติ นปฺปชหติ น วิโนเทติ น พฺยนฺตีกโรติ น อนภาวํ คเมติ ฐิโตปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อนาตาปี อโนตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ กุสีโต หีนวิริโยติ วุจฺจติ ฯ

นิสินฺนสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ อธิวาเสติ นปฺปชหติ น วิโนเทติ น พฺยนฺตีกโรติ น อนภาวํ คเมติ นิสินฺโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อนาตาปี อโนตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ กุสีโต หีนวิริโยติ วุจฺจติ ฯ สยานสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ชาครสฺส อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ อธิวาเสติ นปฺปชหติ น วิโนเทติ น พฺยนฺตีกโรติ น อนภาวํ คเมติ สยาโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ชาคโร เอวํภูโต อนาตาปี อโนตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ กุสีโต หีนวิริโยติ วุจฺจติ ฯ

จรโต เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ จรมฺปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ ฐิตสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ ฐิโตปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ นิสินฺนสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาท- วิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ นิสินฺโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ สยานสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ชาครสฺส อุปฺปชฺชติ กามวิตกฺโก วา พฺยาปาทวิตกฺโก วา วิหึสาวิตกฺโก วา ตญฺจ ภิกฺขุ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ สยาโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ชาคโร เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจตีติ ฯ

จรํ วา ยทิ วา ติฏฺฐํ นิสินฺโน อุทวา สยํ

โย วิตกฺกํ วิตกฺเกติ ปาปกํ เคหนิสฺสิตํ

กุมฺมคฺคํ ปฏิปนฺโน โส โมหเนยฺเยสุ มุจฺฉิโต

อภพฺโพ ตาทิโส ภิกฺขุ ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตมํ ฯ

โย จรํ วาปิ ติฏฺฐํ วา นิสินฺโน อุทวา สยํ

วิตกฺกํ สมยิตฺวาน วิตกฺกูปสเม รโต

ภพฺโพ โส ตาทิโส ภิกฺขุ ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตมนฺติ ฯ

๑ ยุ. โยคาติคามิโนติ ฯ ๒ โป. ม. ยุ. ตญฺเจ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้กามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กำลังเดินอยู่ และภิกษุยินดี ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้ถึงความพินาศซึ่งวิตกนั้น ไม่ให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้กำลังเดินอยู่เป็นอย่างนี้แล้วเราเรียกว่า ผู้ไม่มีความเพียร ไม่มีโอตตัปปะเกียจคร้าน มีความเพียรเลวเป็นนิจนิรันดร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้กามวิตก พยาบาทวิตกหรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ยืนอยู่ และภิกษุยินดี ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้ถึงความพินาศซึ่งวิตกนั้น ไม่ให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้ยืนอยู่เป็นอย่างนี้ เราเรียกว่า ผู้ไม่มีความเพียร ไม่มีโอตตัปปะ เกียจคร้าน มีความเพียรเลวเป็นนิจนิรันดร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้กามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตก เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้นั่งอยู่ และภิกษุยินดี ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้ถึงความพินาศซึ่งวิตกนั้นไม่ให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้นั่งอยู่เป็นอย่างนี้ เราเรียกว่า ผู้ไม่มีความเพียรไม่มีโอตตัปปะ เกียจคร้าน มีความเพียรเลวเป็นนิจนิรันดร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้กามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตก เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้นอนตื่นอยู่ และภิกษุยินดี ไม่ละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้ถึงความพินาศซึ่งวิตกนั้น ไม่ให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้นอนตื่นอยู่เป็นอย่างนี้เราเรียกว่า ผู้ไม่มีความเพียร ไม่มีโอตตัปปะเกียจคร้าน มีความเพียรเลวเป็นนิจนิรันดร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้กามวิตกพยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตก เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้เดินอยู่ และภิกษุไม่ยินดี ละบรรเทา กระทำให้พินาศซึ่งวิตกนั้น ให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้เดินอยู่เป็นอย่างนี้เราเรียกว่า ผู้มีความเพียร มีโอตตัปปะ มีความเพียรอันปรารภแล้วเป็นนิจนิรันดรมีใจเด็ดเดี่ยว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้กามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ยืนอยู่ และภิกษุไม่ยินดี ละ บรรเทา กระทำให้พินาศซึ่งวิตกนั้น ให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้ยืนอยู่เป็นอย่างนี้เราเรียกว่า ผู้มีความเพียรมีโอตตัปปะ มีความเพียรอันปรารภแล้วเป็นนิจนิรันดร มีใจเด็ดเดี่ยวดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้กามวิตก พยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตก เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้นั่งอยู่และภิกษุไม่ยินดี ละ บรรเทา กระทำให้พินาศซึ่งวิตกนั้น ให้ถึงความไม่มีภิกษุแม้นั่งอยู่เป็นอย่างนี้เราเรียกว่าผู้มีความเพียร มีโอตตัปปะ มีความเพียรอันปรารภแล้วเป็นนิจนิรันดร มีใจเด็ดเดี่ยวดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้กามวิตกพยาบาทวิตก หรือวิหิงสาวิตก เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้นอนตื่นอยู่

และภิกษุไม่ยินดีละ บรรเทา กระทำให้พินาศซึ่งวิตกนั้น ให้ถึงความไม่มี ภิกษุแม้นอนตื่นอยู่เป็นอย่างนี้ เราเรียกว่า ผู้มีความเพียร มีโอตตัปปะ มีความเพียรอันปรารภแล้วเป็นนิจนิรันดรมีใจเด็ดเดี่ยว ฯ

ถ้าภิกษุใด เดินก็ตาม ยืนก็ตาม นั่งหรือนอนก็ตาม ย่อม

ตรึกถึงวิตกอันลามกอิงอาศัยกิเลส ภิกษุผู้เช่นนั้น เป็นผู้

ดำเนินไปสู่ทางผิด หมกมุ่นแล้วในอารมณ์ อันยังความ

ลุ่มหลงให้เกิด เป็นผู้ไม่ควรเพื่อบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม

แต่ถ้าภิกษุใดเดินก็ตาม ยืนก็ตาม นั่งหรือนอนก็ตาม

ยังวิตก ให้สงบแล้ว ยินดีในธรรม เป็นที่สงบวิตก

ภิกษุเช่นนั้น เป็นผู้ควรเพื่อบรรลุซึ่งสัมโพธิญาณอันอุดม ฯ

จบสูตรที่ ๑

ศีลสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค ศีลสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

สมฺปนฺนสีลา ภิกฺขเว วิหรถ สมฺปนฺนปาติโมกฺขา ปาติโมกฺขสํวรสํวุตา วิหรถ อาจารโคจรสมฺปนฺนา อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวิโน สมาทาย สิกฺขถ สิกฺขาปเทสุ ฯ สมฺปนฺนสีลานํ ภิกฺขเว วิหรตํ สมฺปนฺนปาติโมกฺขานํ ปาติโมกฺขสํวรสํวุตานํ วิหรตํ อาจารโคจร- สมฺปนฺนานํ อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวีนํ สมาทาย สิกฺขตํ สิกฺขาปเทสุ กิมสฺส อุตฺตริกรณียํ จรโต เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อภิชฺชา ... พฺยาปาโท วิคโต โหติ ถีนมิทฺธํ ... อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ... วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ อารทฺธํ โหติ วิริยํ อสลฺลีนํ อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมุฏฺฐา ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ จรํปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจติ ฯ ฐิตสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ... นิสินฺนสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ... สยานสฺส เจปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ชาครสฺส อภิชฺฌา ... พฺยาปาโท วิคโต โหติ ถีนมิทฺธํ ... อุทฺธจฺจ- กุกฺกุจฺจํ ... วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ อารทฺธํ โหติ วิริยํ อสลฺลีนํ อุปฏฺฐิตา สติ อปฺปมุฏฺฐา ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ สยาโนปิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ชาคโร เอวํภูโต อาตาปี โอตฺตปฺปี สตตํ สมิตํ อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโตติ วุจฺจตีติ ฯ

ยตญฺจเร ยตํ ติฏฺเฐ ยตํ อจฺเฉ ยตํ สเย

ยตํ สมฺมิญฺชเย ภิกฺขุ ยตเมตํ ปสารเย

อุทฺธํ ติริยํ อปาจีนํ ยาวตา ชคโต คติ

สมเวกฺขิตา จ ธมฺมานํ ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ

เจโตสมถสามีจึ สิกฺขมานํ สทาสตึ ๑

สตตํ ปหิตตฺโตติ อาหุ ภิกฺขุํ ตถาวิธนฺติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ มีปาติโมกข์สมบูรณ์

จงเป็นผู้สำรวมในปาติโมกขสังวร สมบูรณ์ด้วยอาจาระและโคจรมีปรกติเห็นภัยในโทษอันมีประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลายเมื่อเธอทั้งหลายมีศีลสมบูรณ์ มีปาติโมกข์สมบูรณ์สำรวมในปาติโมกข์สังวรสมบูรณ์ด้วยอาจาระและโคจร มีปรกติเห็นภัยในโทษอันมีประมาณน้อยสมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย กิจที่ควรทำยิ่งกว่านี้ จะพึงมีอะไรเล่า ถ้าแม้ภิกษุกำลังเดินไปอภิชฌาไปปราศแล้ว พยาบาทไปปราศแล้ว ละถีนมิทธะได้แล้วละอุทธัจจกุกกุจจะได้แล้ว ละวิจิกิจฉาได้แล้ว ปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อนมีสติมั่นไม่หลงลืม มีกายสงบไม่ระส่ำระสาย มีจิตมั่นคง

มีอารมณ์เป็นหนึ่งภิกษุแม้เดินอยู่เป็นอย่างนี้ เราเรียกว่า ผู้มีความเพียร มีโอตตัปปะ มีความเพียรอันปรารภแล้วเป็นนิจนิรันดร มีใจเด็ดเดี่ยว ถ้าแม้ภิกษุยืนอยู่ ... ถ้าแม้ภิกษุนั่งอยู่ ... ถ้าแม้ภิกษุนอนตื่นอยู่ อภิชฌาไปปราศแล้ว พยาบาทไปปราศแล้วละถีนมิทธะได้แล้ว ละอุทธัจจกุกกุจจะได้แล้ว ละวิจิกิจฉาได้แล้ว ปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อน มีสติมั่นไม่หลงลืม มีกายสงบไม่ระส่ำระสาย มีจิตมั่นคงมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ภิกษุแม้นอนตื่นอยู่เป็นอย่างนี้ เราเรียกว่า ผู้มีความเพียรมีโอตตัปปะ มีความเพียรอันปรารภแล้วเป็นนิจนิรันดร มีใจเด็ดเดี่ยว ฯ

ภิกษุพึงเดินตามสบาย พึงยืนตามสบาย พึงนั่งตามสบาย

พึงนอนตามสบาย พึงคู้ตามสบาย พึงเหยียดตามสบาย

ตลอด คติของโลก ทั้งเบื้องบน ท่ามกลาง และเบื้องต่ำ

และพิจารณา ตลอดความเกิด และความเสื่อมไปแห่งธรรม

และขันธ์ ทั้งหลาย นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวภิกษุอย่าง

นั้น ผู้มีสติทุกเมื่อ ศึกษาปฏิปทาอันสมควรแก่ความสงบ

ใจเสมอ ว่ามีใจเด็ดเดี่ยว ฯ

จบสูตรที่ ๒

ปธานสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค ปธานสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว สมฺมปฺปธานานิ กตมานิ จตฺตาริ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ อนุปฺ- ปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วิริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ อุปฺปนฺนานํ ปาปกานํ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วิริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ อนุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ อุปฺปาทาย ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วิริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ฐิติยา อสมฺโมสาย ภิยฺโยภาวาย เวปุลฺลาย ภาวนาย ปาริปูริยา ฉนฺทํ ชเนติ วายมติ วิริยํ อารภติ จิตฺตํ ปคฺคณฺหาติ ปทหติ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ สมฺมปฺปธานานีติ ฯ

สมฺมปฺปธานา มารเธยฺยาภิภูตา ๑

เต อสิตา ชาติมรณภยสฺส ปารคู

เต ตุสิตา เชตฺวาน มารํ สวาหนํ

เต อเนชา (สพฺพํ) นมุจิพลํ อุปาติวตฺตา (เต สุขิตาติ)

๑ ม. ยุ. สทาสตํ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัมมัปปธาน ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมยังฉันทะให้เกิด ย่อมพยายาม ปรารภความเพียรประคองจิต ตั้งจิตมั่นเพื่อไม่ให้อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น ๑ย่อมยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตมั่น เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว ๑ ย่อมยังฉันทะให้เกิด พยายามปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตมั่น เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น ๑ย่อมยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตมั่น เพื่อความตั้งมั่น เพื่อความไม่หลงลืมเพื่อให้มียิ่งขึ้น เพื่อความไพบูลย์ เพื่อเจริญเพื่อให้บริบูรณ์แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัมมัปปธาน ๔ประการนี้แล ฯ

พระขีณาสพเหล่านั้น มีความเพียรอันชอบ ครอบงำเตภูมิกวัฏ

อันเป็นบ่วงแห่งมาร เป็นผู้อันกิเลสไม่อาศัยแล้ว ถึงฝั่ง

แห่งภัย คือชาติ และมรณะ ท่านเหล่านั้นชนะมารพร้อมทั้ง

เสนา ชื่นชมแล้ว เป็นผู้ไม่หวั่นไหว ก้าวล่วงกำลังพระยามาร

เสียทั้งหมด (ถึงความสุขแล้ว) ฯ

จบสูตรที่ ๓

สังวรสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค สังวรสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว ปธานานิ กตมานิ จตฺตาริ สํวรปฺปธานํ ปหานปฺปธานํ ภาวนาปฺปธานํ อนุรกฺขนาปฺปธานํ กตมญฺจ ภิกฺขเว สํวรปฺปธานํ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ... ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา ... ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา ... กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา ... มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ

วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ รกฺขติ มนินฺทฺริยํ มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว สํวรปฺปธานํ ฯ กตมญฺจ ภิกฺขเว ปหานปฺปธานํ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ อุปฺปนฺนํ พฺยาปาทวิตกฺกํ ... อุปฺปนฺนํ วิหึสาวิตกฺกํ ... อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปหานปฺปธานํ ฯ

กตมญฺจ ภิกฺขเว ภาวนาปฺปธานํ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... วิริยสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... ปีติสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ ... อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคํ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตํ วิราคนิสฺสิตํ นิโรธนิสฺสิตํ โวสฺสคฺคปริณามึ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภาวนาปฺปธานํ ฯ กตมญฺจ ภิกฺขเว อนุรกฺขนาปฺปธานํ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อุปฺปนฺนํ ภทฺทกํ สมาธินิมิตฺตํ อนุรกฺขติ อฏฺฐิกสญฺญํ ปุฬวกสญฺญํ วินีลกสญฺญํ วิปุพฺพกสญฺญํ วิจฺฉิทฺทกสญฺญํ อุทฺธุมาตกสญฺญํ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อนุรกฺขนาปฺปธานํ ฯ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ ปธานานีติ ฯ

สํวโร จ ปหานญฺจ ภาวนา อนุรกฺขนา

เอเต ปธานา จตฺตาโร เทสิตาทิจฺจพนฺธุนา

เยหิ ภิกฺขุ อิธาตาปี ขยํ ทุกฺขสฺส ปาปุเณติ ฯ

๑ ยุ. มารเธยฺยาธิภุโน ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเพียร ๔ ประการนี้ ๔ ประการนี้เป็นไฉน คือ สังวรปธาน ๑ ปหานปธาน ๑ ภาวนาปธาน ๑ อนุรักขนาปธาน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สังวรปธานเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้วไม่ถือโดยนิมิต ไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว พึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้ ย่อมรักษาจักขุนทรีย์ ถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ ฟังเสียงด้วยหู...

ดูดกลิ่นด้วยจมูก ... ลิ้มรสด้วยลิ้น ...ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย... รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ไม่ถือโดยนิมิต ไม่ถือโดยอนุพยัญชนะ ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมมนินทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว พึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำได้ ย่อมรักษามนินทรีย์ ถึงความสำรวมในมนินทรีย์ นี้เราเรียกว่าสังวรปธาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ปหานปธานเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมครอบงำ ย่อมละ ย่อมบรรเทา ย่อมทำให้พินาศ ย่อมให้ถึงความไม่มี ซึ่งกามวิตกที่เกิดขึ้นแล้ว ... ซึ่งพยาบาทวิตกเกิดขึ้นแล้ว ... ซึ่งวิหิงสาวิตกเกิดขึ้นแล้ว ... ซึ่งอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว นี้เราเรียกว่าปหานปธานดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภาวนาปธานเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในความสละย่อมเจริญธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญวิริยสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญปีติสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ ... ย่อมเจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในความสละ นี้เราเรียกว่าภาวนาปธาน

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อนุรักขนาปธานเป็นไฉน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมตามรักษาสมาธินิมิตอันเจริญที่เกิดขึ้นแล้ว คือ อัฏฐิกสัญญา ปุฬวกสัญญา วินีลกสัญญา วิปุพพกสัญญาวิจฉิทกสัญญาอุทธุมาตกสัญญา นี้เราเรียกว่าอนุรักขนาปธาน ดูกรภิกษุทั้งหลายความเพียร ๔ ประการนี้แล ฯ

ปธาน ๔ ประการนี้ คือ สังวรปธาน ๑ ปหานปธาน ๑

ภาวนาปธาน ๑ อนุรักขนาปธาน ๑ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็น

เผ่าพันธุ์ พระอาทิตย์ ทรงแสดงแล้ว ซึ่งเป็นเครื่องให้ภิกษุ

ในธรรมวินัยนี้ ผู้มีความเพียรพึงถึงความสิ้นทุกข์ได้ ฯ

จบสูตรที่ ๔

ปัญญัติสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค ปัญญัติสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตสฺโส อิมา ภิกฺขเว อคฺคปญฺญตฺติโย กตมา จตสฺโส เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อตฺตภาวีนํ ยทิทํ ราหุ อสุรินฺโท เอตทคฺคํ ภิกฺขเว กามโภคีนํ ยทิทํ ราชา มนฺธาตา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว อาธิปเตยฺยานํ ยทิทํ มาโร ปาปิมา สเทวเก ภิกฺขเว โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ตถาคโต อคฺคมกฺขายติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ อิมา โข ภิกฺขเว จตสฺโส อคฺคปญฺญตฺติโยติ ฯ

ราหุคฺคํ อตฺตภาวีนํ มนฺธาตา กามโภคินํ

มาโร อาธิปเตยฺยานํ อิทฺธิยา ยสสา ชลํ

อุทฺธํ ติริยํ อปาจีนํ ยาวตา ชคโต คติ

สเทวกสฺส โลกสฺส พุทฺโธ อคฺคํ ๑ ปวุจฺจตีติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบัญญัติซึ่งสิ่งที่เลิศ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉนดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาสัตว์ผู้มีอัตภาพ (ใหญ่) อสุรินทราหูเป็นเลิศบรรดาบุคคลผู้บริโภคกาม

พระเจ้ามันธาตุราชเป็นเลิศ บรรดาผู้ใหญ่ยิ่ง มารผู้มีบาปเป็นเลิศ พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าอันโลกกล่าวว่าเป็นเลิศในโลกทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การบัญญัติสิ่งที่เลิศ ๔ ประการเหล่านี้แล ฯ

บรรดาสัตว์ผู้มีอัตภาพ (ใหญ่) อสุรินทราหูเป็นเลิศ บรรดา

บุคคลผู้บริโภคกาม พระเจ้ามันธาตุราชเป็นเลิศ บรรดาผู้

ใหญ่ยิ่ง มารเป็นเลิศ พระพุทธเจ้าผู้รุ่งเรืองด้วยฤทธิ์ อัน

โลกกล่าวว่าเป็นเลิศในโลก ทั้งเทวดาและมนุษย์ ทั่วภูมิ

เป็นที่อยู่ของสัตว์ ทั้งเบื้องบน ท่ามกลาง และเบื้องต่ำ ฯ

จบสูตรที่ ๕

โสขุมมสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค โสขุมมสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตารมานิ ภิกฺขเว โสขุมฺมานิ กตมานิ จตฺตาริ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ รูปโสขุมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ ปรเมน เตน จ รูปโสขุมฺเมน อญฺญํ รูปโสขุมฺมํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น สมนุปสฺสติ เตน จ รูปโสขุมฺเมน อญฺญํ รูปโสขุมฺมํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ เวทนาโสขุมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ สญฺญาโสขุมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ สงฺขารโสขุมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ ปรเมน เตน จ สงฺขารโสขุมฺเมน อญฺญํ สงฺขารโสขุมฺมํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น สมนุปสฺสติ เตน จ สงฺขารโสขุมฺเมน อญฺญํ สงฺขารโสขุมฺมํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น ปตฺเถติ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ โสขุมฺมานีติ ฯ

รูปโสขุมฺมตํ ญตฺวา เวทนานญฺจ สมฺภวํ

สญฺญา ยโต สมุเทติ อตฺถํ คจฺฉติ ยตฺถ จ

สงฺขาเร ปรโต ญตฺวา ทุกฺขโต โน จ อตฺตโต

ส เว สมฺมทฺทโส ภิกฺขุ สนฺโต สนฺติปเท รโต

ธาเรติ อนฺติมํ เทหํ เชตฺวา มารํ สวาหนนฺติ ฯ

๑ โป. ม. อคฺโคติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ญาณเป็นเครื่องแทงตลอดลักษณะอันละเอียด ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยญาณอันกำหนดรู้ลักษณะอันละเอียดในรูปอย่างยิ่ง ย่อมไม่พิจารณาเห็นญาณอันกำหนดรู้ลักษณะอันละเอียดในรูปอื่นซึ่งยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในรูปนั้น และไม่ปรารถนาญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในรูปอื่น อันยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในรูปนั้น เป็นผู้ประกอบด้วยญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในเวทนา ... เป็นผู้ประกอบด้วยญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในสัญญา ... เป็นผู้ประกอบด้วยญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในสังขาร ย่อมไม่พิจารณาเห็นซึ่งญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในสังขารอื่น ซึ่งยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในสังขารนั้น และไม่ปรารถนาญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในสังขารอื่นซึ่งยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียดในสังขารนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย

ญาณเป็นเครื่องกำหนดลักษณะอันละเอียด ๔ประการนี้แล ฯ

ภิกษุใดรู้ความที่รูปขันธ์เป็นของละเอียด รู้ความเกิดแห่ง

เวทนา รู้ความเกิดและความดับแห่งสัญญา รู้จักสังขารโดย

ความไม่เที่ยง โดยเป็นทุกข์ และโดยความเป็นอนัตตา

ภิกษุนั้นแล เป็นผู้เห็นชอบ เป็นผู้สงบ ยินดีในสันติบท

ชำนะมารพร้อมทั้งเสนา ย่อมทรงไว้ซึ่งร่างกายมีในที่สุด ฯ

จบสูตรที่ ๖

อคติสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค อคติสูตร ที่ ๑ (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว อคติคมนานิ กตมานิ จตฺตาริ ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ โทสาคตึ คจฺฉติ โมหาคตึ คจฺฉติ ภยาคตึ คจฺฉติ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ อคติคมนานีติ ฯ

ฉนฺทา โทสา ภยา โมหา โย ธมฺมํ อติวตฺตติ

นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมาติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การถึงอคติ ๔ ประการนี้ อคติ ๔ ประการเป็นไฉน บุคคลย่อมถึงฉันทาคติ ย่อมถึงโทสาคติ ย่อมถึงโมหาคติ ย่อมถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การถึงอคติ ๔ ประการนี้แล ฯ

ผู้ใดประพฤติล่วงธรรม เพราะความรัก ความชัง ความหลง

ความกลัว ยศของผู้นั้นย่อมเสื่อม ดุจพระจันทร์ข้างแรม

ฉะนั้น ฯ

จบสูตรที่ ๗

อคติสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค อคติสูตร ที่ ๒ (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว นาคติคมนานิ กตมานิ จตฺตาริ น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ น โทสาคตึ คจฺฉติ น โมหาคตึ คจฺฉติ น ภยาคตึ คจฺฉติ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ นาคติคมนานีติ ฯ

ฉนฺทา โทสา ภยา โมหา โย ธมฺมํ นาติวตฺตติ

อาปูรติ ตสฺส ยโส สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมาติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การไม่ถึงอคติ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน บุคคลย่อมไม่ถึงฉันทาคติ ย่อมไม่ถึงโทสาคติ ย่อมไม่ถึงโมหาคติ ย่อมไม่ถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย

การไม่ถึงอคติ ๔ ประการนี้แล ฯ

ผู้ใดไม่ประพฤติล่วงธรรม เพราะความรัก ความชัง ความ

หลง ความกลัว ยศของผู้นั้น ย่อมเต็มเปี่ยม ดุจ

พระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น ฯ

จบสูตรที่ ๘

อคติสูตรที่ ๓

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค อคติสูตร ที่ ๓ (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว อคติคมนานิ กตมานิ จตฺตาริ ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ โทสาคตึ คจฺฉติ โมหาคตึ คจฺฉติ ภยาคตึ คจฺฉติ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ อคติคมนานีติ ฯ

ฉนฺทา โทสา ภยา โมหา โย ธมฺมํ อติวตฺตติ

นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมาติ ฯ

จตฺตารีมานิ ภิกฺขเว นาคติคมนานิ กตมานิ จตฺตาริ น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ น โทสาคตึ คจฺฉติ น โมหาคตึ คจฺฉติ น ภยาคตึ คจฺฉติ อิมานิ โข ภิกฺขเว จตฺตาริ นาคติคมนานีติ ฯ

ฉนฺทา โทสา ภยา โมหา โย ธมฺมํ นาติวตฺตติ

อาปูรติ ตสฺส ยโส สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมาติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การถึงอคติ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน บุคคลย่อมถึงฉันทาคติ ย่อมถึงโทสาคติ ย่อมถึงโมหาคติ ย่อมถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การถึงอคติ ๔ประการนี้แล ฯ

ผู้ใดประพฤติล่วงธรรม เพราะความรัก ความชัง ความหลง

ความกลัว ยศของผู้นั้นย่อมเสื่อม เหมือนพระจันทร์ข้างแรม

ฉะนั้น ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การไม่ถึงอคติ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน บุคคลย่อมไม่ถึงฉันทาคติ ย่อมไม่ถึงโทสาคติ ย่อมไม่ถึงโมหาคติ ย่อมไม่ถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การไม่ถึงอคติ ๔ ประการนี้แล ฯ

ผู้ใดไม่ประพฤติล่วงธรรม เพราะความรัก ความชัง

ความหลง ความกลัว ยศของผู้นั้น ย่อมเต็มเปี่ยม ดุจ

พระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น ฯ

จบสูตรที่ ๙

ภัตตุเทสกสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ปฐมปัณณาสก์ จรวรรค ภัตตุเทสกสูตร (Royal Thai Volume 21 · Mahachula Volume 21 · Mahamakut Volume 35 · Chaloem Phrakiat Volume 21)

Pali (Siam Rath)

จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภตฺตุทฺเทสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย กตเมหิ จตูหิ ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ โทสาคตึ คจฺฉติ โมหาคตึ คจฺฉติ ภยาคตึ คจฺฉติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภตฺตุทฺเทสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย ฯ จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภตฺตุทฺเทสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค กตเมหิ จตูหิ น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ น โทสาคตึ คจฺฉติ น โมหาคตึ คจฺฉติ น ภยาคตึ คจฺฉติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภตฺตุทฺเทสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเคติ ฯ

เยเกจิ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา

อธมฺมิกา โหนฺติ อธมฺมคารวา

ฉนฺทา จ โทสา จ ภยา จ คามิโน

ปริสกสโฏ ๑ จ ปเนส วุจฺจติ

เอวํ หิ วุตฺตํ สมเณน ชานตา

ตสฺมา หิ เต สปฺปุริสา ปสํสิยา

ธมฺเม ฐิตา เย น กโรนฺติ ปาปกํ

น ฉนฺทโทสา น ภยา จ คามิโน ฯ

ปริสาย มณฺโฑ จ ปเนส วุจฺจติ

เอวํ หิ วุตฺตํ สมเณน ชานตาติ ฯ

จรวคฺโค ทุติโย ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

จารํ สีลํ ปธานานิ สํวรํ ปญฺญตฺติปญฺจมํ

โสขุมฺมํ ตโย อคตี ภตฺตุทฺเทเสน เต ทสาติ ฯ

______________

อุรุเวลวคฺโค ตติโย

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำไปวางไว้ในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ภัตตุเทสก์ย่อมถึงฉันทาคติ ย่อมถึงโทสาคติ ย่อมถึงโมหาคติ ย่อมถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลายภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล

เหมือนถูกนำไปวางไว้ในนรกดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการเหมือนถูกนำไปวางไว้ในสวรรค์ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ภัตตุเทสก์ย่อมไม่ถึงฉันทาคติย่อมไม่ถึงโทสาคติ ย่อมไม่ถึงโมหาคติ ย่อมไม่ถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลายภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำไปวางไว้ในสวรรค์ ฯ

ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่สำรวมในกาม ไม่ประกอบด้วย

ธรรม ไม่เคารพในธรรม มีปรกติถึงฉันทาคติ โทสาคติ

โมหาคติ และภยาคติ ก็แลบุคคลนี้เราเรียกว่า เป็น

หยากเยื่อในบริษัท อันสมณะผู้รู้กล่าวแล้วอย่างนี้ ชน

เหล่าใดตั้งอยู่ในธรรม มี ปรกติไม่ถึงฉันทาคติ โทสาคติ

โมหาคติ ภยาคติ ย่อมไม่ กระทำกรรมอันลามก เพราะ

ฉะนั้น บุคคลนั้นชื่อว่า เป็น สัตบุรุษที่น่าสรรเสริญ ก็

แลบุคคลนี้เราเรียกว่าเป็นผู้ผุดผ่องในบริษัท อันสมณะ

ผู้รู้กล่าวแล้วอย่างนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

จบวรรคที่ ๒

______

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. จารสูตร ๒. ศีลสูตร

๓. ปธานสูตร ๔. สังวรสูตร

๕. ปัญญัติสูตร ๖. โสขุมมสูตร

๗. อคติสูตรที่ ๑ ๘. อคติสูตรที่ ๒

๙. อคติสูตรที่ ๓ ๑๐. ภัตตุเทสกสูตร ฯ