arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ · สมุททวรรค

๔. ขีรรุกขสูตร เล่ม ๑๘

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๙๑–๒๙๔ (Royal Thai)4/10 in สมุททวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ขีรรุกขสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุต จตุปัณณาสก์ สมุททวรรค ขีรรุกขสูตร (Royal Thai Volume 18 · Mahachula Volume 18 · Mahamakut Volume 28 · Chaloem Phrakiat Volume 18)

Pali (Siam Rath)

ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา จกฺขุ- วิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ตสฺส ปริตฺตา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริยาทิยนฺเตวสฺส ๑ จิตฺตํ ฯ โก ปน วาโท อธิมตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ตสฺส ปริตฺตา เจปิ มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริยาทิยนฺเตวสฺส จิตฺตํ ฯ โก ปน วาโท อธิมตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ฯ

๑ ยุ. วาสฺส ฯ เอวมุปริปิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง

มีอยู่ในรูปทั้งหลาย อันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้รูป อันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ซึ่งเป็นของเล็กน้อย ผ่านคลองจักษุของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไป ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นได้แท้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงรูปอันใหญ่ยิ่ง จักไม่ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นยังมีอยู่ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นยังละราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่ได้ ราคะ โทสะ โมหะของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง มีอยู่ในเสียง ... ในกลิ่น ... ในรส ... ในโผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้ธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ซึ่งเป็นของเล็กน้อย ผ่านทางใจของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไป ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นได้แท้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมารมณ์อันใหญ่ยิ่ง จักไม่ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นยังมีอยู่ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นยังละราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่ได้ ฯ

Pali (Siam Rath)

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ขีรรุกฺโข อสฺสตฺโถ วา นิโคฺรโธ วา มิลกฺขุ ๑ วา อุทุมฺพโร วา ทหโร ตรุโณ โกมารโก ตเมนํ ปุริโส ติณฺหาย กุธาริยา ๒ ยโต ยโต ภินฺเทยฺย ๓ อาคจฺเฉยฺย ขีรนฺติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ ยํ หิ ภนฺเต ขีรํ ตํ อตฺถีติ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ตสฺส ปริตฺตา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริยาทิยนฺเตวสฺส จิตฺตํ ฯ โก ปน วาโท อธิมตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ

โย ภิกฺขเว ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ชิวฺหาวิญฺเญยฺเยสุ รเสสุ โย ราโค โส อตฺถิ ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ตสฺส ปริตฺตา เจปิ มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ปริยาทิยนฺเตวสฺส จิตฺตํ ฯ โก ปน วาโท อธิมตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ราโค โส อตฺถิ โย โทโส โส อตฺถิ โย โมโห โส อตฺถิ โย ราโค โส อปฺปหีโน โย โทโส โส อปฺปหีโน โย โมโห โส อปฺปหีโน ฯ

๑ ม. ยุ. ปิลกฺโข ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. ยุ. กุฐาริยา ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๓ ม. ยุ.

อาภินฺเทยฺย ฯ เอวมุปริปิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นกร่าง หรือต้นมะเดื่อ เป็นต้นไม้มียาง ขนาดเขื่อง ขนาดรุ่น ขนาดเล็ก บุรุษเอาขวานอันคมสับต้นไม้นั้น ณ ที่แห่งหนึ่ง ยางพึงไหลออกหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า อย่างนั้นพระเจ้าข้า ฯ

พ. ข้อนั้น เพราะอะไร ฯ

ภิ. เพราะยางมีอยู่ พระเจ้าข้า ฯ

พ. ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง มีอยู่ในรูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ละราคะโทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้รูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุซึ่งเป็นของเล็กน้อย ผ่านคลองจักษุของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไป ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีได้แท้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงรูปอันใหญ่ยิ่งจักไม่ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะยังมีอยู่ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นยังละราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่ได้ ราคะ โทสะ โมหะของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่งมีอยู่ในเสียง ... ในกลิ่น ... ในรส ... ในโผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้ธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจซึ่งเป็นของเล็กน้อย ผ่านทางใจของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไป ย่อมครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นได้แท้ จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมารมณ์อันใหญ่ยิ่ง จักไม่ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะ ยังมีอยู่ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นยังละราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่ได้ ฯ

Pali (Siam Rath)

ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา จกฺขุ- วิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ตสฺส อธิมตฺตา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯ โก ปน วาโท ปริตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ชิวฺหาวิญฺเญยฺเยสุ รเสสุ ฯเปฯ มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ตสฺส อธิมตฺตา เจปิ มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯ โก ปน วาโท ปริตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่งไม่มีอยู่ในรูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะโทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้รูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุซึ่งเป็นของใหญ่ยิ่ง ผ่านคลองจักษุของภิกษุหรือภิกษุณีนั้น ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ได้เลยจะป่วยกล่าวไปไยถึงรูปอันเล็กน้อย จักครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่าข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่มี ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นได้แล้ว ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่งไม่มีอยู่ในเสียง ... ในกลิ่น ... ในรส ... ในโผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ซึ่งเป็นของใหญ่ยิ่ง ผ่านมาทางใจของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ได้เลย จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมารมณ์อันเล็กน้อย จักครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่มี ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นได้แล้ว ฯ

Pali (Siam Rath)

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ขีรรุกฺโข อสฺสตฺโถ วา นิโคฺรโธ วา มิลกฺขุ วา อุทุมฺพโร วา สุกฺโข โกฬาโป เตโรวสฺสิโก ๑ ตเมนํ ปุริโส ติณฺหาย กุธาริยา ยโต ยโต ภินฺเทยฺย อาคจฺเฉยฺย ขีรนฺติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ ยํ หิ ภนฺเต ขีรํ ตํ นตฺถีติ ๒ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา จกฺขุวิญฺเญยฺเยสุ รูเปสุ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ตสฺส อธิมตฺตา เจปิ จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯ โก ปน วาโท ปริตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ฯเปฯ

ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ชิวฺหาวิญฺเญยฺเยสุ รเสสุ ฯเปฯ ยสฺส กสฺสจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา มโนวิญฺเญยฺเยสุ ธมฺเมสุ โย ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโน ตสฺส อธิมตฺตา เจปิ มโนวิญฺเญยฺยา ธมฺมา มนสฺส อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ เนวสฺส จิตฺตํ ปริยาทิยนฺติ ฯ โก ปน วาโท ปริตฺตานํ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ โย ภิกฺขเว ราโค โส นตฺถิ โย โทโส โส นตฺถิ โย โมโห โส นตฺถิ โย ราโค โส ปหีโน โย โทโส โส ปหีโน โย โมโห โส ปหีโนติ ฯ

๑ ยุ. เถโรวสฺสิโก ฯ ๒ ยุ. นตฺถิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นกร่าง หรือต้นมะเดื่อ ซึ่งเป็นไม้มียางเป็นต้นไม้แห้ง เป็นไม้ผุ ภายนอกฤดูฝน บุรุษเอาขวานอันคมสับต้นไม้นั้น ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ยางพึงไหลออกมาหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ไม่ใช่อย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ

พ. ข้อนั้น เพราะเหตุไร ฯ

ภิ. เพราะยางไม่มี พระเจ้าข้า ฯ

พ. ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน ราคะ โทสะ โมหะของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง ไม่มีอยู่ในรูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุ ภิกษุหรือภิกษณีนั้นละราคะ โทสะโมหะนั้นแล้ว ถ้าแม้รูปอันจะพึงรู้แจ้งด้วยจักษุซึ่งเป็นของใหญ่ยิ่ง ผ่านคลองจักษุของภิกษุหรือภิกษุณีนั้น ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ได้เลย จะป่วยกล่าวไปไยถึงรูปอันเล็กน้อย จักครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะโมหะนั้นไม่มี ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ราคะ โทสะ โมหะ ของภิกษุหรือภิกษุณีรูปใดรูปหนึ่ง ไม่มีอยู่ในเสียง ... ในกลิ่น ... ในรส ... ในโผฏฐัพพะ ... ในธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจ ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นแล้ว ถ้าธรรมารมณ์อันจะพึงรู้แจ้งด้วยใจซึ่งเป็นของใหญ่ยิ่งผ่านมาทางใจของภิกษุหรือภิกษุณีนั้น ก็ครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นไม่ได้เลย จะป่วยกล่าวไปไยถึงธรรมารมณ์อันเล็กน้อย จักครอบงำจิตของภิกษุหรือภิกษุณีนั้นเล่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะราคะ โทสะ โมหะนั้นไม่มี ภิกษุหรือภิกษุณีนั้นละราคะ โทสะ โมหะนั้นได้แล้ว ฯ

จบสูตรที่ ๔

End of ๔. ขีรรุกขสูตร