พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย · คามณิสังยุตต์
๑. จัณฑสูตร เล่ม ๑๘
Text layerBuddha’s wordsItems ๕๘๖–๕๘๘ (Royal Thai)1/13 in คามณิสังยุตต์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
คามณิสํยุตฺตํ
คามณิสังยุตต์
จัณฑสูตร
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ จัณฑสูตร (Royal Thai Volume 18 · Mahachula Volume 18 · Mahamakut Volume 29 · Chaloem Phrakiat Volume 18)
อถ โข จณฺโฑ คามณี ๑ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข จณฺโฑ คามณี ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ จณฺโฑ ๒ จณฺโฑเตฺว สงฺขํ คจฺฉติ โก ปน ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ โสรโต ๓ โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตีติ ฯ อิธ ๔ คามณิ เอกจฺจสฺส ราโค อปฺปหีโน โหติ ราคสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ โทโส อปฺปหีโน โหติ โทสสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ โมโห อปฺปหีโน โหติ โมหสฺส อปฺปหีนตฺตา ปเร โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ ปาตุกโรติ โส จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ อยํ โข คามณิ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ จณฺโฑ จณฺโฑเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ
ครั้งนั้นแล นายจัณฑคามณีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ ถึงความนับว่า เป็นคนดุ เป็นคนดุ ก็อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้บุคคลบางคนในโลกนี้ถึงความนับว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม เป็นคนสงบเสงี่ยมพระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรนายคามณี คนบางคนในโลกนี้ยังละราคะไม่ได้เพราะเป็นผู้ยังละราคะไม่ได้ คนอื่นจึงยั่วให้โกรธ คนที่ยังละราคะไม่ได้คนอื่นยั่วให้โกรธ ย่อมแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ คนบางคนในโลกนี้ยังละโทสะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละโทสะไม่ได้ คนอื่นจึงยั่วให้โกรธคนที่ยังละโทสะไม่ได้คนอื่นยั่วให้โกรธ ย่อมแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ คนบางคนในโลกนี้ยังละโมหะไม่ได้ เพราะเป็นผู้ยังละโมหะไม่ได้ คนอื่นจึงยั่วให้โกรธ คนที่ยังละโมหะไม่ได้อันคนอื่นยั่วให้โกรธ ย่อมแสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่าเป็นคนดุ ดูกรนายคามณี นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้คนบางคนในโลกนี้ถึงความนับว่าเป็นคนดุ เป็นคนดุ ฯ
อิธ ปน คามณิ เอกจฺจสฺส ราโค ปหีโน โหติ ราคสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ โทโส ปหีโน โหติ โทสสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ ฯ โมโห ปหีโน โหติ โมหสฺส ปหีนตฺตา ปเร น โกเปนฺติ ปเรหิ โกปิยมาโน โกปํ น ปาตุกโรติ โส โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ อยํ โข คามณิ เหตุ อยํ ปจฺจโย เยน มิเธกจฺโจ โสรโต โสรโตเตฺวว สงฺขํ คจฺฉตีติ ฯ
๑ ม. ยุ. คามณิ ฯ ๒-๓ ยุ. น อาเมณฺฑิตํ ฯ ๔ ยุ. อิธ โข ฯ
ดูกรนายคามณี อนึ่ง คนบางคนในโลกนี้ละราคะได้แล้ว เพราะเป็นผู้ละราคะได้ คนอื่นจึงยั่วไม่โกรธ คนที่ละราคะได้แล้วอันคนอื่นยั่วให้โกรธก็ไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม คนบางคนในโลกนี้ละโทสะได้แล้ว เพราะเป็นผู้ละโทสะได้ คนอื่นจึงยั่วไม่โกรธ คนที่ละโทสะได้แล้วอันคนอื่นยั่วให้โกรธ ก็ไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม คนบางคนในโลกนี้ละโมหะได้แล้ว เพราะเป็นผู้ละ โมหะได้ คนอื่นจึงยั่วไม่โกรธ คนที่ละโมหะได้แล้วอันคนอื่นยั่วให้โกรธ ก็ไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ผู้นั้นจึงนับได้ว่า เป็นคนสงบเสงี่ยม ดูกรนายคามณี นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้คนบางคนในโลกนี้ถึงความนับว่า เป็นคนสงบเสงี่ยมเป็นคนสงบเสงี่ยม ฯ
เอวํ วุตฺเต จณฺโฑ คามณี ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต เสยฺยถาปิ ภนฺเต นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย อนฺธกาเร วา เตลปฺปชฺโชตํ ธาเรยฺย จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ ๑ ฯ เอวเมว ๒ ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต เอสาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุปาสกํ มํ ภนฺเต ๓ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ ปฐมํ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว นายจัณฑคามณีได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่งนัก พระธรรมเทศนาของพระองค์แจ่มแจ้งยิ่งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกหนทางให้แก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักเห็นรูปฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค กับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะจนตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
จบสูตรที่ ๑
End of ๑. จัณฑสูตร