arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โกสลสังยุตต์ · ตติยวรรค

๑. ปุคคลสูตร เล่ม ๑๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๙๓–๓๙๘ (Royal Thai)1/5 in ตติยวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

_______

๓. ตติยวคฺค

๑. ปุคฺคลสุตฺต

๓. ตติยวรรค

หมวดที่ ๓

๑. ปุคคลสูตร

ว่าด้วยบุคคล ๔ ประเภท

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โกสลสังยุตต์ ตติยวรรค ปุคคลสูตร (Royal Thai Volume 15 · Mahachula Volume 15 · Mahamakut Volume 24 · Chaloem Phrakiat Volume 15)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 15, pp. 111–115 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 15, pp. 161–165

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สาวตฺถิยํ. อถ โข ราชา ปเสนทิโกสโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ; เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ราชานํ ปเสนทิโกสลํ ภควา เอตทโวจ “จตฺตาโรเม มหาราช ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? ตโมตมปรายโน ตโมโชติปรายโน โชติตมปรายโน โชติโชติปรายโน.

กถญฺจ มหาราช ปุคฺคโล ตโมตมปรายโน โหติ? อิธ มหาราช เอกจฺโจ ปุคฺคโล นีเจ กุเล ปจฺจาชาโต โหติ จณฺฑาลกุเล วา เวณกุเล (๑) วา เนสาทกุเล วา รถการกุเล วา ปุกฺกุสกุเล วา ทลิทฺเท อปฺปนฺนปานโภชเน กสิรวุตฺติเก, ยตฺถ กสิเรน ฆาสจฺฉาโท ลพฺภติ. โส จ โหติ ทุพฺพณฺโณ ทุทฺทสฺสิโก โอโกฏิมโก พหฺวาพาโธ (๒) กาโณ วา กุณี วา ขญฺโช วา ปกฺขหโต วา, น ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส วตฺถสฺส ยานสฺส มาลาคนฺธวิเลปนสฺส เสยฺยาวสถปทีเปยฺยสฺส. โส กาเยน ทุจฺจริตํ จรติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรติ. โส กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ.

เสยฺยถาปิ มหาราช ปุริโส อนฺธการา วา อนฺธการํ คจฺเฉยฺย, ตมา วา ตมํ คจฺเฉยฺย, โลหิตมลา วา โลหิตมลํ คจฺเฉยฺย. ตถูปมาหํ มหาราช อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. เอวํ โข มหาราช ปุคฺคโล ตโมตมปรายโน โหติ. กถญฺจ มหาราช ปุคฺคโล ตโมโชติปรายโน โหติ? อิธ มหาราช เอกจฺโจ ปุคฺคโล นีเจ กุเล ปจฺจาชาโต โหติ จณฺฑาลกุเล วา เวณกุเล วา เนสาทกุเล วา รถการกุเล วา ปุกฺกุสกุเล วา ทลิทฺเท อปฺปนฺนปานโภชเน กสิรวุตฺติเก, ยตฺถ กสิเรน ฆาสจฺฉาโท ลพฺภติ. โส จ โข โหติ ทุพฺพณฺโณ ทุทฺทสฺสิโก โอโกฏิมโก พหฺวาพาโธ กาโณ วา กุณี วา ขญฺโช วา ปกฺขหโต วา, น ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส วตฺถสฺส ยานสฺส มาลาคนฺธวิเลปนสฺส เสยฺยาวสถปทีเปยฺยสฺส. โส กาเยน สุจริตํ จรติ, วาจาย สุจริตํ จรติ, มนสา สุจริตํ จรติ. โส กาเยน สุจริตํ จริตฺวา วาจาย สุจริตํ จริตฺวา มนสา สุจริตํ จริตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ.

เสยฺยถาปิ มหาราช ปุริโส ปฐวิยา วา ปลฺลงฺกํ อาโรเหยฺย, ปลฺลงฺกา วา อสฺสปิฏฺฐึ อาโรเหยฺย, อสฺสปิฏฺฐิยา วา หตฺถิกฺขนฺธํ อาโรเหยฺย, หตฺถิกฺขนฺธา วา ปาสาทํ อาโรเหยฺย. ตถูปมาหํ มหาราช อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. เอวํ โข มหาราช ปุคฺคโล ตโมโชติปรายโน โหติ.

กถญฺจ มหาราช ปุคฺคโล โชติตมปรายโน โหติ? อิธ มหาราช เอกจฺโจ ปุคฺคโล อุจฺเจ กุเล ปจฺจาชาโต โหติ ขตฺติยมหาสาลกุเล วา พฺราหฺมณมหาสาลกุเล วา คหปติมหาสาลกุเล วา อฑฺเฒ มหทฺธเน มหาโภเค ปหูตชาตรูปรชเต ปหูตวิตฺตูปกรเณ ปหูตธนธญฺเญ. โส จ โหติ อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคโต, ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส วตฺถสฺส ยานสฺส มาลาคนฺธวิเลปนสฺส เสยฺยาวสถปทีเปยฺยสฺส. โส กาเยน ทุจฺจริตํ จรติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรติ. โส กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. เสยฺยถาปิ มหาราช ปุริโส ปาสาทา วา หตฺถิกฺขนฺธํ โอโรเหยฺย, หตฺถิกฺขนฺธา วา อสฺสปิฏฺฐึ โอโรเหยฺย, อสฺสปิฏฺฐิยา วา ปลฺลงฺกํ โอโรเหยฺย, ปลฺลงฺกา วา ปฐวึ โอโรเหยฺย, ปฐวิยา วา อนฺธการํ ปวิเสยฺย. (๓) ตถูปมาหํ มหาราช อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. เอวํ โข มหาราช ปุคฺคโล โชติตมปรายโน โหติ.

กถญฺจ มหาราช ปุคฺคโล โชติโชติปรายโน โหติ? อิธ มหาราช เอกจฺโจ ปุคฺคโล อุจฺเจ กุเล ปจฺจาชาโต โหติ ขตฺติยมหาสาลกุเล วา พฺราหฺมณมหาสาลกุเล วา คหปติมหาสาลกุเล วา อฑฺเฒ มหทฺธเน มหาโภเค ปหูตชาตรูปรชเต ปหูตวิตฺตูปกรเณ ปหูตธนธญฺเญ, โส จ โหติ อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก ปรมาย วณฺณโปกฺขรตาย สมนฺนาคโต, ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส วตฺถสฺส ยานสฺส มาลาคนฺธวิเลปนสฺส เสยฺยาวสถปทีเปยฺยสฺส. โส กาเยน สุจริตํ จรติ, วาจาย สุจริตํ จรติ, มนสา สุจริตํ จรติ. โส กาเยน สุจริตํ จริตฺวา วาจาย สุจริตํ จริตฺวา มนสา สุจริตํ จริตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ.

เสยฺยถาปิ มหาราช ปุริโส ปลฺลงฺกา วา ปลฺลงฺกํ สงฺกเมยฺย, อสฺสปิฏฺฐิยา วา อสฺสปิฏฺฐึ สงฺกเมยฺย, หตฺถิกฺขนฺธา วา หตฺถิกฺขนฺธํ สงฺกเมยฺย, ปาสาทา วา ปาสาทํ สงฺกเมยฺย. ตถูปมาหํ มหาราช อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. เอวํ โข มหาราช ปุคฺคโล โชติโชติปรายโน โหติ. อิเม โข มหาราช จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ. อิทมโวจ ฯเปฯ

ทลิทฺโท ปุริโส ราช อสฺสทฺโธ โหติ มจฺฉรี

กทริโย ปาปสงฺกปฺโป มิจฺฉาทิฏฺฐิ อนาทโร.

สมเณ พฺราหฺมเณ วาปิ อญฺเญ วาปิ วณิพฺพเก

อกฺโกสติ ปริภาสติ นตฺถิโก โหติ โรสโก.

ททมานํ นิวาเรติ ยาจมานาน โภชนํ

ตาทิโส ปุริโส ราช มิยฺยมาโน ชนาธิป

อุเปติ นิรยํ โฆรํ ตโมตมปรายโน.

ทลิทฺโท ปุริโส ราช สทฺโธ โหติ อมจฺฉรี

ททาติ เสฏฺฐสงฺกปฺโป อพฺยคฺคมนโส นโร.

สมเณ พฺราหฺมเณ วาปิ อญฺเญ วาปิ วณิพฺพเก

อุฏฺฐาย อภิวาเทติ สมจริยาย สิกฺขติ.

ททมานํ น วาเรติ (๔) ยาจมานาน โภชนํ

ตาทิโส ปุริโส ราช มิยฺยมาโน ชนาธิป

อุเปติ ติทิวํ ฐานํ ตโมโชติปรายโน.

อฑฺโฒ เจ (๕) ปุริโส ราช อสฺสทฺโธ โหติ มจฺฉรี

กทริโย ปาปสงฺกปฺโป มิจฺฉาทิฏฺฐิ อนาทโร.

สมเณ พฺราหฺมเณ วาปิ อญฺเญ วาปิ วณิพฺพเก

อกฺโกสติ ปริภาสติ นตฺถิโก โหติ โรสโก.

ททมานํ นิวาเรติ ยาจมานาน โภชนํ

ตาทิโส ปุริโส ราช มิยฺยมาโน ชนาธิป

อุเปติ นิรยํ โฆรํ โชติตมปรายโน.

อฑฺโฒ เจ๑๘๙ ปุริโส ราช สทฺโธ โหติ อมจฺฉรี

ททาติ เสฏฺฐสงฺกปฺโป อพฺยคฺคมนโส นโร.

สมเณ พฺราหฺมเณ วาปิ อญฺเญ วาปิ วณิพฺพเก

อุฏฺฐาย อภิวาเทติ สมจริยาย สิกฺขติ.

ททมานํ น วาเรติ ยาจมานาน โภชนํ

ตาทิโส ปุริโส ราช มิยฺยมาโน ชนาธิป

อุเปติ ติทิวํ ฐานํ โชติโชติปรายโนติ.

Footnotes (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. 1ฉ.ม. เวนกุเล
  2. 2ฉ.ม. พวฺหาพาโธ
  3. 3สี.อิ. โอโรเหยฺย
  4. 4สี. นิวาเรติ
  5. 5อิ.ม. อฑฺโฒ เว
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลได้เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับพระเจ้า ประเสนทิโกศลผู้ประทับนั่ง ณ ที่สมควรดังนี้ว่า “มหาบพิตร บุคคล ๔ จำพวก นี้ มีปรากฏอยู่ในโลกบุคคล ๔ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. บุคคลผู้มืดมาและมืดไป

๒. บุคคลผู้มืดมาแต่สว่างไป

๓. บุคคลผู้สว่างมาแต่มืดไป

๔. บุคคลผู้สว่างมาและสว่างไป

บุคคลผู้มืดมาและมืดไป เป็นอย่างไร

คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เกิดในตระกูลต่ำ คือ ตระกูลจัณฑาล ตระกูล ช่างสาน ตระกูลนายพราน ตระกูลช่างรถ หรือตระกูลคนเทขยะ เป็นตระกูล ยากจน มีข้าว น้ำและสิ่งของเครื่องใช้น้อย เป็นไปอย่างฝืดเคือง เป็นแหล่งที่หา ของกินและเครื่องนุ่งห่มได้ยาก และเขามีผิวพรรณหม่นหมอง ไม่น่าดู ต่ำเตี้ย มีความเจ็บป่วยมาก ตาบอด เป็นง่อย เป็นคนกระจอก หรือเป็นโรคอัมพาต มักไม่ได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่อง ประทีป และเขายังประพฤติกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต หลังจากตายแล้วจะไป เกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรกอุปมาเหมือนบุรุษไปจากความมืดสู่ความมืดมิด หรือไปจากความมืดมัว สู่ความมืดมัว หรือไปจากสายเลือดชั่วสู่สายเลือดชั่ว แม้ฉันใด มหาบพิตร ตถาคต กล่าวว่า บุคคลนี้มีอุปไมยฉันนั้น บุคคลผู้มืดมาและมืดไป เป็นอย่างนี้แลบุคคลผู้มืดมาแต่สว่างไป เป็นอย่างไร

คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เกิดในตระกูลต่ำ คือ ตระกูลจัณฑาล ตระกูล ช่างสาน ตระกูลนายพราน ตระกูลช่างรถ หรือตระกูลคนเทขยะ เป็นตระกูล ยากจน มีข้าว น้ำและสิ่งของเครื่องใช้น้อย เป็นไปอย่างฝืดเคือง เป็นแหล่งที่หา ของกินและเครื่องนุ่งห่มได้ยาก และเขามีผิวพรรณหม่นหมอง ไม่น่าดู ต่ำเตี้ย มีความเจ็บป่วยมาก ตาบอด เป็นง่อย เป็นคนกระจอก หรือเป็นโรคอัมพาต มักไม่ได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และ เครื่องประทีป แต่เขาประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต หลังจากตายแล้ว จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์อุปมาเหมือนบุรุษขึ้นจากแผ่นดินสู่บัลลังก์ หรือขึ้นจากบัลลังก์สู่หลังม้า หรือ ขึ้นจากหลังม้าสู่คอช้าง หรือขึ้นจากคอช้างสู่ปราสาท แม้ฉันใด มหาบพิตร ตถาคต กล่าวว่า บุคคลนี้มีอุปไมยฉันนั้น บุคคลผู้มืดมาแต่สว่างไป เป็นอย่างนี้แลบุคคลผู้สว่างมาแต่มืดไป เป็นอย่างไร

คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เกิดในตระกูลสูง คือ ตระกูลขัตติยมหาศาล ตระกูล พราหมณมหาศาล หรือตระกูลคหบดีมหาศาล เป็นตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีทองและเงินมาก มีเครื่องใช้ที่น่าปลื้มใจมากมาย มีทรัพย์และธัญชาติ มากมาย และเขามีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส มีผิวพรรณผุดผ่องยิ่งนัก ได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป แต่เขา ประพฤติกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรกอุปมาเหมือนบุรุษลงจากปราสาทสู่คอช้าง หรือลงจากคอช้างสู่หลังม้า หรือลง จากหลังม้าสู่บัลลังก์ หรือลงจากบัลลังก์สู่พื้นดิน หรือลงจากพื้นดินเข้าสู่ที่มืด แม้ฉันใด มหาบพิตร ตถาคตกล่าวว่า บุคคลนี้มีอุปไมยฉันนั้น บุคคลผู้สว่างมา แต่มืดไป เป็นอย่างนี้แลบุคคลผู้สว่างมาและสว่างไป เป็นอย่างไร

คือ บุคคลบางคนในโลกนี้เกิดในตระกูลสูง คือ ตระกูลขัตติยมหาศาล ตระกูล พราหมณมหาศาล หรือตระกูลคหบดีมหาศาล เป็นตระกูลมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีทองและเงินมาก มีเครื่องใช้ที่น่าปลื้มใจมากมาย มีทรัพย์และธัญชาติ มากมาย และเขามีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส มีผิวพรรณผุดผ่องยิ่งนัก ได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก และเครื่องประทีป และเขาก็ ประพฤติกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรค์อุปมาเหมือนบุรุษก้าวไปด้วยดีจากบัลลังก์สู่บัลลังก์ หรือก้าวไปด้วยดีจากหลัง ม้าสู่หลังม้า หรือก้าวไปด้วยดีจากคอช้างสู่คอช้าง หรือก้าวไปด้วยดีจากปราสาทสู่ ปราสาท แม้ฉันใด มหาบพิตร ตถาคตกล่าวว่า บุคคลนี้มีอุปไมยฉันนั้น บุคคล ผู้สว่างมาและสว่างไป เป็นอย่างนี้แลมหาบพิตร บุคคล ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก”

พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดาได้ตรัสเวยยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถา ประพันธ์ต่อไปอีกว่า

มหาบพิตร บุรุษเข็ญใจไม่มีศรัทธา

เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น มีความดำริชั่ว

เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีความเอื้อเฟื้อ

ด่าบริภาษสมณะ หรือพราหมณ์ หรือวณิพกอื่น ๆ

เขาเป็นคนไม่มีประโยชน์ เป็นคนมักโกรธ

ย่อมห้ามคนที่กำลังจะให้สิ่งของเครื่องใช้แก่คนที่กำลังขอ

มหาบพิตรผู้เป็นใหญ่กว่าปวงชน

คนเช่นนั้นเมื่อตายแล้วย่อมเข้าถึงนรกอันโหดร้าย

บุคคลประเภทนี้ ชื่อว่าผู้มืดมาและมืดไป

มหาบพิตร บุรุษเข็ญใจ แต่มีศรัทธา

ไม่มีความตระหนี่ มีความดำริประเสริฐ

มีใจไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมให้ทาน

ย่อมลุกรับสมณะ หรือพราหมณ์ หรือวณิพกอื่น ๆ

ย่อมสำเหนียกในจรรยาอันเรียบร้อย

ไม่ห้ามคนที่กำลังจะให้สิ่งของเครื่องใช้แก่คนที่กำลังขอ

มหาบพิตรผู้เป็นใหญ่กว่าปวงชน

คนเช่นนั้นเมื่อตายแล้ว ย่อมเข้าถึงไตรทิพยสถาน

บุคคลประเภทนี้ ชื่อว่าผู้มืดมาแต่สว่างไป

มหาบพิตร บุรุษมั่งมี แต่ไม่มีศรัทธา

เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น มีความดำริชั่ว

เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีความเอื้อเฟื้อ

ด่าบริภาษสมณะ หรือพราหมณ์ หรือวณิพกอื่น ๆ

เขาเป็นคนไม่มีประโยชน์ เป็นคนมักโกรธ

ย่อมห้ามคนที่กำลังจะให้สิ่งของเครื่องใช้แก่คนที่กำลังขอ

มหาบพิตรผู้เป็นใหญ่กว่าปวงชน

คนเช่นนั้นเมื่อตายแล้วย่อมเข้าถึงนรกอันโหดร้าย

บุคคลประเภทนี้ ชื่อว่าผู้สว่างมาและมืดไป

มหาบพิตร บุรุษมั่งมี ทั้งมีศรัทธา

ไม่มีความตระหนี่ มีความดำริประเสริฐ

มีใจไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมให้ทาน

ย่อมลุกรับสมณะ หรือพราหมณ์ หรือวณิพกอื่น ๆ

ย่อมสำเหนียกในจรรยาอันเรียบร้อย

ไม่ห้ามคนที่กำลังจะให้สิ่งของเครื่องใช้แก่คนที่กำลังขอ

มหาบพิตรผู้เป็นใหญ่กว่าปวงชน

คนเช่นนั้นเมื่อตายแล้ว ย่อมเข้าถึงไตรทิพยสถาน

บุคคลประเภทนี้ ชื่อว่าผู้สว่างมาและสว่างไป

ปุคคลสูตรที่ ๑ จบ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ดู องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๘๕/๙๖

End of ๑. ปุคคลสูตร