arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย โพชฌงคสังยุต · นิวรณวรรค

กุสลสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๙

Text layerBuddha’s wordsItems ๔๖๕–๔๖๖ (Royal Thai)2/10 in นิวรณวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

๒. ทุติยกุสลสูตร

ว่าด้วยธรรมที่เป็นกุศล สูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุต นิวรณวรรค กุสลสูตร ที่ ๒ (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 19, pp. 145–146

The Mahachula Pali of this passage is not in the e-tipitaka data.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

“ภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล เป็นส่วนกุศล เป็นฝ่าย กุศล ทั้งหมดมีโยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยแยบคาย) เป็นมูล รวมลงในโยนิโสมนสิการ โยนิโสมนสิการบัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าธรรมเหล่านั้น ภิกษุผู้ถึง พร้อมด้วยโยนิโสมนสิการ พึงหวังข้อนี้ได้ว่า ‘จักเจริญโพชฌงค์ ๗ ประการ ทำโพชฌงค์ ๗ ประการให้มาก’

ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยโยนิโสมนสิการเจริญโพชฌงค์ ๗ ประการ ทำ โพชฌงค์ ๗ ประการให้มาก อย่างไร

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้

๑. เจริญสติสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในโวสสัคคะ

ฯลฯ

๗. เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัย นิโรธ น้อมไปในโวสสัคคะ

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยโยนิโสมนสิการ เจริญโพชฌงค์ ๗ ประการ ทำโพชฌงค์ ๗ ประการให้มาก อย่างนี้แล”

ทุติยกุสลสูตรที่ ๒ จบ

End of กุสลสูตร ที่ ๒