arnon.worldSign in

โอปัมมสังยุตต์

Text layerBuddha’s wordsItems 662–685 (Royal Thai)8/9 in นิทานวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

โอปมฺมสํยุตฺตํ

โอปัมมสังยุตต์

๑. กูฏาคารสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กูฏาคารสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ภควา ... เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว กูฏาคารสฺส ยากาจิ โคปานสิโย สพฺพา ตา กูฏงฺคมา กูฏสโมสรณา กูฏสมุคฺฆาตา สพฺพา ตา สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติ เอวเมว โข ภิกฺขเว เยเกจิ อกุสลา ธมฺมา สพฺเพ เต อวิชฺชามูลกา อวิชฺชาสโมสรณา อวิชฺชาสมุคฺฆาตา สพฺเพ เต สมุคฺฆาตํ คจฺฉนฺติ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อปฺปมตฺตา วิหริสฺสามาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ปฐมํ ฯ

Royal Thai

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ... พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กลอนทั้งหลายของเรือนยอดทั้งหมดไปรวมที่ยอด ประชุมกันที่ยอด มียอดเป็นที่รวม สิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมรวมกันเข้าที่ยอด แม้ฉันใดดูกรภิกษุทั้งหลาย อกุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ก็ฉันนั้นเหมือนกันแล อกุศลธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอวิชชาเป็นมูล ประชุมกันที่อวิชชา มีอวิชชาเป็นที่รวมอกุศลธรรมเหล่านั้นทั้งหมดย่อมรวมกันเข้าที่อวิชชา เพราะเหตุดังนี้นั้น พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้ว่า พวกเราจักเป็นผู้ไม่ประมาท ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๑

๒. นขสิขสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ นขสิขสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อถ โข ภควา ปริตฺตํ นขสิขายํ ปํสุํ อาโรเปตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ โย จายํ มยา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต ยา จายํ มหาปฐวีติ ฯ เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ ยทิทํ มหาปฐวี อปฺปมตฺตโกยํ ภควตา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโต สงฺขมฺปิ น อุเปติ อุปนิธมฺปิ น อุเปติ กลภาคมฺปิ น อุเปติ มหาปฐวึ อุปนิธาย ภควตา ปริตฺโต นขสิขายํ ปํสุ อาโรปิโตติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงช้อนฝุ่นเล็กน้อยไว้ที่ปลายพระนขาแล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ฝุ่นเล็กน้อยที่เราช้อนขึ้นไว้ที่ปลายเล็บนี้กับมหาปฐพีนี้ อย่างไหนมากกว่ากัน ฯ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มหาปฐพีนั่นแหละมากกว่า ฝุ่นเล็กน้อยที่พระผู้มีพระภาคทรงช้อนขึ้นไว้ที่ปลายพระนขานี้มีประมาณน้อยย่อมไม่ถึงแม้ซึ่งการนับ ย่อมไม่ถึงแม้ซึ่งการเทียบเคียง ย่อมไม่ถึงแม้ซึ่งส่วนแห่งเสี้ยว เพราะเทียบมหาปฐพีเข้าแล้ว ฝุ่นที่พระผู้มีพระภาคทรงช้อนขึ้นไว้ที่ปลายพระนขามีประมาณเล็กน้อย ฯ

Pali (Siam Rath)

เอวเมว โข ภิกฺขเว อปฺปกา เต สตฺตา เย มนุสฺเสสุ ปจฺจาชายนฺติ อถ โข เอเตเยว พหุตรา สตฺตา เย อญฺญตฺร มนุสฺเสหิ ปจฺจาชายนฺติ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อปฺปมตฺตา วิหริสฺสามาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ทุติยํ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีประมาณน้อย สัตว์ไปเกิดในกำเนิดอื่นจากมนุษย์มีมากกว่ามากทีเดียว ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ไม่ประมาท ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๒

๓. กุลสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กุลสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ภควา ... เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยานิกานิจิ กุลานิ พหุตฺถิกานิ อปฺปปุริสานิ ตานิ สุปธํสิยานิ โหนฺติ โจเรหิ กุมฺภตฺเถนเกหิ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺสกสฺสจิ ภิกฺขุโน เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ อภาวิตา อพหุลีกตา โส สุปธํสิโย โหติ อมนุสฺเสหิ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย สกุลใดสกุลหนึ่งมีสตรีมาก มีบุรุษน้อย สกุลเหล่านั้นย่อมถูกพวกโจรปล้นได้ง่าย แม้ฉันใด ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งไม่เจริญเมตตาเจโตวิมุติ ไม่กระทำให้มากแล้ว ภิกษุรูปนั้นย่อมถูกพวกอมนุษย์กำจัดได้ง่ายฉันนั้นเหมือนกัน ฯ

Pali (Siam Rath)

เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว ยานิกานิจิ กุลานิ อปฺปตฺถิกานิ ๑ พหุปุริสานิ ตานิ ทุปฺปธํสิยานิ โหนฺติ โจเรหิ กุมฺภตฺเถนเกหิ เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺสกสฺสจิ ภิกฺขุโน เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา พหุลีกตา โส ทุปฺปธํสิโย โหติ อมนุสฺเสหิ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ เมตฺตา โน เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา ภวิสฺสติ พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ตติยํ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สกุลเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีสตรีน้อย มีบุรุษมาก สกุลเหล่านั้นย่อมถูกพวกโจรปล้นได้ยาก แม้ฉันใด ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เจริญเมตตาเจโตวิมุติ กระทำให้มากแล้ว ภิกษุรูปนั้นย่อมเป็นผู้อันอมนุษย์กำจัดได้ยากเพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเจริญเมตตาเจโตวิมุติกระทำให้มาก กระทำให้เป็นประดุจยาน กระทำให้เป็นที่ตั้งอาศัย ให้มั่นคงสั่งสม ปรารภด้วยดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๓

๔. โอกขาสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ โอกขาสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... โย ภิกฺขเว ปุพฺพณฺหสมยํ โอกฺขาสตํ ๒ ทานํ ทเทยฺย โย มชฺฌนฺติกสมยํ โอกฺขาสตํ ทานํ ทเทยฺย โย สายณฺหสมยํ โอกฺขาสตํ ทานํ ทเทยฺย โย วา ปุพฺพณฺหสมยํ อนฺตมโส คทฺทูหนมตฺตมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย โย วา มชฺฌนฺติกสมยํ อนฺตมโส คทฺทูหนมตฺตมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย โย วา สายณฺหสมยํ อนฺตมโส คทฺทูหนมตฺตมฺปิ เมตฺตจิตฺตํ ภาเวยฺย อิทํ ตโต มหปฺผลตรํ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ เมตฺตา โน เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา ภวิสฺสติ พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ จตุตฺถํ ฯ

๑ ม. ยุ. อปฺปิตฺถิกานิ ฯ ๒ อุกฺกาสตนฺติปิ ปาโฐ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดพึงให้ทานประมาณ ๑๐๐หม้อใหญ่ในเวลาเช้า ผู้ใดพึงให้ทานประมาณ ๑๐๐ หม้อใหญ่ในเวลาเที่ยง ผู้ใดพึงให้ทานประมาณ๑๐๐ หม้อใหญ่ในเวลาเย็น ผู้ใดพึงเจริญเมตตาจิตในเวลาเช้า โดยที่สุดแม้เพียงชั่วการหยดน้ำนมแห่งแม่โค หรือผู้ใดพึงเจริญเมตตาจิตในเวลาเที่ยง โดยที่สุดแม้เพียงชั่วการหยดน้ำนมแห่งแม่โค หรือผู้ใดพึงเจริญเมตตาจิตในเวลาเย็น โดยที่สุดแม้เพียงชั่วการหยดน้ำนมแห่งแม่โค การเจริญเมตตาจิตนี้มีผลมากกว่าทานที่บุคคลให้แล้ว ๓ ครั้งในวันหนึ่งนั้น เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเจริญเมตตาเจโตวิมุติ กระทำให้มาก กระทำให้เป็นประดุจยาน

กระทำให้เป็นที่ตั้งอาศัย ให้มั่นคง สั่งสม ปรารภด้วยดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๔

๕. สัตติสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สัตติสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว สตฺติ ติณฺหผลา อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย อหํ อิมํ สตฺตึ ติณฺหผลํ ปาณินา วา มุฏฺฐินา วา ปฏิเลณิสฺสามิ ปฏิโกฏฺเฏสฺสามิ ๑ ปฏิวฏฺเฏสฺสามีติ ฯ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว ภพฺโพ นุ โข โส ปุริโส อมุํ สตฺตึ ติณฺหผลํ ปาณินา วา มุฏฺฐินา วา ปฏิเลเณตุํ ปฏิโกฏฺเฏตุํ ปฏิวฏฺเฏตุนฺติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ อสุ หิ ภนฺเต สตฺติ ติณฺหผลา น สุกรา ปาณินา วา มุฏฺฐินา วา ปฏิเลเณตุํ ปฏิโกฏฺเฏตุํ ปฏิวฏฺเฏตุํ ยาวเทว จ ปน โส ปุริโส กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺสาติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย หอกมีใบอันคม ถ้าบุรุษพึงมากล่าวว่า เราจักงอเข้า จักพับ จักม้วนซึ่งหอกมีใบอันคมนี้ด้วยฝ่ามือ หรือด้วยกำมือ ดังนี้เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุรุษนั้นเป็นผู้สามารถเพื่อจะงอเข้า เพื่อจะพับ เพื่อจะม้วนซึ่งหอกมีใบอันคมโน้นด้วยฝ่ามือ หรือด้วยกำมือได้หรือหนอ ฯ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เป็นไปไม่ได้ พระเจ้าข้า ฯ

พ. ข้อนั้นเพราะเหตุไร ฯ

ภิ. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เพราะว่าการที่จะงอเข้า จะพับและจะม้วนซึ่งหอกมีใบอันคมด้วยฝ่ามือหรือด้วยกำมือ กระทำไม่ได้ง่าย ก็แหละบุรุษนั้น พึงเป็นผู้มีส่วนแห่งความเหน็ดเหนื่อยลำบากถ่ายเดียว แม้ฉันใด ฯ

Pali (Siam Rath)

เอวเมว โข ภิกฺขเว ยสฺสกสฺสจิ ภิกฺขุโน เมตฺตา เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธา ฯ ตสฺส เจ อมนุสฺโส จิตฺตํ ขิปิตพฺพํ มญฺเญยฺย ฯ อถ โข เสฺวว อมนุสฺโส กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺส ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ เมตฺตา โน เจโตวิมุตฺติ ภาวิตา ภวิสฺสติ พหุลีกตา ยานีกตา วตฺถุกตา อนุฏฺฐิตา ปริจิตา สุสมารทฺธาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ปญฺจมํ ฯ

๑ ม. ยุ. ปฏิโกฏฺฏิสฺสามิ ฯ

Royal Thai

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เจริญเมตตาเจโตวิมุติ กระทำให้มาก กระทำให้เป็นประดุจยาน กระทำให้เป็นที่ตั้งอาศัยให้มั่นคง สั่งสม ปรารภด้วยดี ถ้าอมนุษย์จะพึงกระทำจิตของภิกษุนั้นให้ฟุ้งซ่านอมนุษย์นั้นพึงเป็นผู้มีส่วนแห่งความเหน็ดเหนื่อยลำบากถ่ายเดียว ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเจริญเมตตาเจโตวิมุติ กระทำให้มาก กระทำให้เป็นประดุจยาน กระทำให้เป็นที่ตั้งอาศัย ให้มั่นคง สั่งสม ปรารภด้วยดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๕

๖. ธนุคคหสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ ธนุคคหสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว จตฺตาโร ทฬฺหธมฺมา ธนุคฺคหา สุสิกฺขิตา กตหตฺถา กตูปาสนา จตุทฺทิสา ฐิตา อสฺสุ ฯ อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย อหํ อิเมสํ จตุนฺนํ ทฬฺหธมฺมานํ ธนุคฺคหานํ สุสิกฺขิตานํ กตหตฺถานํ กตูปาสนานํ จตุทฺทิสา กณฺเฑ ขิตฺเต อปฺปติฏฺฐิเต ปฐวิยํ คเหตฺวา อาหริสฺสามีติ ฯ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว ชวโน ปุริโส ปรเมน ชเวน สมนฺนาคโตติ อลํ วจนายาติ ฯ เอกสฺส เจปิ ภนฺเต ทฬฺหธมฺมสฺส ธนุคฺคหสฺส สุสิกฺขิตสฺส กตหตฺถสฺส กตูปาสนสฺส กณฺฑํ ขิตฺตํ อปฺปติฏฺฐิตํ ปฐวิยํ คเหตฺวา อาหเรยฺย ชวโน ปุริโส ปรเมน ชเวน สมนฺนาคโตติ อลํ วจนาย โก ปน วาโท จตุนฺนํ ทฬฺหธมฺมานํ ธนุคฺคหานํ สุสิกฺขิตานํ กตหตฺถานํ กตูปาสนานนฺติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นายขมังธนู ๔ คน ถือธนูอันมั่นคง ได้ศึกษามาดีแล้ว เป็นผู้มีความชำนาญ เป็นผู้มีศิลปอันได้แสดงแล้ว ยืนอยู่แล้วในทิศทั้ง ๔ ถ้าบุรุษพึงมากล่าวว่าเราจักจับลูกธนูทั้งหลายที่นายขมังธนูทั้ง ๔ เหล่านี้ยิงมาจากทิศทั้ง๔ ไม่ให้ตกถึงแผ่นดิน เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ควรจะกล่าวได้ว่าบุรุษผู้มีความเร็ว ประกอบด้วยความเร็วอย่างยอดเยี่ยม ดังนี้หรือ ฯ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าแม้บุรุษจะพึงจับลูกธนูที่นายขมังธนูเพียงคนเดียวยิง ไม่ให้ตกถึงแผ่นดิน ก็ควรจะกล่าวได้ว่า บุรุษผู้มีความเร็ว ประกอบด้วยความเร็วอย่างยอดเยี่ยม จะกล่าวไปไยถึงการจับลูกธนูทั้ง ๔ ลูกที่นายขมังธนู ๔ คนยิงมาจาก ๔ ทิศแม้ฉันใด ฯ

Pali (Siam Rath)

ยถา จ ภิกฺขเว ตสฺส ปุริสสฺส ชโว ยถา จ จนฺทิมสุริยานํ ชโว ตโต สีฆตโร ฯ ยถา จ ภิกฺขเว ตสฺส ปุริสสฺส ชโว ยถา จ จนฺทิมสุริยานํ ชโว ยถา จ ยา เทวตา จนฺทิมสุริยานํ ปุรโต ธาวนฺติ ตาสํ เทวตานํ ชโว ตโต ๑ สีฆตโร ฯ ยถา จ ภิกฺขเว ตสฺส ปุริสสฺส ชโว ยถา จ จนฺทิมสุริยานํ ชโว ยถา จ ยา เทวตา จนฺทิมสุริยานํ ปุรโต ธาวนฺติ ตาสํ เทวตานํ ชโว ตโต ๒ สีฆตรํ อายุสงฺขารา ขียนฺติ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อปฺปมตฺตา วิหริสฺสามาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ

๑-๒ ม. ยุ. ตโต สีฆตโร ฯ เทวตานํ ชโวติ ปาฐทฺวยํ นตฺถิ ฯ

Royal Thai

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า ความเร็วของพระจันทร์และพระอาทิตย์เร็วกว่าความเร็วของบุรุษนั้น ความเร็วของเทวดาที่ไปข้างหน้าพระจันทร์พระอาทิตย์ เร็วกว่าความเร็วของบุรุษและความเร็วของพระจันทร์และพระอาทิตย์ อายุสังขารสิ้นไปเร็วกว่าความเร็วนั้นๆ เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่

ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๖

๗. อาณิสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ อาณิสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว ทสารหานํ อานโก นาม มุทิงฺโค อโหสิ ฯ ตสฺส ทสารหา อานเก ผฬิเต อญฺญํ อาณึ โอทหึสุ ฯ อหุ โข โส ภิกฺขเว สมโย ยํ อานกสฺส มุทิงฺคสฺส โปราณํ โปกฺขรํ ผลกํ อนฺตรธายิ อาณิสงฺฆาโต จ ๑ อวสิสยิ ฯ เอวเมว โข ภิกฺขเว ภวิสฺสนฺติ ภิกฺขู อนาคตมทฺธานํ เย เต สุตฺตนฺตา ตถาคตภาสิตา คมฺภีรา คมฺภีรตฺถา โลกุตฺตรา สุญฺญตปฏิสญฺญุตฺตา เตสุ ภญฺญมาเนสุ น สุสฺสุสิสฺสนฺติ ๒ น อญฺญาจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปสฺสนฺติ น จ เต ธมฺเม อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ ฯ เย ปน เต สุตฺตนฺตา กวิกตา กาเวยฺยา จิตฺตกฺขรา จิตฺตพฺยญฺชนา พาหิรกา สาวกภาสิตา เตสุ ภญฺญมาเนสุ สุสฺสุสิสฺสนฺติ โสตํ โอทหิสฺสนฺติ อญฺญาจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปสฺสนฺติ เต จ ธมฺเม อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ผู้มีพระนามว่าทสารหะได้มีแล้ว เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ตอกลิ่มอื่นลงไป สมัยต่อมาโครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไป ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุในอนาคตกาล เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ จักไม่ปรารถนาฟังจักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้ และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษาแต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตรอันนักปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิต อยู่ จักปรารถนาฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเรียน ควรศึกษา ฯ

Pali (Siam Rath)

เอวเมว เตสํ ภิกฺขเว สุตฺตนฺตานํ ตถาคตภาสิตานํ คมฺภีรานํ ๑ คมฺภีรตฺถานํ โลกุตฺตรานํ สุญฺญตปฏิสญฺญุตฺตานํ อนฺตรธานํ ภวิสฺสติ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ เย เต สุตฺตนฺตา ตถาคตภาสิตา คมฺภีรา คมฺภีรตฺถา โลกุตฺตรา สุญฺญตปฏิสญฺญุตฺตา เตสุ ภญฺญมาเนสุ สุสฺสุสิสฺสาม โสตํ โอทหิสฺสาม อญฺญาจิตฺตํ อุปฏฺฐาเปสฺสาม เต จ ธมฺเม อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ มญฺญิสฺสามาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ สตฺตมํ ฯ

๑ ม. ยุ. ว ฯ ๒ ม. สุสฺสูสิสฺสนฺติ ฯ เอวมุปริปิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น ที่ตถาคตกล่าวแล้วอันลึก มีอรรถอันลึกเป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธานฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่า ควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๗

๘. กลิงครสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ กลิงครสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ

Royal Thai

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตเมืองเวสาลี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายได้ทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ฯ

Pali (Siam Rath)

ภควา เอตทโวจ กลิงฺครูปธานา ภิกฺขเว เอตรหิ ลิจฺฉวี วิหรนฺติ อปฺปมตฺตา อาตาปิโน อุปาสนสฺมึ เตสํ ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต น ลภติ โอตารํ น ลภติ อารมฺมณํ ฯ ภวิสฺสนฺติ ภิกฺขเว อนาคตมทฺธานํ ลิจฺฉวี สุขุมาลา มุทุตลา ๑ หตฺถปาทา เต มุทุกาสุ เสยฺยาสุ ถูลพิมฺโพหนาสุ ๒ ยาว สุริยุคฺคมนา เสยฺยํ กปฺปิสฺสนฺติ เตสํ ราชา มาคโธ อชาตสตฺตุ เวเทหิปุตฺโต ลจฺฉติ โอตารํ ลจฺฉติ อารมฺมณํ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบัน พวกกษัตริย์ลิจฉวีผู้ทรงไว้ซึ่งหมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้า ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาทมีความเพียรในการฝึกซ้อมศิลปพระเจ้าอชาตสัตรูเวเทหิบุตร พระเจ้าแผ่นดินมคธ ย่อมไม่ได้ช่อง ไม่ได้โอกาส แต่กษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้น ในอนาคตกาลพวกกษัตริย์ลิจฉวีจักเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ มีมือและเท้าอันอ่อนนุ่ม จักสำเร็จการนอนบนที่นอน มีฟูกและหมอนหนาอันอ่อนนุ่ม จนกว่าพระอาทิตย์ขึ้นพระเจ้าอชาตสัตรูเวเทหิบุตร พระเจ้าแผ่นดินมคธ จักได้ช่อง ได้โอกาส แต่กษัตริย์ลิจฉวีเหล่านั้น ฯ

Pali (Siam Rath)

กลิงฺครูปธานา ภิกฺขเว เอตรหิ ภิกฺขู วิหรนฺติ อปฺปมตฺตา อาตาปิโน ปธานสฺมึ เตสํ มาโร ปาปิมา น ลภติ โอตารํ น ลภติ อารมฺมณํ ฯ ภวิสฺสนฺติ ภิกฺขเว อนาคตมทฺธานํ ภิกฺขู สุขุมาลา มุทุตลา หตฺถปาทา เต มุทุกาสุ เสยฺยาสุ ถูลพิมฺโพหนาสุ ยาว สุริยุคฺคมนา เสยฺยํ กปฺปิสฺสนฺติ เตสํ มาโร ปาปิมา ลจฺฉติ โอตารํ ลจฺฉติ อารมฺมณํ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ กลิงฺครูปธานา วิหริสฺสาม อปฺปมตฺตา อาตาปิโน ปธานสฺมินฺติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ

๑ สี. มุทุตลุณา ฯ ม. ยุ. มุทุตลุณหตฺถปาทา ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. ตูล ... ฯ

เอวมุปริปิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในปัจจุบัน พวกภิกษุผู้เข้าไปทรงไว้ซึ่งหมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้า ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ในการเริ่มตั้งความเพียรอยู่ มารผู้มีบาปย่อมไม่ได้ช่อง ย่อมไม่ได้โอกาส แต่ภิกษุเหล่านั้น ในอนาคตกาล พวกภิกษุจักเป็นสุขุมาลชาติมีมือเท้าอันอ่อนนุ่ม จักสำเร็จการนอนบนที่นอนมีฟูกและหมอนหนาอันอ่อนนุ่ม จนกว่าพระอาทิตย์ขึ้นมารผู้มีบาปย่อมได้ช่อง ได้โอกาส แต่พวกเธอเหล่านั้น เพราะเหตุดังนี้นั้นเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งหมอนท่อนไม้หนุนศีรษะและเท้าไม่ประมาท

มีความเพียร ในการเริ่มตั้งความเพียรไว้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๘

๙. นาคสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ นาคสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยนาญฺญตโร นโว ภิกฺขุ อติเวลํ กุลานิ อุปสงฺกมติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ มา อายสฺมา อติเวลํ กุลานิ อุปสงฺกมีติ ฯ โส ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน เอวมาห อิเม หิ นาม เถรา ภิกฺขู กุลานิ อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ กิมงฺคํ ปนาหนฺติ ฯ อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ อิธ ภนฺเต อญฺญตโร นโว ภิกฺขุ อติเวลํ กุลานิ อุปสงฺกมติ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ มา อายสฺมา อติเวลํ กุลานิ อุปสงฺกมีติ โส ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน เอวมาห อิเม หิ นาม เถรา ภิกฺขู กุลานิ อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ กิมงฺคํ ปนาหนฺติ ฯ

Royal Thai

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้นแล ภิกษุใหม่รูปหนึ่ง เข้าไปสู่สกุลเกินเวลา ภิกษุทั้งหลายจึงกล่าวกะเธออย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุ อย่าเข้าไปสู่สกุลเกินเวลาเลย เธอถูกพวกภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวอยู่ จึงกล่าวอย่างนี้ว่า ก็ภิกษุชั้นเถระเหล่านี้จักสำคัญสกุลทั้งหลายว่า ควรเข้าไปหา ส่วนเราไฉนจักเข้าไปไม่ได้ ครั้งนั้นแล พวกภิกษุมากรูปด้วยกันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นภิกษุเหล่านั้นนั่งเรียบร้อยแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุใหม่รูปหนึ่งในพระธรรมวินัยนี้ เข้าไปสู่สกุลเกินเวลา ภิกษุทั้งหลายกล่าวกะเธออย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุ อย่าเข้าไปสู่สกุลเกินเวลาเลยเธอเมื่อถูกภิกษุว่ากล่าวอยู่ ได้กล่าวอย่างนี้ว่า ก็ภิกษุชั้นเถระเหล่านี้ จักสำคัญสกุลทั้งหลายว่าควรเข้าไปหาส่วนเราไฉนจักเข้าไปไม่ได้ ฯ

Pali (Siam Rath)

ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว อรญฺญายตเน มหา สรสิ ตํ นาคา อุปนิสฺสาย วิหรนฺติ ฯ เต ตํ สรสึ โอคาเหตฺวา โสณฺฑาย ภิสมูฬาลํ ๑ อพฺภุคฺคเหตฺวา ๒ สุวิกฺขาลิตํ วิกฺขาเลตฺวา อกทฺทมํ สงฺขาทิตฺวา ๓ อชฺโฌหรนฺติ เตสนฺตํ วณฺณาย เจว โหติ พลาย จ น จ ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺฉนฺติ มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ฯ เตสญฺเญว โข ปน ภิกฺขเว มหานาคานํ อนุสิกฺขมานา ตรุณา ภิกจฺฉาปา ๑ เต ตํ สรสึ โอคาเหตฺวา โสณฺฑาย ภิสมูฬาลํ อพฺภุคฺคเหตฺวา น สุวิกฺขาลิตํ วิกฺขาเลตฺวา สกทฺทมํ อสงฺขาทิตฺวา ๒ อชฺโฌหรนฺติ เตสนฺตํ เนว วณฺณาย โหติ น พลาย ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺฉนฺติ มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ฯ

๑ ม. ภิสมุฬาลํ ฯ ยุ. ภิสมุลาลํ ฯ เอวมุปริปิ ฯ ๒ ม. อพฺพุเหตฺวา ฯ เอวมุปริปิ ฯ

๓ ยุ. สงฺขริตฺวา ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้วมีสระใหญ่ที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ช้างทั้งหลายอาศัยสระเหล่านั้นอยู่ ช้างเหล่านั้นลงสู่สระน้ำแล้ว ถอนเง่าและรากบัวขึ้นด้วยงวง ล้างให้ดีแล้ว เคี้ยวกินเง่าและรากบัวที่ไม่มีเปือกตม ข้อนั้นย่อมเป็นไปเพื่อวรรณและเพื่อกำลังแก่ช้างเหล่านั้น ช้างเหล่านั้นย่อมไม่เข้าถึงความตายหรือทุกข์ปางตาย ซึ่งมีข้อนั้นเป็นเหตุ ส่วนลูกช้างเล็กๆ สำเหนียกตามช้างใหญ่เหล่านั้นนั่นเทียว พวกมันลงสู่สระนั้นแล้ว ถอนเง่าและรากบัวขึ้นด้วยงวง ไม่ล้างให้ดีจึงเคี้ยวกินทั้งเปือกตม ข้อนั้นย่อมไม่เป็นไปเพื่อวรรณและเพื่อกำลังแก่ลูกช้างเหล่านั้น ลูกช้างเหล่านั้นย่อมเข้าถึงความตายหรือทุกข์ปางตายซึ่งมีข้อนั้นเป็นเหตุ ฯ

Pali (Siam Rath)

เอวเมว โข ภิกฺขเว อิธ เถรา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสนฺติ เต ตตฺถ ธมฺมํ ภาสนฺติ เตสํ คิหี ปสนฺนา ปสนฺนาการํ กโรนฺติ เต ตํ ลาภํ อคธิตา อมุจฺฉิตา อนชฺฌาปนฺนา ๓ อาทีนวทสฺสาวิโน นิสฺสรณปญฺญา ปริภุญฺชนฺติ เตสนฺตํ วณฺณาย เจว โหติ พลาย จ น จ ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺฉนฺติ มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ฯ เตสญฺเญว โข ปน ภิกฺขเว เถรานํ ภิกฺขูนํ อนุสิกฺขมานา นวา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสนฺติ เต ตตฺถ ธมฺมํ ภาสนฺติ เตสํ คิหี ปสนฺนา ปสนฺนาการํ กโรนฺติ เต ตํ ลาภํ คธิตา มุจฺฉิตา อชฺฌาปนฺนา ๔ อนาทีนวทสฺสาวิโน อนิสฺสรณปญฺญา ปริภุญฺชนฺติ เตสนฺตํ เนว วณฺณาย โหติ น พลาย ตโตนิทานํ มรณํ วา นิคจฺฉนฺติ มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อคธิตา อมุจฺฉิตา อนชฺฌาปนฺนา อาทีนวทสฺสาวิโน นิสฺสรณปญฺญา ปริภุญฺชิสฺสามาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ นวมํ ฯ

๑ ม. ยุ. ภิงฺกจฺฉาปา ฯ ๒ ยุ. สงฺขริตฺวา ฯ ๓ ม. อนชฺโฌปนฺนา ฯ

๔ ม. อชฺโฌปนฺนา ฯ เอวมุปริปิ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุผู้เถระในธรรมวินัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เวลาเช้านุ่งผ้าถือเอาบาตรและจีวรเข้าไปสู่บ้านหรือนิคม เพื่อบิณฑบาตพวกเธอย่อมกล่าวธรรมในที่นั้นคฤหัสถ์ทั้งหลายผู้เลื่อมใสย่อมกระทำอาการเลื่อมใสแก่พวกเธอ พวกเธอไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่นไม่พัวพัน มักเห็นโทษมีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออก ย่อมบริโภคลาภนั้น ข้อนั้นย่อมเป็นไปเพื่อวรรณและเพื่อกำลังแก่ภิกษุผู้เถระเหล่านั้น พวกเธอย่อมไม่เข้าถึงความตายหรือทุกข์ปางตายซึ่งมีข้อนั้นเป็นเหตุ ส่วนพวกภิกษุใหม่ ผู้ตามสำเหนียกภิกษุผู้เถระเหล่านั้นนั่นเทียว เวลาเช้า นุ่งผ้าถือเอาบาตรและจีวรเข้าไปสู่บ้านหรือนิคม เพื่อบิณฑบาตพวกเธอย่อมกล่าวธรรมในที่นั้นคฤหัสถ์ทั้งหลายผู้เลื่อมใส ย่อมกระทำอาการเลื่อมใสแก่พวกเธอ พวกเธอกำหนัด หมกมุ่นพัวพัน มักไม่เห็นโทษ ไม่มีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออก ย่อมบริโภคลาภนั้น ข้อนั้นย่อมไม่เป็นไปเพื่อวรรณและเพื่อกำลังแก่พวกเธอ พวกเธอย่อมเข้าถึงความตายหรือทุกข์ปางตาย ซึ่งมีข้อนั้นเป็นเหตุ เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักไม่กำหนัด ไม่หมกมุ่น

ไม่พัวพัน มักเห็นโทษ มีปัญญาเป็นเครื่องสลัดออกบริโภค ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๙

๑๐. วิฬารสูตร

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ วิฬารสูตร (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ อติเวลํ กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺชติ ฯ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ มา อายสฺมา อติเวลํ กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺชีติ ฯ โส ๑ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน น รมติ ฯ อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ อิธ ภนฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ อติเวลํ กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺชติ ตเมนํ ภิกฺขู เอวมาหํสุ มา อายสฺมา อติเวลํ กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺชีติ โส [๑]- ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน น รมตีติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... สมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเที่ยวในสกุลเกินเวลา ภิกษุทั้งหลายกล่าวกะเธออย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุ อย่าเข้าไปเที่ยวในสกุลเกินเวลาเลย ภิกษุนั้นถูกพวกภิกษุว่ากล่าวอยู่ ย่อมไม่พอใจ ลำดับนั้นภิกษุมากด้วยกันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นภิกษุเหล่านั้นนั่งเรียบร้อยแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุรูปหนึ่งในพระธรรมวินัยนี้เข้าไปเที่ยวในสกุลเกินเวลา ภิกษุทั้งหลายกล่าวกะเธออย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุ อย่าเข้าไปเที่ยวในสกุลเกินเวลาเลย ภิกษุนั้นถูกพวกภิกษุว่ากล่าวอยู่ย่อมไม่พอใจ ฯ

Pali (Siam Rath)

ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว วิฬาโร สนฺธิสมลสงฺกติเร ฐิโต อโหสิ มุทุมูสึ อาคมยมาโน ๒ ยตฺถายํ มุทุมูสิ โคจราย ปกฺกมิสฺสติ ตตฺเถว นํ คเหตฺวา ขาทิสฺสามีติ ฯ อถ โข [๓]- ภิกฺขเว มุทุมูสิ โคจราย ปกฺกามิ ฯ ตเมนํ วิฬาโร คเหตฺวา สหสา มํสํ ขาทิตฺวา ๔ อชฺโฌหริ ฯ ตสฺส สา มุทุมูสิ อนฺตมฺปิ ขาทิ อนฺตคุณมฺปิ ขาทิ ฯ โส ตโตนิทานํ มรณมฺปิ นิคจฺฉติ มรณมตฺตมฺปิ ทุกฺขํ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว มีแมวได้ยืนคอยจับลูกหนูอยู่ในที่กองหยักเยื่อที่ทางระบายคูถโคในบ้าน ระหว่างที่ต่อเรือนสองหลัง ด้วยคิดว่าลูกหนูจักไปหาเหยื่อในที่ใด เราจักจับมันกินเสียในที่นั้น ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ลูกหนูได้ออกไปหาเหยื่อ แมวจับลูกหนูนั้นแล้วรีบกัดกลืนลงไป ลูกหนูนั้นกัดทั้งไส้ใหญ่และไส้น้อยของแมวนั้น แมวนั้นย่อมเข้าถึงความตายหรือทุกข์ปางตาย ซึ่งมีข้อนั้นเป็นเหตุ ฯ

Pali (Siam Rath)

เอวเมว โข ภิกฺขเว อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสติ อรกฺขิเตเนว กาเยน อรกฺขิตาย วาจาย อรกฺขิเตน จิตฺเตน อนุปฏฺฐิตาย สติยา อสํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ ตตฺถ ปสฺสติ มาตุคามํ ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา ตสฺส มาตุคามํ ทิสฺวาน ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ โส ราคานุทฺธํเสน จิตฺเตน มรณํ วา นิคจฺฉติ มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ฯ มรณํ โส ตํ ภิกฺขเว ๑ อริยสฺส วินเย โย สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ ฯ มรณมตฺตญฺเญว ๒ ภิกฺขเว ทุกฺขํ ยทิทํ อญฺญตรํ สงฺกิลิฏฺฐํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ยถารูปาย อาปตฺติยา วุฏฺฐานํ ปญฺญายติ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ รกฺขิเตน ๓ กาเยน รกฺขิตาย วาจาย รกฺขิเตน จิตฺเตน อุปฏฺฐิตาย สติยา สํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ทสมํ ฯ

๑ ม. ยุ. ภิกฺขุ ฯ ๒ ม. ยุ. มคฺคยมาโน ฯ ๓ ม. ยุ. โส ฯ ๔ ม. สหสา

สงฺขาทิตฺวา ฯ ยุ. สหสา สงฺขริตฺวา ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เวลาเช้า นุ่งแล้วถือเอาบาตรและจีวรเข้าไปสู่บ้านหรือนิคม เพื่อบิณฑบาตมีกายวาจาและจิตอันไม่รักษาแล้วมีสติไม่เข้าไปตั้งไว้แล้ว มีอินทรีย์อันไม่สำรวมแล้ว เธอเห็นมาตุคามในบ้านหรือนิคมนั้น นุ่งห่มผ้าลับๆ ล่อๆ ความกำหนัดย่อมรบกวนจิตของเธอ เพราะเห็นมาตุคามนุ่งห่มผ้าลับๆ ล่อๆ เธอมีจิตอันราคะรบกวน ชื่อว่าย่อมเข้าถึงความตายหรือทุกข์ปางตาย การที่เธอบอกคืนสิกขาเวียนมาเพื่อหินเพศนั้น ชื่อว่าเป็นความตายในอริยวินัย ดูกรภิกษุทั้งหลาย การที่เธอต้องอาบัติเศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง การปรากฏแห่งการออกจากอาบัติตามที่ต้องนั้น ชื่อว่าเป็นทุกข์ปางตายทีเดียว

เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักมีกายวาจาและจิตอันรักษาแล้ว มีสติเข้าไปตั้งไว้แล้ว มีอินทรีย์อันสำรวมแล้ว เข้าไปสู่บ้านหรือนิคม เพื่อบิณฑบาต ภิกษุทั้งหลาย

เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

๑๑. สิคาลสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สิคาลสูตร ที่ ๑ (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อสฺสุตฺถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ สิคาลสฺส ๔ วสฺสมานสฺสาติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ เอโส โข ภิกฺขเว ชรสิคาโล อุกฺกณฺณเกน นาม โรคชาเตน ผุฏฺโฐ ฯ โส เยน เยน อิจฺฉติ เตน เตน คจฺฉติ ยตฺถ ยตฺถ อิจฺฉติ ตตฺถ ตตฺถ ติฏฺฐติ ยตฺถ ยตฺถ อิจฺฉติ ตตฺถ ตตฺถ นิสีทติ ยตฺถ ยตฺถ อิจฺฉติ ตตฺถ ตตฺถ นิปชฺชติ ฯ สีตโกปิ นํ วาโต อุปวายติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอได้ฟังเรื่องของสุนัขจิ้งจอกผู้อยู่ในปัจจุสมัยแห่งราตรีแล้วมิใช่หรือ ฯ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ได้ฟังมาแล้ว พระเจ้าข้า ฯ

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุนัขจิ้งจอกแก่นี้แล เป็นโรคเรื้อน มันอยากจะไปทางไหนก็ไปทางนั้น อยากจะยืนที่ไหนๆ ก็ยืนที่นั่น อยากจะนั่งที่ไหนก็นั่งที่นั่น อยากจะนอนที่ไหนก็นอนที่นั่น ลมเย็นๆ ย่อมรำเพยให้มัน ฯ

Pali (Siam Rath)

สาธุ ขฺวสฺส ภิกฺขเว ยํ อิเธกจฺโจ สกฺยปุตฺติยปฏิญฺโญ เอวรูปมฺปิ อตฺตภาวปฏิลาภํ ปฏิสํเวทิเยว ๕ ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ อปฺปมตฺตา วิหริสฺสามาติ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ เอกาทสมํ ฯ

๑ ม. ยุ. มรณเญฺหตํ ภิกฺขเวติ ทิสฺสติ ฯ ๒ ม. ยุ. มรณมตฺตเญฺหตนฺติ ทิสฺสติ ฯ

๓ ม. ยุ. รกฺขิเตเนว ฯ ๔ ม. ชรสิงฺคาลสฺส ฯ ยุ. สิงฺคาลสฺส ฯ เอวมุปริปิ ฯ

๕ ม. ยุ. ปฏิเวทิเยถ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ผู้ปฏิญาณว่าเป็นศากยบุตรได้เสวยการได้เฉพาะซึ่งอัตภาพแม้เห็นปานนี้ เป็นการดีนักหนาเพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๑๑

๑๒. สิคาลสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค โอปัมมสังยุตต์ สิคาลสูตร ที่ ๒ (Royal Thai Volume 16 · Mahachula Volume 16 · Mahamakut Volume 26 · Chaloem Phrakiat Volume 16)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... อสฺสุตฺถ โน ตุเมฺห ภิกฺขเว รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ สิคาลสฺส วสฺสมานสฺสาติ ฯ เอวํ ภนฺเต ฯ สิยา โข ภิกฺขเว ตสฺมึ ชรสิคาเล กาจิ ๑ กตญฺญุตา กตเวทิตา น เตฺวว อิเธกจฺเจ สกฺยปุตฺติยปฏิญฺเญ สิยา กาจิ ๑ กตญฺญุตา กตเวทิตา ฯ ตสฺมาติห ภิกฺขเว เอวํ สิกฺขิตพฺพํ กตญฺญุโน ภวิสฺสาม กตเวทิโน น ๒ จ โน อเมฺหสุ อปฺปกมฺปิ กตํ วินสิสฺสตีติ ๓ เอวญฺหิ โว ภิกฺขเว สิกฺขิตพฺพนฺติ ฯ ทฺวาทสมํ ฯ

ตสฺส อุทฺทานํ

กูฏํ นขสิข กุลํ โอกฺขา สตฺติ ธนุคฺคโห

อาณิ กลิงฺคโร นาโค วิฬาโร เทฺว สิคาลกาติ ฯ

โอปมฺมสํยุตฺตํ อฏฺฐมํ สมตฺตํ ฯ

________________

๑ ม. ยุ. ยา กาจิ ฯ ๒ ยุ. น จ โนติ น ทิสฺสติ ฯ อเมฺหสุ อปฺปกํปิ กตํ มา

นสิสฺสตีติ อิติ เอตฺตกมฺปน ทิสฺสติ ฯ ๓ ม. นสฺสิสฺสตีติ ฯ

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอได้ฟังเรื่องของสุนัขจิ้งจอกผู้อยู่ในปัจจุสสมัยแห่งราตรีแล้วมิใช่หรือ ฯ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ได้ฟังแล้ว พระเจ้าข้า ฯ

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความกตัญญูบางอย่าง ความกตเวทีบางอย่าง พึงมีในสุนัขจิ้งจอกแก่นั้น แต่ความกตัญญูบางอย่าง ความกตเวทีบางอย่าง ไม่พึงมีในภิกษุบางรูปผู้ปฏิญาณว่าเป็นศากยบุตรในธรรมวินัยนี้เลย เพราะเหตุดังนี้นั้นเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้กตัญญู เราจักเป็นผู้กตเวที อุปการะแม้น้อยที่บุคคลกระทำแล้วในพวกเรา จักไม่เสื่อมหายไป ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๑๒

________

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. กูฏาคารสูตร ๒. นขสิขสูตร ๓. กุลสูตร

๔. โอกขาสูตร ๕. สัตติสูตร ๖. ธนุคคหสูตร

๗. อาณิสูตร ๘. กลิงครสูตร ๙. นาคสูตร

๑๐. วิฬารสูตร ๑๑. สิคาลสูตรที่ ๑ ๑๒. สิคาลสูตรที่ ๒ ฯ

จบโอปัมมสังยุตต์ที่ ๘

End of โอปัมมสังยุตต์