arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ · อัตตทีปวรรค

๑๐. นันทิขยสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๐๔ (Royal Thai)10/10 in อัตตทีปวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ อัตตทีปวรรค นันทิขยสูตร ที่ ๒ (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 17, pp. 70–72

Page 70

จึงสิ้นความกำหนัด เพราะสิ้นความกำหนัด จึงสิ้นความยินดี เพราะสิ้นทั้งความยินดีและความกำหนัด จิตจึงหลุดพ้น เรียกว่าหลุดพ้นดีแล้ว”

๑๐. ทุติยนันทิขยสูตร

ว่าด้วยการสิ้นความยินดีเป็นเหตุหลุดพ้นจากทุกข์ สูตรที่ ๒

{๑๐๔} [๕๒] เรื่องเกิดขึ้นที่พระนครสาวัตถี

ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงใส่ใจซึ่งรูปโดยอุบายอันแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งรูปตามความเป็นจริง เมื่อภิกษุใส่ใจซึ่งรูปโดยอุบายอันแยบคายและพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งรูปตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายในรูป เพราะสิ้นความยินดี จึงสิ้นความกำหนัด เพราะสิ้นความกำหนัด จึงสิ้นความยินดี เพราะสิ้นทั้งความยินดีและความกำหนัด จิตจึงหลุดพ้น เรียกว่าหลุดพ้นดีแล้วดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงใส่ใจซึ่งเวทนาโดยอุบายอันแยบคาย ...

เธอทั้งหลายจงใส่ใจซึ่งสัญญาโดยอุบายอันแยบคาย ...

เธอทั้งหลายจงใส่ใจซึ่งสังขารทั้งหลายโดยอุบายอันแยบคาย ...

เธอทั้งหลายจงใส่ใจซึ่งวิญญาณโดยอุบายอันแยบคาย และจงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งวิญญาณตามความเป็นจริง เมื่อภิกษุใส่ใจซึ่งวิญญาณโดยอุบายอันแยบคาย และพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงแห่งวิญญาณตามความเป็นจริง ย่อมเบื่อหน่ายในวิญญาณ เพราะสิ้นความยินดีจึงสิ้นความกำหนัด เพราะสิ้นความกำหนัด จึงสิ้นความยินดี เพราะสิ้นทั้งความยินดีและความกำหนัด จิตจึงหลุดพ้น เรียกว่าหลุดพ้นดีแล้ว”

จบ อัตตทีปวรรคที่ ๕

Page 71

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อัตตทีปสูตร ๒. ปฏิปทาสูตร

๓. อนิจจสูตร ๔. ทุติยอนิจจสูตร

๕. สมนุปัสสนาสูตร ๖. ขันธสูตร

๗. โสณสูตร ๘. ทุติยโสณสูตร

๙. นันทิกขยสูตร ๑๐. ทุติยนันทิกขยสูตร

จบ มูลปัณณาสก์

รวมวรรคที่มีในมูลปัณณาสก์นี้ คือ

๑. นกุลปิตวรรค ๒. อนิจจวรรค

๓. ภารวรรค ๔. นตุมหากวรรค

๕. อัตตทีปวรรค

รวม ๕ วรรค ปฐมปัณณาสก์ก็เรียกในขันธสังยุตนั้น

Page 72

๒. มัชฌิมปัณณาสก์

๑. อุปยวรรค

๑. อุปยสูตร

ว่าด้วยสิ่งที่เป็นความหลุดพ้นและไม่หลุดพ้น

{๑๐๕} [๕๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสดังนี้ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความเข้าถึงเป็นความไม่หลุดพ้น ความไม่เข้าถึงเป็นความหลุดพ้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วิญญาณที่เข้าถึงรูป เมื่อตั้งอยู่ พึงตั้งอยู่ได้ วิญญาณที่มีรูปเป็นอารมณ์ มีรูปเป็นที่ตั้ง มีความยินดีเป็นที่เข้าไปซ่องเสพ พึงถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ได้วิญญาณที่เข้าถึงเวทนา ...

วิญญาณที่เข้าถึงสัญญา ...

วิญญาณที่เข้าถึงสังขาร เมื่อตั้งอยู่ พึงตั้งอยู่ได้ วิญญาณที่มีสังขารเป็นอารมณ์ มีสังขารเป็นที่ตั้ง มีความยินดีเป็นที่เข้าไปซ่องเสพ พึงถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ได้

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดพึงกล่าวอย่างนี้ว่า ‘เราจักบัญญัติการมา การไป การจุติ การอุบัติ หรือความเจริญงอกงามไพบูลย์แห่งวิญญาณ เว้นจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร’ ข้อนี้มิใช่ฐานะที่จะมีได้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้า

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑การเข้าถึง ในที่นี้หมายถึงเบญจขันธ์ด้วยอำนาจตัณหา มานะ ทิฏฐิ (สํ.ข.อ. ๒๙๘)
  2. ๒วิญญาณ ในที่นี้หมายถึงกรรมวิญญาณ วิญญาณคือกรรม (สํ.ข.อ. ๒๙๘)

End of ๑๐. นันทิขยสูตร ที่ ๒