arnon.worldSign in

ภารวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 49–70 (Royal Thai)3/5 in มูลปัณณาสก์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ภารวรรคที่ ๓

๑. ภารสูตร

ว่าด้วยขันธ์ ๕ เป็นภาระ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค ภารสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ ภารญฺจ โว ภิกฺขเว เทสิสฺสามิ ภารหารญฺจ [๑] ภารนิกฺเขปนญฺจ ตํ สุณาถ ฯเปฯ เอตทโวจ กตโม จ ภิกฺขเว ภาโร ฯ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาติสฺส วจนียํ ฯ ภาราทานญฺจ อยํ กตเม ปญฺจ ฯ รูปูปาทานกฺขนฺโธ เวทนูปาทานกฺขนฺโธ สญฺญูปาทานกฺขนฺโธ สงฺขารูปาทานกฺขนฺโธ วิญฺญาณูปาทานกฺขนฺโธ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภาโร ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงภาระ

ผู้แบกภาระ เครื่องถือมั่นภาระ และเครื่องวางภาระ แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภาระเป็นไฉน? พึงกล่าวว่า ภาระ คืออุปาทานขันธ์ ๕ อุปาทานขันธ์ ๕เป็นไฉน? คือ อุปาทานขันธ์ คือรูป อุปาทานขันธ์ คือเวทนา อุปาทานขันธ์ คือสัญญา อุปาทานขันธ์ คือสังขาร และอุปาทานขันธ์ คือวิญญาณ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าภาระ.

Pali (Siam Rath)

กตโม จ ภิกฺขเว ภารหาโร ฯ ปุคฺคโลติสฺส วจนียํ ฯ สฺวายํ อายสฺมา เอวํนาโม เอวํโคตฺโต ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภารหาโร ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ผู้แบกภาระเป็นไฉน? พึงกล่าวว่าบุคคล บุคคลนี้นั้น คือท่านผู้มีชื่ออย่างนี้ มีโคตรอย่างนี้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าผู้แบกภาระ.

Pali (Siam Rath)

กตมญฺจ ภิกฺขเว ภาราทานํ ฯ ยายํ ตณฺหา โปโนพฺภวิกา นนฺทิราคสหคตา ตตฺรตตฺราภินนฺทินี ฯ เสยฺยถีทํ ฯ กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภาราทานํ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เครื่องถือมั่นภาระเป็นไฉน? ตัณหานี้ใด นำให้เกิดภพใหม่ประกอบด้วยความกำหนัด ด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน มีปกติเพลิดเพลินยิ่งในภพหรืออารมณ์นั้นๆ ได้แก่กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา. ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าเครื่องถือมั่นภาระ.

Pali (Siam Rath)

กตมญฺจ ภิกฺขเว ภารนิกฺเขปนํ ฯ โย ตสฺสา เยว ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรโธ จาโค ปฏินิสฺสคฺโค มุตฺติ อนาลโย ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ภารนิกฺเขปนนฺติ ฯ อิทมโวจ ภควา อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็การวางภาระเป็นไฉน? ความที่ตัณหานั่นแลดับไปด้วยสำรอกโดยไม่เหลือ ความสละ ความสละคืน ความพ้น ความไม่อาลัย. ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เรียกว่าการวางภาระ. พระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกในภายหลังว่า

Pali (Siam Rath)

ภารา หเว ปญฺจกฺขนฺธา ภารหาโร จ ปุคฺคโล

ภาราทานํ ทุกฺขํ โลเก ภารนิกฺเขปนํ สุขํ

นิกฺขิปิตฺวา ครุํ ภารํ อญฺญํ ภารํ อนาทิย

สมูลํ ตณฺหํ อพฺพุยฺห นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโตติ ฯ

๑ โป. ม. ยุ. เอตฺถนฺตเร ภาราทานญฺจาติ ทิสฺสติ ฯ

Royal Thai

ขันธ์ ๕ ชื่อว่าภาระแล และผู้แบกภาระคือบุคคล เครื่องถือมั่นภาระเป็นเหตุนำมาซึ่งความทุกข์ในโลก การวางภาระเสียได้เป็นสุขบุคคลวางภาระหนักเสียได้แล้ว ไม่ถือภาระอื่น ถอนตัณหาพร้อมทั้งมูลรากแล้ว เป็นผู้หายหิว ดับรอบแล้วดังนี้.

จบ สูตรที่ ๑.

๒. ปริญญาสูตร

ว่าด้วยธรรมที่ควรกำหนดรู้และความรอบรู้

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค ปริญญาสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ ปริญฺเญยฺเย จ ภิกฺขเว ธมฺเม เทเสสฺสามิ ปริญฺญญฺจ ตํ สุณาถ ฯ กตเม จ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยา ธมฺมา ฯ รูปํ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺโย ๑ ธมฺโม เวทนา ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม สญฺญา ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม สงฺขารา ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม วิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม ฯ อิเม วุจฺจนฺติ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยา ธมฺมา ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรกำหนดรู้และความรอบรู้ เธอทั้งหลายจงฟัง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ควรกำหนดรู้เป็นไฉน? ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณ เป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่าธรรมที่ควรกำหนดรู้.

Pali (Siam Rath)

กตมา จ ภิกฺขเว ปริญฺญา ฯ โย ภิกฺขเว ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปริญฺญาติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ความรอบรู้เป็นไฉน? คือความสิ้นไปแห่งราคะ ความสิ้นไปแห่งโทสะ ความสิ้นไปแห่งโมหะ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าความรอบรู้.

จบ สูตรที่ ๒.

๓. ปริชานสูตร

ว่าด้วยผู้ไม่ควรและผู้ควรสิ้นทุกข์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค ปริชานสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ รูปํ ภิกฺขเว อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย เวทนํ อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย สญฺญํ อนภิชานํ ฯเปฯ สงฺขาเร อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย วิญฺญาณํ อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ยิ่งไม่กำหนดรู้ ไม่หน่าย ไม่ละซึ่งรูป เป็นผู้ไม่ควรเพื่อสิ้นทุกข์ บุคคลเมื่อไม่รู้ยิ่ง ไม่กำหนดรู้ไม่หน่าย ไม่ละซึ่งเวทนา ซึ่งสัญญา ซึ่งสังขาร ซึ่งวิญญาณ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อสิ้นทุกข์.

Pali (Siam Rath)

รูปญฺจ โข ภิกฺขเว อภิชานํ ปริชานํ วิราชยํ ปชหํ ภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย เวทนํ อภิชานํ ฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ อภิชานํ ปริชานํ วิราชยํ ปชหํ ภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายาติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเมื่อรู้ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้ เมื่อหน่าย เมื่อละได้ซึ่งรูปจึงเป็นผู้ควรเพื่อสิ้นทุกข์ บุคคลเมื่อรู้ยิ่ง เมื่อกำหนดรู้ เมื่อหน่าย เมื่อละได้ซึ่งเวทนา ซึ่งสัญญาซึ่งสังขาร ซึ่งวิญญาณ จึงเป็นผู้ควรเพื่อสิ้นทุกข์.

จบ สูตรที่ ๓.

๔. ฉันทราคสูตร

ว่าด้วยการละฉันทราคะในขันธ์ ๕

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค ฉันทราคสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ โย ภิกฺขเว รูปสฺมึ ฉนฺทราโค ตํ ปชหถ เอวํ ตํ รูปํ ปหีนํ ภวิสฺสติ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวงฺกตํ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมํ ฯ โย เวทนาย ฉนฺทราโค ตํ ปชหถ เอวํ สา เวทนา ปหีนา ภวิสฺสติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา ฯ โย สญฺญาย ฉนฺทราโค ตํ ปชหถ เอวํ สา สญฺญา ปหีนา ภวิสฺสติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา ฯ โย สงฺขาเรสุ ฉนฺทราโค ตํ ปชหถ เอวํ เต สงฺขารา ปหีนา ภวิสฺสนฺติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา ฯ โย วิญฺญาณสฺมึ ฉนฺทราโค ตํ ปชหถ เอวํ ตํ วิญฺญาณํ ปหีนํ ภวิสฺสติ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวงฺกตํ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมนฺติ ฯ

๑ โป. สพฺพตฺถ ปริญฺเญยฺยา ธมฺมาติ ทิสฺสติ ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงละ

ฉันทราคะในรูปเสีย ด้วยการละอย่างนี้ รูปนั้นจักเป็นอันเธอทั้งหลายละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้วกระทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน ทำให้ถึงความไม่มี ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา. เธอทั้งหลายจงละฉันทราคะในเวทนาเสีย ฯลฯ เธอทั้งหลาย จงละฉันทราคะในสัญญาเสีย ฯลฯ เธอทั้งหลายจงละฉันทราคะในสังขารเสีย ฯลฯ เธอทั้งหลาย จงละฉันทราคะในวิญญาณเสีย ด้วยการละอย่างนี้ วิญญาณนั้นจักเป็นอันเธอทั้งหลายละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว กระทำให้เป็นดังตาลยอดด้วน ทำให้ถึงความไม่มี ไม่ให้เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา.

จบ สูตรที่ ๔.

๕. อัสสาทสูตรที่ ๑

ว่าด้วยความปริวิตกของพระโพธิสัตว์

เกี่ยวกับขันธ์ ๕

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค อัสสาทสูตร ที่ ๑ (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ ปุพฺเพว เม ภิกฺขเว สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต เอตทโหสิ โก นุ โข รูปสฺส อสฺสาโท โก อาทีนโว กึ นิสฺสรณํ ฯ โก เวทนาย อสฺสาโท โก อาทีนโว กึ นิสฺสรณํ ฯ โก สญฺญาย อสฺสาโท โก อาทีนโว กึ นิสฺสรณํ ฯ โก สงฺขารานํ อสฺสาโท โก อาทีนโว กึ นิสฺสรณํ ฯ โก วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท โก อาทีนโว กึ นิสฺสรณนฺติ ฯ ตสฺส มยฺหํ ภิกฺขเว เอตทโหสิ ยํ โข รูปํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ อยํ รูปสฺส อสฺสาโท ยํ รูปํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ อยํ รูปสฺส อาทีนโว โย รูปสฺมึ ฉนฺท- ราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานํ อิทํ รูปสฺส นิสฺสรณํ ฯ

ยํ เวทนํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ อยํ เวทนาย อสฺสาโท ยา ๑ เวทนา อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา อยํ เวทนาย อาทีนโว โย เวทนาย ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานํ อิทํ เวทนาย นิสฺสรณํ ฯ ยํ สญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ฯ ยํ สงฺขาเร ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ อยํ สงฺขารานํ อสฺสาโท เย สงฺขารา อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา อยํ สงฺขารานํ อาทีนโว โย สงฺขาเรสุ ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานํ อิทํ สงฺขารานํ นิสฺสรณํ ฯ ยํ วิญฺญาณํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ อยํ วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท ยํ วิญฺญาณํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ อยํ วิญฺญาณสฺส อาทีนโว โย วิญฺญาณสฺมึ ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานํ อิทํ วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก่อนแต่ตรัสรู้ เมื่อ

เรายังเป็นโพธิสัตว์ ยังไม่ได้ตรัสรู้ ได้มีความปริวิตกอย่างนี้ว่า อะไรหนอเป็นคุณของรูป อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นเครื่องสลัดออก. อะไรเป็นคุณของเวทนา ... อะไรเป็นคุณของสัญญา ...

อะไรเป็นคุณของสังขาร ... อะไรเป็นคุณของวิญญาณ อะไรเป็นโทษ อะไรเป็นเครื่องสลัดออก.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรานั้นได้ปริวิตกต่อไปว่า สุขโสมนัสอันใด อาศัยรูปเกิดขึ้น นี้เป็นคุณของรูปรูปใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษของรูป การกำจัดฉันทราคะการละฉันทราคะในรูปเสียได้ นี้เป็นเครื่องสลัดออกแห่งรูป. สุขโสมนัสอันใด อาศัยเวทนาเกิดขึ้น ... สุขโสมนัสอันใด อาศัยสัญญาเกิดขึ้น ... สุขโสมนัสอันใด อาศัยสังขารเกิดขึ้น ...

สุขโสมนัสอันใด อาศัยวิญญาณเกิดขึ้น นี้เป็นคุณแห่งวิญญาณ วิญญาณใด ไม่เที่ยง เป็นทุกข์มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งวิญญาณ การกำจัดฉันทราคะ การละฉันทราคะในวิญญาณเสียได้ นี้เป็นเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณ.

Pali (Siam Rath)

ยาวกีวญฺจาหํ ภิกฺขเว อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ เอวํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ น อพฺภญฺญาสึ เนว ตาวาหํ ภิกฺขเว สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ ๒ ปจฺจญฺญาสึ ฯ ยโต จ โขหํ ภิกฺขเว อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ เอวํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ อถาหํ ภิกฺขเว สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ ปจฺจญฺญาสึ ฯ ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ อกุปฺปา เม วิมุตฺติ อยมนฺติมา ชาติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ

๑ โป ม. ยํ ฯ ๒ ม. ยุ. อภิสมฺพุทฺโธติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่รู้ยิ่งซึ่งคุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษและเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ เพียงใด เราก็ยังไม่ปฏิญาณว่าเป็นผู้ตรัสรู้ซึ่งอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์เพียงนั้น. เมื่อใด เรารู้ยิ่งซึ่งคุณโดยความเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ ซึ่งเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ เมื่อนั้นเราจึงปฏิญาณว่า เป็นผู้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลกพรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์. ก็แลญาณทัสสนะได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า วิมุติของเราไม่กำเริบ ชาตินี้เป็นที่สุด บัดนี้ภพใหม่ไม่มี.

จบ สูตรที่ ๕.

๖. อัสสาทสูตรที่ ๒

ว่าด้วยสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค อัสสาทสูตร ที่ ๒ (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ รูปสฺสาหํ ภิกฺขเว อสฺสาทปริเยสนํ อจรึ โย รูปสฺส อสฺสาโท ตทชฺฌคมํ ยาวตา รูปสฺส อสฺสาโท ปญฺญาย เม โส สุทิฏฺโฐ ฯ รูปสฺสาหํ ภิกฺขเว อาทีนวปริเยสนํ อจรึ โย รูปสฺส อาทีนโว ตทชฺฌคมํ ยาวตา รูปสฺส อาทีนโว ปญฺญาย เม โส สุทิฏฺโฐ ฯ รูปสฺสาหํ ภิกฺขเว นิสฺสรณปริเยสนํ อจรึ ยํ รูปสฺส นิสฺสรณํ ตทชฺฌคมํ ยาวตา รูปสฺส นิสฺสรณํ ปญฺญาย เม ตํ สุทิฏฺฐํ ฯ เวทนายาหํ ภิกฺขเว ฯ สญฺญายาหํ ภิกฺขเว ฯ สงฺขารานาหํ ภิกฺขเว ฯ วิญฺญาณสฺสาหํ ภิกฺขเว อสฺสาทปริเยสนํ อจรึ โย วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท ตทชฺฌคมํ ยาวตา วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท ปญฺญาย เม โส สุทิฏฺโฐ ฯ วิญฺญาณสฺสาหํ ภิกฺขเว อาทีนวปริเยสนํ อจรึ โย วิญฺญาณสฺส อาทีนโว ตทชฺฌคมํ ยาวตา วิญฺญาณสฺส อาทีนโว ปญฺญาย เม โส สุทิฏฺโฐ ฯ วิญฺญาณสฺสาหํ ภิกฺขเว นิสฺสรณปริเยสนํ อจรึ ยํ วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ ตทชฺฌคมํ ยาวตา วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ ปญฺญาย เม ตํ สุทิฏฺฐํ ฯ

ยาวกีวญฺจาหํ ภิกฺขเว อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ น อพฺภญฺญาสึ ฯเปฯ ปจฺจญฺญาสึ ๑ ฯ ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ อกุปฺปา เม วิมุตฺติ อยมนฺติมา ชาติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราได้เที่ยวค้นหาคุณแห่งรูป เราได้พบคุณแห่งรูปแล้ว เราได้เห็นคุณแห่งรูปเท่าที่มีอยู่ ด้วยปัญญาดีแล้ว. เราได้เที่ยวค้นหาโทษแห่งรูป เราได้พบโทษแห่งรูปแล้ว เราได้เห็นโทษแห่งรูปเท่าที่มีอยู่ ด้วยปัญญาดีแล้ว.

เราได้เที่ยวค้นหา เครื่องสลัดออกแห่งรูป เราได้พบเครื่องสลัดออกแห่งรูปแล้ว เราได้เห็นเครื่องสลัดออกแห่งรูปเท่าที่มีอยู่ ด้วยปัญญาดีแล้ว. เราได้เที่ยวค้นหาคุณแห่งเวทนา ฯลฯ เราได้เที่ยวค้นหาคุณแห่งสัญญา ฯลฯ เราได้เที่ยวค้นหาคุณแห่งสังขาร ฯลฯ เราได้เที่ยวค้นหาคุณแห่งวิญญาณ เราได้พบคุณแห่งวิญญาณแล้ว เราได้เห็นคุณแห่งวิญญาณเท่าที่มีอยู่ ด้วยปัญญาดีแล้ว.

เราได้เที่ยวค้นหาโทษแห่งวิญญาณ เราได้พบโทษแห่งวิญญาณแล้ว เราได้เห็นโทษแห่งวิญญาณเท่าที่มีอยู่ด้วยปัญญาดีแล้ว. เราได้เที่ยวค้นหาเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณ เราได้พบเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณแล้ว เราได้เห็นเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณเท่าที่มีอยู่ ด้วยปัญญาดีแล้ว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่รู้ยิ่งซึ่งคุณ โดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ เครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตามความเป็นจริง เพียงใดเราก็ยังไม่ปฏิญาณ ฯลฯ เพียงนั้น. ก็แลญาณทัสสนะได้เกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า วิมุติของเราไม่กำเริบชาตินี้เป็นที่สุด บัดนี้ภพใหม่ไม่มี.

จบ สูตรที่ ๖.

๗. อัสสาทสูตรที่ ๓

ว่าด้วยคุณโทษและเครื่องสลัดออกแห่งขันธ์ ๕

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค อัสสาทสูตร ที่ ๓ (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูปสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว เวทนาย อสฺสาโท อภวิสฺส ฯเปฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สญฺญาย ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺเชยฺยุํ ฯ

ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรสุ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรสุ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สงฺขารานํ นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา สงฺขาเรหิ นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ สงฺขารานํ นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา สงฺขาเรหิ นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ สารชฺชนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมึ นิพฺพินฺทนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา วิญฺญาณสฺมา นิสฺสเรยฺยุํ ฯ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ วิญฺญาณสฺส นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา วิญฺญาณสฺมา นิสฺสรนฺติ ฯ

๑ โป. ยุ. อพฺภญฺญาสึ ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณแห่งรูปจักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงกำหนัดในรูป. แต่เพราะคุณแห่งรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงกำหนัดในรูป. ถ้าโทษแห่งรูปจักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในรูป. แต่เพราะโทษแห่งรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงเบื่อหน่ายในรูป. ถ้าเครื่องสลัดออกแห่งรูปจักไม่มีไซร้สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงออกไปจากรูปได้. แต่เพราะเครื่องสลัดออกแห่งรูปมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงออกไปจากรูปได้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณแห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา ฯลฯ

แห่งสังขาร ฯลฯ แห่งวิญญาณจักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงกำหนัดในวิญญาณ. แต่เพราะคุณแห่งวิญญาณมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงกำหนัดในวิญญาณ. ถ้าโทษแห่งวิญญาณจักไม่มีไซร้ สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ. แต่เพราะโทษแห่งวิญญาณมีอยู่ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงเบื่อหน่ายในวิญญาณ. ถ้าเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณจักไม่มีไซร้สัตว์ทั้งหลาย ก็จะไม่พึงออกไปจากวิญญาณได้. แต่เพราะเครื่องสลัดออกแห่งวิญญาณมีอยู่ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลาย จึงออกไปจากวิญญาณได้.

Pali (Siam Rath)

ยาวกีวญฺจ ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ น อพฺภญฺญึสุ ๑ เนว ตาว ภิกฺขเว สตฺตา สเทวเก ๒ โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรึสุ ๓ ฯ ยโต จ โข ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ปญฺจนฺนํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญึสุ อถ ภิกฺขเว สตฺตา สเทวเก ๔ โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิมริยาทิกเตน เจตสา วิหรนฺตีติ ฯ

๑ ม. ยุ. อพฺภญฺญํสุ ฯ ๒-๔ ม. ยุ. สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา ... ฯ

๓ โป. วิจรึสุ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ยังไม่รู้ยิ่งซึ่งคุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออก แห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตามความเป็นจริง เพียงใด สัตว์ทั้งหลาย ก็ยังไม่เป็นผู้ออกไป พรากไป หลุดพ้นไป มีใจอันหาขอบเขตมิได้อยู่ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ เพียงนั้น. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด สัตว์ทั้งหลาย รู้ยิ่งซึ่งคุณโดยความเป็นคุณ ซึ่งโทษโดยความเป็นโทษ ซึ่งเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกแห่งอุปาทานขันธ์ ๕ เหล่านี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเป็นผู้ออกไป พรากไปหลุดพ้นไป มีใจอันหาขอบเขตมิได้อยู่ในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์.

จบ สูตรที่ ๗.

๘. อภินันทนสูตร

ว่าด้วยผลแห่งความเพลิดเพลินและไม่เพลิดเพลิน

ในขันธ์ ๕

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค อภินันทนสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ โย ภิกฺขเว รูปํ อภินนฺทติ ทุกฺขํ โส อภินนฺทติ โย ทุกฺขํ อภินนฺทติ อปริมุตฺโต โส ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ โย เวทนํ อภินนฺทติ ฯ โย สญฺญํ อภินนฺทติ ฯ โย สงฺขาเร อภินนฺทติ ฯ โย วิญฺญาณํ อภินนฺทติ ทุกฺขํ โส อภินนฺทติ โย ทุกฺขํ อภินนฺทติ อปริมุตฺโต โส ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดเพลิดเพลินรูป ผู้นั้นชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ผู้นั้นไม่พ้นไปจากทุกข์. ผู้ใดเพลิดเพลินเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ผู้นั้นชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ผู้นั้นไม่พ้นไปจากทุกข์.

Pali (Siam Rath)

โย จ โข ภิกฺขเว รูปํ นาภินนฺทติ ทุกฺขํ โส นาภินนฺทติ โย ทุกฺขํ นาภินนฺทติ ปริมุตฺโต โส ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ โย เวทนํ นาภินนฺทติ ฯ โย สญฺญํ นาภินนฺทติ ฯ โย สงฺขาเร นาภินนฺทติ ฯ โย วิญฺญาณํ นาภินนฺทติ ทุกฺขํ โส นาภินนฺทติ โย ทุกฺขํ นาภินนฺทติ ปริมุตฺโต โส ทุกฺขสฺมาติ วทามีติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดแล ไม่เพลิดเพลินรูป ผู้นั้นชื่อว่าไม่เพลิดเพลินทุกข์ผู้ใดไม่เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ผู้นั้นพ้นไปจากทุกข์. ผู้ใดไม่เพลิดเพลินเวทนา ฯลฯ

สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ ผู้นั้นชื่อว่าไม่เพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดไม่เพลิดเพลินทุกข์ เรากล่าวว่า ผู้นั้นพ้นไปจากทุกข์ได้.

จบ สูตรที่ ๘.

๙. อุปปาทสูตร

ว่าด้วยความเกิดและความดับทุกข์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค อุปปาทสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ โย ภิกฺขเว รูปสฺส อุปฺปาโท ฐิติ อภินิพฺพตฺติ ปาตุภาโว ทุกฺขสฺเสโส อุปฺปาโท โรคานํ ฐิติ ชรามรณสฺส ปาตุภาโว ฯ โย เวทนาย ฯ โย สญฺญาย ฯ โย สงฺขารานํ ฯ โย วิญฺญาณสฺส อุปฺปาโท ฐิติ อภินิพฺพตฺติ ปาตุภาโว ทุกฺขสฺเสโส อุปฺปาโท โรคานํ ฐิติ ชรามรณสฺส ปาตุภาโว ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ความบังเกิด ความปรากฏแห่งรูป นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ. ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา ฯลฯ แห่งสังขาร ฯลฯ แห่งวิญญาณ นี้เป็นความเกิดแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ.

Pali (Siam Rath)

โย จ ภิกฺขเว รูปสฺส นิโรโธ วูปสโม อตฺถงฺคโม ทุกฺขสฺเสโส นิโรโธ โรคานํ วูปสโม ชรามรณสฺส อตฺถงฺคโม ฯ โย เวทนาย ฯ โย สญฺญาย ฯ โย สงฺขารานํ ฯ โย วิญฺญาณสฺส นิโรโธ วูปสโม อตฺถงฺคโม ทุกฺขสฺเสโส นิโรโธ โรคานํ วูปสโม ชรามรณสฺส อตฺถงฺคโมติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความดับ ความเข้าไประงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งรูป นี้เป็นความดับแห่งทุกข์ เป็นความเข้าไประงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ.

ความดับ ความเข้าไประงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา ฯลฯ แห่งสังขาร ฯลฯ

แห่งวิญญาณ นี้เป็นความดับแห่งทุกข์ เป็นความเข้าไประงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ.

จบ สูตรที่ ๙.

๑๐. อฆมูลสูตร

ว่าด้วยทุกข์และมูลเหตุแห่งทุกข์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค อฆมูลสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ อฆญฺจ โว ภิกฺขเว เทเสสฺสามิ อฆมูลญฺจ ตํ สุณาถ ฯ กตมญฺจ ภิกฺขเว อฆํ ฯ รูปํ ภิกฺขเว อฆํ เวทนา อฆํ สญฺญา อฆํ สงฺขารา อฆํ วิญฺญาณํ อฆํ ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อฆํ ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงทุกข์และมูลเหตุแห่งทุกข์แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทุกข์เป็นไฉน? ทุกข์คือรูป ทุกข์คือเวทนา ทุกข์คือสัญญา ทุกข์คือสังขาร ทุกข์คือวิญญาณ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่าทุกข์.

Pali (Siam Rath)

กตมญฺจ ภิกฺขเว อฆมูลํ ฯ ยายํ ตณฺหา โปโนพฺภวิกา นนฺทิราคสหคตา ตตฺรตตฺราภินนฺทินี ฯ เสยฺยถีทํ ฯ กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหา ฯ อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อฆมูลนฺติ ฯ

Royal Thai

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็มูลเหตุแห่งทุกข์เป็นไฉน? ตัณหานี้ใด นำให้เกิดในภพใหม่ ประกอบด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน มีปกติเพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้นๆ ได้แก่กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่ามูลเหตุแห่งทุกข์.

จบ สูตรที่ ๑๐.

๑๑. ปภังคสูตร

ว่าด้วยความสลายและไม่สลายแห่งทุกข์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุต มูลปัณณาสก์ ภารวรรค ปภังคสูตร (Royal Thai Volume 17 · Mahachula Volume 17 · Mahamakut Volume 27 · Chaloem Phrakiat Volume 17)

Pali (Siam Rath)

สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ ปภงฺคุญฺจ ภิกฺขเว เทสิสฺสามิ อปฺปภงฺคุญฺจ ตํ สุณาถ ฯ กิญฺจ ภิกฺขเว ปภงฺคุ กึ ๑ อปฺปภงฺคุ ฯ รูปํ ภิกฺขเว ปภงฺคุ โย ตสฺส นิโรโธ วูปสโม อตฺถงฺคโม อิทํ อปฺปภงฺคุ ฯ เวทนา ปภงฺคุ โย ตสฺสา นิโรโธ วูปสโม อตฺถงฺคโม อิทํ อปฺปภงฺคุ ฯ สญฺญา ปภงฺคุ ฯ สงฺขารา ปภงฺคุ โย เตสํ นิโรโธ วูปสโม อตฺถงฺคโม อิทํ อปฺปภงฺคุ ฯ วิญฺญาณํ ปภงฺคุ โย ตสฺส นิโรโธ วูปสโม อตฺถงฺคโม อิทํ อปฺปภงฺคูติ ฯ

ภารวคฺโค ตติโย ฯ

ตสฺสุทฺทานํ

ภารํ ปริญฺญํ ปริชานํ ฉนฺทราคํ จตุตฺถกํ

อสฺสาทา จ ตโย วุตฺตา อภินนฺทนมฏฺฐมํ

อุปฺปาทํ อฆมูลํ จ เอกาทสโม ปภงฺคูติ ฯ

__________________

ขนฺธสํยุตฺตสฺส มูลปณฺณาสเก นตุมฺหากวคฺโค จตุตฺโถ

๑ ยุ. กิญฺจ ฯ

Royal Thai

พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงภาวะสลายและภาวะไม่สลาย เธอทั้งหลายจงฟัง. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเป็นภาวะสลาย อะไรเป็นภาวะไม่สลาย? รูปเป็นภาวะสลาย ความดับ ความเข้าไประงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งรูปนั้นนี้เป็นภาวะไม่สลาย. เวทนาเป็นภาวะสลาย ฯลฯ สัญญาเป็นภาวะสลาย ฯลฯ สังขารเป็นภาวะสลาย ฯลฯ วิญญาณเป็นภาวะสลาย ความดับ ความเข้าไประงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้ แห่งวิญญาณนั้น นี้เป็นภาวะไม่สลาย.

จบ สูตรที่ ๑๑.

จบ ภารวรรคที่ ๓.

-------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. ภารสูตร ๒. ปริญญาสูตร ๓. ปริชานสูตร ๔. ฉันทราคสูตร ๕. อัสสาทสูตรที่ ๑๖. อัสสาทสูตรที่ ๒ ๗. อัสสาทสูตรที่ ๓ ๘. อภินันทนสูตร ๙. อุปปาทสูตร ๑๐. อฆมูลสูตร๑๑. ปภังคสูตร.