arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ · เสขิยกัณฑ์

วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค เล่ม ๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๘๒๐–๘๒๙ (Royal Thai)3/7 in เสขิยกัณฑ์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

อุชฺชคฺฆิกวคฺโค ทุติโย.

__________

๓. ขมฺภกตวคฺค

๓. ขัมภตกวรรค

หมวดว่าด้วยการเท้าสะเอว

สิกขาบทที่ ๑

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค (Royal Thai Volume 2 · Mahachula Volume 2 · Mahamakut Volume 4 · Chaloem Phrakiat Volume 2)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 2, pp. 390–395 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 2, pp. 670–680

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ขมฺภกตา อนฺตรฆเร คจฺฉนฺติ ฯเปฯ

“น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ เอกโต วา อุภโต วา ขมฺภํ กตฺวา อนฺตรฆเร คจฺฉติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. ปฐมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินเท้าสะเอว ไปในละแวกบ้าน ฯล

พระบัญญัติ

๑. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักไม่เดินเท้าสะเอวไปในละแวกบ้าน

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุไม่พึงเดินเท้าสะเอวไปในละแวกบ้าน

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ เดินเท้าสะเอวข้างเดียวหรือสองข้างไปในละแวกบ้าน ต้อง อาบัติทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง ๖. ภิกษุวิกลจริต

๗. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๑ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ขมฺภกตา อนฺตรฆเร นิสีทนฺติ ฯเปฯ

“น ขมฺภกโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

น ขมฺภกเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ เอกโต วา อุภโต วา ขมฺภํ กตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, วาสูปคตสฺส, อาปทาสุ อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. ทุติยสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๒

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งเท้าสะเอว ในละแวกบ้าน ฯลฯ

พระบัญญัติ

๒. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักไม่นั่งเท้าสะเอวในละแวกบ้าน

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุไม่พึงนั่งเท้าสะเอวในละแวกบ้าน

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเท้าสะเอวข้างเดียวหรือสองข้างในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุอยู่ในที่พัก ๖. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง

๗. ภิกษุวิกลจริต

๘. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๒ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร คจฺฉนฺติ ฯเปฯ

“น โอคุณฺฐิโต อนฺตรฆเร คมิสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร คจฺฉติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. ตติยสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๓

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินคลุมศีรษะ ไปในละแวกบ้าน ฯลฯ

พระบัญญัติ

๓. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักไม่เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุไม่พึงเดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง ๖. ภิกษุวิกลจริต

๗. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๓ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทนฺติ ฯเปฯ

“น โอคุณฺฐิโต อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

น โอคุณฺฐิเตน อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ สสีสํ ปารุปิตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. จตุตฺถสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๔

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งคลุมศีรษะ ในละแวกบ้าน ฯลฯ

พระบัญญัติ

๔. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักไม่นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุไม่พึงนั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุอยู่ในที่พัก ๖. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง

๗. ภิกษุวิกลจริต ๘. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๔ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คจฺฉนฺติ ฯเปฯ

“น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คมิสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

น อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คจฺฉติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. ปญฺจมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๕

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เดินกระโหย่ง ไปในละแวกบ้าน ฯลฯ

พระบัญญัติ

๕. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักไม่เดินกระโหย่งไปในละแวกบ้าน

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุไม่พึงเดินกระโหย่งไปในละแวกบ้าน

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระโหย่งไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุอยู่ในที่พัก ๖. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง

๗. ภิกษุวิกลจริต ๘. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๕ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทนฺติ ฯเปฯ

“น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิตพฺพํ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ หตฺถปลฺลตฺถิกาย วา ทุสฺสปลฺลตฺถิกาย วา อนฺตรฆเร นิสีทติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๖

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์นั่งรัดเข่าใน ละแวกบ้าน ฯลฯ

พระบัญญัติ

๖. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักไม่นั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุไม่พึงนั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ นั่งรัดเข่าด้วยมือหรือด้วยผ้าในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุอยู่ในที่พัก ๖. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง

๗. ภิกษุวิกลจริต ๘. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๖ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อสกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ฉฑฺเฑตุกามา วิย ฯเปฯ

“สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

สกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ อสกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ ฉฑฺเฑตุกาโม วิย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. สตฺตมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๗

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาต โดยไม่ให้ความสำคัญ ทำทีเหมือนจะทิ้ง ฯลฯ

พระบัญญัติ

๗. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักรับบิณฑบาตโดยเคารพ

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุพึงรับบิณฑบาตโดยเคารพ

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ทำเหมือนจะทิ้ง ต้องอาบัติ ทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง ๖. ภิกษุวิกลจริต

๗. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๗ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ตหํ ตหํ โอโลเกนฺตา ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ, อากิรนฺเตปิ อติกฺกนฺเตปิ (๑) น ชานนฺติ ฯเปฯ

“ปตฺตสญฺญี ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

ปตฺตสญฺญินา ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอโลเกนฺโต ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. อฏฺฐมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

Footnotes (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. 1สี. อติกฺกนฺเตปิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๘

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาต มองดูที่นั้น ๆ เมื่อเขากำลังเกลี่ย(บิณฑบาต)บ้าง เสร็จไปแล้วบ้าง ก็ยังไม่รู้สึกตัว ฯลฯ

พระบัญญัติ

๘. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักให้ความสำคัญในบาตรขณะรับบิณฑบาต

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุพึงให้ความสำคัญในบาตรขณะรับบิณฑบาต

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตมองดูที่นั้น ๆ ต้องอาบัติทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง ๖. ภิกษุวิกลจริต

๗. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๘ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺตา สูปํเยว พหุํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ฯเปฯ

“สมสูปกํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ.

สูโป นาม เทฺว สูปา: มุคฺคสูโป มาสสูโป หตฺถหาริโย. สมสูปโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ สูปํเยว พหุํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, คิลานสฺส, รสรเส, ญาตกานํ, ปวาริตานํ, อญฺญสฺสตฺถาย, อตฺตโน ธเนน, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. นวมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๙

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เมื่อรับ บิณฑบาต รับเอาแต่แกงเท่านั้น ฯลฯ

พระบัญญัติ

๙. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักรับบิณฑบาตพอเหมาะกับแกง

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ที่ชื่อว่า แกง ได้แก่ แกง ๒ ชนิด คือ (๑) แกงถั่วเขียว (๒) แกงถั่วเหลือง ที่ใช้มือหยิบได้ภิกษุพึงรับบิณฑบาตพอเหมาะกับแกง

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ เลือกรับเฉพาะแกงมาก ต้องอาบัติทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้เป็นไข้

๕. ภิกษุรับแกงหลายอย่าง ๖. ภิกษุรับของญาติ

๗. ภิกษุรับของผู้ปวารณา ๘. ภิกษุรับเพื่อผู้อื่น

๙. ภิกษุจ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑๐. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง

๑๑. ภิกษุวิกลจริต ๑๒. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๙ จบ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1บิณฑบาต คือ ภัตตาหารที่มีแกงผสมอยู่ประมาณ ๑ ใน ๔ ส่วน คือ บิณฑบาต ๓ ส่วน แกง ๑ ส่วน ชื่อว่า บิณฑบาตพอเหมาะกับแกง (วิ.อ. ๒/๖๐๔/๔๕๑)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ฯเปฯ

“สมติตฺติกํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคเหสฺสามี’ติ สิกฺขา กรณียา”ติ. สมติตฺติโก ปิณฺฑปาโต ปฏิคฺคเหตพฺโพ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อนาปตฺติ: อสญฺจิจฺจ, อสติยา, อชานนฺตสฺส, อาปทาสุ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ. ทสมสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิกขาบทที่ ๑๐

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์รับบิณฑบาต ล้นขอบปากบาตร ฯลฯ

พระบัญญัติ

๑๐. พึงทำความสำเหนียกว่า เราจักรับบิณฑบาตเสมอขอบปากบาตร

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ

สิกขาบทวิภังค์

ภิกษุพึงรับบิณฑบาตเสมอขอบปากบาตร

ภิกษุใดไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตจนล้นขอบปากบาตร ต้องอาบัติทุกกฏ

อนาปัตติวาร

ภิกษุต่อไปนี้ ไม่ต้องอาบัติ คือ

๑. ภิกษุไม่จงใจ ๒. ภิกษุไม่มีสติ

๓. ภิกษุผู้ไม่รู้ ๔. ภิกษุผู้มีเหตุขัดข้อง

๕. ภิกษุวิกลจริต ๖. ภิกษุต้นบัญญัติ

สิกขาบทที่ ๑๐ จบ

ขัมภกตวรรคที่ ๓ จบ

End of วรรคที่ ๓ ขัมภกตวรรค