พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ · คัพภินีวรรค
สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป เล่ม ๓
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๖๔–๓๖๗ (Royal Thai)1/10 in คัพภินีวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ ปาจิตติยกัณฑ์ คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป (Royal Thai Volume 3 · Mahachula Volume 3 · Mahamakut Volume 5 · Chaloem Phrakiat Volume 3)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 3, pp. 275–277
สิกขาบทที่ ๑
เรื่องภิกษุณีบวชให้สตรีมีครรภ์
{๓๖๔} [๑๐๖๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีทั้งหลายบวชให้สตรีมีครรภ์ นางบวชแล้วเที่ยวไปบิณฑบาต ชาวบ้าน พูดกันอย่างนี้ว่า “ขอท่านทั้งหลายจงถวายภิกษาแก่แม่เจ้า แม่เจ้ามีครรภ์ แก่” แล้วพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึง ได้บวชให้สตรีมีครรภ์เล่า”
ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินชาวบ้านเหล่านั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉน ภิกษุณีทั้งหลายจึงได้บวชให้สตรีมีครรภ์เล่า” ...
ทรงประชุมสงฆ์สอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมาว่าภิกษุณีทั้งหลายบวชให้สตรีมีครรภ์ จริงหรือ”
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไฉน ภิกษุณีทั้งหลายจึงได้บวชให้สตรีมีครรภ์เล่า การกระทำของภิกษุณีเหล่านั้น นั้นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลายก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดง อย่างนี้ว่า
- ๑หมวดว่าด้วยการบวชให้สตรีมีครรภ์ ตั้งชื่อวรรคตามความแห่งสิกขาบทที่ ๑ นี้
พระพุทธบัญญัติ
[๑๐๖๘] อนึ่ง ภิกษุณีใดบวชให้สตรีมีครรภ์ เป็นปาจิตตีย์
สิกขาบทวิภังค์
{๓๖๕} [๑๐๖๙] คำว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ภิกษุณีใด คือ ผู้เช่นใด ...
คำว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่าภิกษุณี เพราะว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ทรง ประสงค์ว่า ‘ภิกษุณี’ ในข้อความตอนนี้ที่ชื่อว่า สตรีมีครรภ์ ตรัสหมายถึงหญิงผู้มีบุตรมาเกิดปฏิสนธิแล้ว
คำว่า บวชให้ คือ ให้อุปสมบท
ภิกษุณีตั้งใจว่าจักบวชให้ แล้วแสวงหาคณะก็ดี อาจารย์ก็ดี บาตร ก็ดี จีวรก็ดี สมมติสีมาก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ จบ กรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ภิกษุณีผู้อุปัชฌาย์ต้องอาบัติปาจิตตีย์ คณะและอาจารย์ต้องอาบัติทุกกฏ
บทภาชนีย์
{๓๖๖} [๑๐๗๐] สตรีมีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่ามีครรภ์ บวชให้ ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์
สตรีมีครรภ์ ภิกษุณีสงสัย บวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ
สตรีมีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่าไม่มีครรภ์ บวชให้ ไม่ต้องอาบัติ
สตรีไม่มีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่ามีครรภ์ บวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ
สตรีไม่มีครรภ์ ภิกษุณีสงสัย บวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ
สตรีไม่มีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่าไม่มีครรภ์ บวชให้ ไม่ต้องอาบัติ
อนาปัตติวาร
{๓๖๗} [๑๐๗๑] สตรีมีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่าไม่มีครรภ์ บวชให้ ๑ สตรี ไม่มีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่าไม่มีครรภ์ บวชให้ ๑ ภิกษุณีผู้วิกลจริต ๑ ภิกษุณีผู้เป็นต้นบัญญัติ ๑ ภิกษุณีเหล่านี้ไม่ต้องอาบัติแล
จบ สิกขาบทที่ ๑
สิกขาบทที่ ๒
เรื่องภิกษุณีบวชให้สตรีแม่ลูกอ่อน
{๓๖๘} [๑๐๗๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุณีทั้งหลายบวชให้สตรีแม่ลูกอ่อนนางบวชแล้วเที่ยวไปบิณฑบาต ชาวบ้านพูดกันอย่างนี้ว่า “ขอท่านทั้งหลายจงถวายภิกษาแก่แม่เจ้า แม่ เจ้ามีเพื่อน” แล้วพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุณี ทั้งหลายจึงได้บวชให้สตรีแม่ลูกอ่อนเล่า”ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินชาวบ้านเหล่านั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ... ต่างพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉน ภิกษุณีทั้งหลายจึงได้บวชให้สตรีแม่ลูกอ่อนเล่า” ...
ทรงประชุมสงฆ์สอบถามแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทราบมาว่าภิกษุณีทั้งหลายบวชให้สตรีแม่ลูกอ่อน จริงหรือ”
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า”
End of สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป