พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
ควรมานัตสึก เล่ม ๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๘๒–๔๘๕ (Royal Thai)16/24 in สมุจจยขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ภิกษุผู้ควรแก่มานัตสึก
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ ควรมานัตสึก (Royal Thai Volume 6 · Mahachula Volume 6 · Mahamakut Volume 8 · Chaloem Phrakiat Volume 6)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 6, pp. 186–187 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 6, pp. 261–262
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ มานตฺตารโห วิพฺภมติ, วิพฺภนฺตกสฺส ภิกฺขเว มานตฺตทานํ น รุหติ. โส เจ ปุน อุปสมฺปชฺชติ, ตสฺส ตเทว ปุริมํ ปริวาสทานํ, โย ปริวาโส ทินฺโน สุทินฺโน, โย ปริวุตฺโถ สุปริวุตฺโถ, ตสฺส ภิกฺขุโน มานตฺตํ ทาตพฺพํ. (๑๗)
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ มานตฺตารโห สามเณโร โหติ ฯเปฯ อุมฺมตฺตโก โหติ ฯเปฯ ขิตฺตจิตฺโต โหติ ฯเปฯ เวทนาฏฺโฏ โหติ ฯเปฯ อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปิยติ ฯเปฯ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺขิปิยติ ฯเปฯ ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค อุกฺขิปิยติ, อุกฺขิตฺตกสฺส ภิกฺขเว มานตฺตทานํ น รุหติ. โส เจ ปุน โอสาริยติ, ตสฺส ตเทว ปุริมํ ปริวาสทานํ, โย ปริวาโส ทินฺโน สุทินฺโน, โย ปริวุตฺโถ สุปริวุตฺโถ, ตสฺส ภิกฺขุโน มานตฺตํ ทาตพฺพํ. (๑๘-๒๔)
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุผู้ควรแก่มานัตสึกเสีย การให้ มานัตแก่ภิกษุนั้นผู้สึกแล้วใช้ไม่ได้ ถ้าภิกษูนั้นอุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละ แก่ภิกษุนั้น ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ปริวาสที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว สงฆ์ พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๗)
ภิกษุผู้ควรแก่มานัตลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้น
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุผู้ควรแก่มานัต ลดฐานะเป็นสามเณร ฯลฯ เกิดวิกลจริต ฯลฯ มีจิตฟุ้งซ่าน ฯลฯ กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ฯลฯ ถูกสงฆ์ ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ฯลฯ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะ ไม่ทำคืนอาบัติ ฯลฯ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป การให้มานัต แก่ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมนั้นใช้ไม่ได้ ถ้าภิกษุนั้นถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่ภิกษุนั้น ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ปริวาสที่อยู่แล้วเป็น อันอยู่ดีแล้ว สงฆ์พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น (๑๘-๒๔)
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ มานตฺตํ จรนฺโต วิพฺภมติ, วิพฺภนฺตกสฺส ภิกฺขเว มานตฺตจริยา น รุหติ. โส เจ ปุน อุปสมฺปชฺชติ, ตสฺส ตเทว ปุริมํ ปริวาสทานํ, โย ปริวาโส ทินฺโน สุทินฺโน, โย ปริวุตฺโถ สุปริวุตฺโถ, ยํ มานตฺตํ ทินฺนํ สุทินฺนํ, ยํ มานตฺตํ จิณฺณํ สุจิณฺณํ, อวเสสํ จริตพฺพํ. (๒๕)
อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ มานตฺตํ จรนฺโต สามเณโร โหติ ฯเปฯ อุมฺมตฺตโก โหติ ฯเปฯ ขิตฺตจิตฺโต โหติ ฯเปฯ เวทนาฏฺโฏ โหติ ฯเปฯ อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปิยติ ฯเปฯ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺขิปิยติ ฯเปฯ ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค อุกฺขิปิยติ, อุกฺขิตฺตกสฺส ภิกฺขเว มานตฺตจริยา น รุหติ. โส เจ ปุน โอสาริยติ, ตสฺส ตเทว ปุริมํ ปริวาสทานํ, โย ปริวาโส ทินฺโน สุทินฺโน, โย ปุริวุตฺโถ สุปริวุตฺโถ, ยํ มานตฺตํ ทินฺนํ สุทินฺนํ, ยํ มานตฺตํ จิณฺณํ สุจิณฺณํ, อวเสสํ จริตพฺพํ. (๒๖-๓๒)
ภิกษุผู้ประพฤติมานัตสึก
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุกำลังประพฤติมานัตสึกเสีย การประพฤติมานัตของภิกษุผู้สึกแล้วใช้ไม่ได้ ถ้าภิกษุนั้นอุปสมบทใหม่ ให้ ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่ภิกษุนั้น ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ปริวาสที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว มานัตที่ประพฤติแล้วเป็นอัน ประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป (๒๕)
ภิกษุผู้ปประพฤติมานัตลดฐานะเป็นสามเณรเป็นต้น
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุผู้กำลังประพฤติมานัต ลดฐานะเป็น สามเณร ฯลฯ เกิดวิกลจริต ฯลฯ มีจิตฟุ้งซ่าน ฯลฯ กระสับกระส่วยเพราะเวทนา ฯลฯถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ฯลฯ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนีย กรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ฯลฯ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป การประพฤติมานัตของภิกษุนั้นผู้ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมใช้ไม่ได้ ถ้าภิกษุนั้นถูก เรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่ภิกษุนั้น ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ปริวาสที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว มานัตที่ประพฤติ แล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป (๒๖-๓๒)
End of ควรมานัตสึก