arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ภิกขุนีขันธกะ

เรื่องไปด้วยยาน เล่ม ๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๙๒–๕๙๔ (Royal Thai)15/20 in ภิกขุนีขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ภิกขุนีขันธกะ เรื่องไปด้วยยาน (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 7, pp. 395–396

Page 395

{๕๙๑} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายงดอุโบสถ งดปวารณา ทำการไต่สวน เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ ให้ทำโอกาส โจท สืบพยานแก่ภิกษุณีทั้งหลาย ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุงดอุโบสถแก่ภิกษุณี แม้ งดแล้วเป็นอันงดด้วยดี ภิกษุผู้งดไม่ต้องอาบัติ

อนุญาตให้งดปวารณาแก่ภิกษุณี แม้งดแล้วเป็นอันงดด้วยดี ภิกษุผู้งด ไม่ต้องอาบัติ

อนุญาตให้ทำการไต่สวนภิกษุณี แม้ทำแล้วเป็นอันทำด้วยดี ภิกษุผู้ทำ ไม่ต้องอาบัติ

อนุญาตให้เริ่มอนุวาทาธิกรณ์ แม้เริ่มแล้วเป็นอันเริ่มด้วยดี ภิกษุผู้เริ่ม ไม่ต้องอาบัติ

อนุญาตให้ภิกษุทำโอกาส แม้ให้ทำแล้วเป็นอันทำด้วยดี ภิกษุผู้ให้ทำ ไม่ต้องอาบัติ

อนุญาตให้โจทภิกษุณี แม้โจทแล้วเป็นอันโจทด้วยดี ภิกษุผู้โจทไม่ ต้องอาบัติ

อนุญาตให้สืบพยานแก่ภิกษุณี แม้สืบแล้วเป็นอันสืบด้วยดี ภิกษุผู้ ให้สืบไม่ต้องอาบัติ”

พระพุทธบัญญัติห้ามภิกษุณีเดินทางด้วยยาน

{๕๙๒} [๔๒๙] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์เดินทางด้วยยานที่ เทียมด้วยโคเพศเมีย มีบุรุษเป็นสารถีบ้าง เทียมด้วยโคเพศผู้ มีสตรี เป็นสารถีบ้าง ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือน ชายหนุ่มหญิงสาวไปเล่นน้ำในแม่นํ้าคงคาและแม่นํ้ามหี” ภิกษุทั้งหลายจึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

Page 396

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีไม่พึงเดินทางด้วยยาน รูปใดเดินทาง พึงปรับอาบัติตามธรรม”

{๕๙๓} สมัยนั้น ภิกษุณีรูปหนึ่งอาพาธ ไม่สามารถจะเดินไปด้วยเท้าได้ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระ ภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุณีผู้อาพาธเดินทางด้วย ยานได้”

ลำดับนั้น ภิกษุณีทั้งหลายคิดว่า “ยานนั้นเทียมด้วยโคเพศเมียหรือ เทียมด้วยโคเพศผู้” ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตยานที่เทียมด้วยโคเพศเมีย ยานที่ เทียมด้วยโคเพศผู้ และยานที่ลากด้วยมือ”

{๕๙๔} สมัยต่อมา ภิกษุณีรูปหนึ่งมีความไม่สบายอย่างแรงกล้าเพราะความ กระเทือนแห่งยาน ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตคานหามมีตั่งนั่ง เปลผ้าที่เขาผูกติด กับไม้คาน”

พระพุทธานุญาตให้อุปสมบทภิกษุณีโดยทูต

{๕๙๕} [๔๓๐] ก็โดยสมัยนั้นแล หญิงคณิกาชื่ออัฑฒกาสีบวชในสำนัก ภิกษุณี ก็นางปรารถนาจะไปพระนครสาวัตถีด้วยตั้งใจว่าจักอุปสมบท ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า พวกนักเลงได้ทราบข่าวว่าหญิงคณิกา ชื่ออัฑฒกาสีปรารถนาจะไปพระนครสาวัตถี จึงแอบซุ่มอยู่ใกล้หนทาง นางได้ทราบข่าวว่าพวกนักเลงแอบซุ่มอยู่ใกล้หนทาง จึงส่งทูตไปในสำนัก

End of เรื่องไปด้วยยาน