พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ขุททกวัตถุขันธกะ
เรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้า เล่ม ๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๖–๑๗๙ (Royal Thai)20/27 in ขุททกวัตถุขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก จุลวรรค ขุททกวัตถุขันธกะ เรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้า (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 7, pp. 78–80
พระพุทธานุญาตขนาดไม้ชำระฟัน
{๑๗๔} สมัยต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เคี้ยวไม้ชำระฟันที่ยาวและตีสามเณร ด้วยไม้ชำระฟันเหล่านั้น ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระ ภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเคี้ยวไม้ชำระฟันที่ยาว รูปใดเคี้ยว ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้ชำระฟันยาว ๘ นิ้ว เป็นอย่างยิ่ง และไม่พึงตีสามเณรด้วยไม้นั้น รูปใดตี ต้องอาบัติทุกกฏ”
{๑๗๕} สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งเคี้ยวไม้ชำระฟันที่สั้นเกินไป ไม้ชำระฟันหลุด เข้าไปติดในคอ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเคี้ยวไม้ชำระฟันที่สั้นเกินไป รูปใด เคี้ยว ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้ชำระฟันขนาด ๔ นิ้วเป็นอย่างตํ่า”
พระพุทธบัญญัติห้ามจุดไฟเผากองหญ้า
{๑๗๖} [๒๘๓] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกภิกษุฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้า ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนคนเผาป่า” ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเผากองหญ้า รูปใดเผา ต้องอาบัติ ทุกกฏ”
พระพุทธานุญาตให้จุดไฟป้องกันไฟป่า
{๑๗๗} สมัยนั้น วิหารที่อยู่มีหญ้าขึ้นรก เมื่อไฟป่าไหม้มาถึง วิหารถูกไฟไหม้ ภิกษุทั้งหลายรังเกียจที่จะจุดไฟรับเพื่อการป้องกัน จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อไฟป่าไหม้มาถึง เราอนุญาตให้จุดไฟรับ เพื่อป้องกัน”
พระพุทธบัญญัติห้ามขึ้นต้นไม้
{๑๗๘} [๒๘๔] ก็โดยสมัยนั้นแล พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ขึ้นต้นไม้ ไต่จากต้น หนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนลิง” ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระ ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงขึ้นต้นไม้ รูปใดขึ้น ต้องอาบัติ ทุกกฏ”
พระพุทธานุญาตให้ขึ้นต้นไม้เมื่อมีอันตราย
{๑๗๙} สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเดินทางไปพระนครสาวัตถีในแคว้นโกศล ช้าง โผล่มาในระหว่างทาง จึงภิกษุรูปนั้นวิ่งเข้าไปยังโคนต้นไม้ รังเกียจอยู่จึง ไม่ยอมขึ้นต้นไม้ ช้างนั้นได้ไปทางอื่นครั้นภิกษุนั้นไปถึงพระนครสาวัตถี จึงได้เล่าเรื่องนั้นให้ภิกษุทั้งหลาย ทราบ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อมีเหตุจำเป็น เราอนุญาตให้ขึ้นต้นไม้สูง ชั่วคนได้ ในคราวมีอันตราย ให้ขึ้นได้ตามประสงค์”
พระพุทธานุญาตให้เล่าเรียนพุทธวจนะตามภาษาเดิม
{๑๘๐} [๒๘๕] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุสองรูปเป็นพี่น้องกัน ชื่อเมฏฐะกับ โกกุฏฐะ มีชาติกำเนิดเป็นพราหมณ์ พูดจาอ่อนหวาน เสียงเพราะ เธอ สองรูปนั้นเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วได้ถวาย บังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง นั่งแล้ว ได้กราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า บัดนี้ภิกษุทั้งหลายต่างชื่อ ต่างโคตร ต่าง ชาติ ต่างสกุลกันเข้ามาบวช พวกเธอย่อมทำพระพุทธวจนะให้ผิดเพี้ยน จากภาษาเดิม ถ้ากระไร พวกข้าพระองค์จะขอยกพระพุทธวจนะขึ้นโดย ภาษาสันสกฤต”พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ดูก่อนโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้กล่าวอย่างนี้ว่า ‘ถ้ากระไร พวกข้าพระองค์จะขอยกพระ พุทธวจนะขึ้นโดยภาษาสันสกฤต’ ดังนี้เล่า ดูก่อนโมฆบุรุษทั้งหลาย การ กระทำของพวกเธอนั้นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของปวงชนที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงยกพุทธวจนะขึ้นโดยภาษาสันสกฤต รูปใดยกขึ้น ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เล่าเรียนพุทธวจนะโดยภาษาเดิม”
- ๑ภาษาเดิม ในที่นี้ หมายถึงภาษามคธ หรือภาษาของชาวแคว้นมคธ ซึ่งมีสำนวน’โวหารตามแบบ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส (วิ.อ. ๗/๓๑๗) เรียกในปัจจุบันว่า ภาษาบาลี คือภาษาที่ใช้เป็น หลักในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท (พจนานุกรม)
- ๒สันสกฤต ชื่อภาษาในตระกูลอินเดีย-ยุโรป ซึ่งมีใช้ในวรรณคดีอินเดียโบราณ เช่น คัมภีร์ฤคเวท ยชุรเวท สามเวท ต่อมาใช้ในวรรณคดีของพราหมณ์โดยทั่วไปและในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน (พจนานุกรม)
End of เรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้า