Rūpasutta
The Buddha answers Rāhula’s request by teaching on the external sense objects in light of the three characteristics.
ฉบับหลวงจักขุสูตร
ข้อความไทยนี้คือ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง ซึ่งแปลจากพระไตรปิฎกบาลีคนละฉบับกับบาลีที่แสดงอยู่ด้านล่าง จึงไม่ได้เรียงตรงกันบรรทัดต่อบรรทัด — อ่านเป็นสำนวนแปลอิสระอีกฉบับหนึ่ง
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระราหุลเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระราหุลเมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์โดยย่อที่ข้าพระองค์ได้สดับแล้วพึงเป็นผู้ๆ เดียวหลีกออกจากหมู่ ไม่ประมาท มีความเพียรส่งตนไปแล้ว อยู่ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักษุเที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือสุขเล่า ฯ
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
พ. โสต … ฆานะ … ชิวหา … กาย … ใจ เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
รา. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ฯ
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสต ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกาย ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในใจ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจิตย่อมหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้วย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า จิตหลุดพ้นแล้ว ดังนี้ อริยสาวกนั้นย่อมทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ
จบสูตรที่ ๑
- 0.1
Saṁyutta Nikāya 18.2
Linked Discourses 18.2
- 0.2
1. Paṭhamavagga
Chapter One
Rūpasutta
Sights, Etc.
- 1.1
Sāvatthiyaṁ viharati.
At Sāvatthī.
- 1.2
“Taṁ kiṁ maññasi, rāhula,
“What do you think, Rāhula?
- 1.3
rūpā niccā vā aniccā vā”ti?
Are sights permanent or impermanent?”
- 1.4
“Aniccā, bhante” …pe…
“Impermanent, sir.” …
- 1.5
saddā …
“… sounds …
- 1.6
gandhā …
smells …
- 1.7
rasā …
tastes …
- 1.8
phoṭṭhabbā …
touches …
- 1.9
dhammā niccā vā aniccā vā”ti?
Are ideas permanent or impermanent?”
- 1.10
“Aniccā, bhante” …
“Impermanent, sir.” …
- 1.11
“evaṁ passaṁ, rāhula, sutavā ariyasāvako rūpesupi nibbindati … saddesupi nibbindati … gandhesupi nibbindati … rasesupi nibbindati … phoṭṭhabbesupi nibbindati … dhammesupi nibbindati;
“Seeing this, a learned noble disciple grows disillusioned with sights, sounds, smells, tastes, touches, and ideas.
- 1.12
nibbindaṁ virajjati …pe…
Being disillusioned, desire fades away. …”
- 1.13
pajānātī”ti.
- 1.14
Dutiyaṁ.
- แหล่งที่มา
- SuttaCentral · ดึงข้อมูลเมื่อ 2026-08-15 ·
sn18.2 - ฉบับที่ใช้
- Mahāsaṅgīti Tipiṭaka Buddhavasse 2500 — PDM-1.0
- English translation — Bhikkhu Sujato — CC0-1.0
- พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง — Public domain (term expired) — operator determination
- การเทียบฉบับ
- มุมมองแต่ละฉบับระบบวางตัวบทของแต่ละฉบับไว้ให้เทียบเท่านั้น ไม่สรุปว่าฉบับใดตรงหรือต่างจากฉบับใด และไม่ตัดสินว่าฉบับใดถูกกว่า — การเทียบเชิงความหมายต้องมาจากผู้รู้ที่ระบุตัวตนได้
- สิทธิ์การใช้งาน
- สาธารณสมบัติ — ตรวจสอบรายฉบับ (ดูบรรทัดบน) · แสดงที่มาแม้สัญญาอนุญาตไม่บังคับ