SN 18.2

Rūpasutta

The Buddha answers Rāhula’s request by teaching on the external sense objects in light of the three characteristics.

ฉบับหลวงจักขุสูตร

ข้อความไทยนี้คือ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง ซึ่งแปลจากพระไตรปิฎกบาลีคนละฉบับกับบาลีที่แสดงอยู่ด้านล่าง จึงไม่ได้เรียงตรงกันบรรทัดต่อบรรทัด — อ่านเป็นสำนวนแปลอิสระอีกฉบับหนึ่ง

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระราหุลเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระราหุลเมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์โดยย่อที่ข้าพระองค์ได้สดับแล้วพึงเป็นผู้ๆ เดียวหลีกออกจากหมู่ ไม่ประมาท มีความเพียรส่งตนไปแล้ว อยู่ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักษุเที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ

ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ

พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือสุขเล่า ฯ

รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ

พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ

รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ

พ. โสต … ฆานะ … ชิวหา … กาย … ใจ เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ

รา. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ

พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ฯ

รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ

พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ

รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสต ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกาย ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในใจ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัดจิตย่อมหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้วย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า จิตหลุดพ้นแล้ว ดังนี้ อริยสาวกนั้นย่อมทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ

จบสูตรที่ ๑

ไทย · อ่านฉบับหลวงด้านบน
  1. 0.1

    Saṁyutta Nikāya 18.2

    Linked Discourses 18.2

  2. 0.2

    1. Paṭhamavagga

    Chapter One

  3. Rūpasutta

    Sights, Etc.

  4. 1.1

    Sāvatthiyaṁ viharati.

    At Sāvatthī.

  5. 1.2

    “Taṁ kiṁ maññasi, rāhula,

    “What do you think, Rāhula?

  6. 1.3

    rūpā niccā vā aniccā vā”ti?

    Are sights permanent or impermanent?”

  7. 1.4

    “Aniccā, bhante” …pe…

    “Impermanent, sir.” …

  8. 1.5

    saddā …

    “… sounds …

  9. 1.6

    gandhā …

    smells …

  10. 1.7

    rasā …

    tastes …

  11. 1.8

    phoṭṭhabbā …

    touches …

  12. 1.9

    dhammā niccā vā aniccā vā”ti?

    Are ideas permanent or impermanent?”

  13. 1.10

    “Aniccā, bhante” …

    “Impermanent, sir.” …

  14. 1.11

    “evaṁ passaṁ, rāhula, sutavā ariyasāvako rūpesupi nibbindati … saddesupi nibbindati … gandhesupi nibbindati … rasesupi nibbindati … phoṭṭhabbesupi nibbindati … dhammesupi nibbindati;

    “Seeing this, a learned noble disciple grows disillusioned with sights, sounds, smells, tastes, touches, and ideas.

  15. 1.12

    nibbindaṁ virajjati …pe…

    Being disillusioned, desire fades away. …”

  16. 1.13

    pajānātī”ti.

  17. 1.14

    Dutiyaṁ.

แหล่งที่มา
SuttaCentral · ดึงข้อมูลเมื่อ 2026-08-15 · sn18.2
ฉบับที่ใช้
Mahāsaṅgīti Tipiṭaka Buddhavasse 2500PDM-1.0
English translation — Bhikkhu SujatoCC0-1.0
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวงPublic domain (term expired) — operator determination
การเทียบฉบับ
มุมมองแต่ละฉบับระบบวางตัวบทของแต่ละฉบับไว้ให้เทียบเท่านั้น ไม่สรุปว่าฉบับใดตรงหรือต่างจากฉบับใด และไม่ตัดสินว่าฉบับใดถูกกว่า — การเทียบเชิงความหมายต้องมาจากผู้รู้ที่ระบุตัวตนได้
สิทธิ์การใช้งาน
สาธารณสมบัติ — ตรวจสอบรายฉบับ (ดูบรรทัดบน) · แสดงที่มาแม้สัญญาอนุญาตไม่บังคับ