พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ฌานวิภังค์
มาติกา เล่ม ๓๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๕๙๙ (Royal Thai)1/4 in ฌานวิภังค์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ฌานวิภังค์ มาติกา (Royal Thai Volume 35 · Mahachula Volume 35 · Mahamakut Volume 78 · Chaloem Phrakiat Volume 35)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 35, pp. 420–422
๑๒. ฌานวิภังค์
๑. สุตตันตภาชนีย์
มาติกา
{๕๙๙} [๕๐๘] ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้สำรวมด้วยปาติโมกขสังวรอยู่ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษมีประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย รู้จักประมาณในการบริโภค เป็นผู้หมั่นประกอบความเพียรเป็นเครื่องตื่นอยู่ตลอดปฐมยามและปัจฉิมยาม เป็นผู้หมั่นประกอบความเพียรที่ต่อเนื่องและปัญญารักษาตน เป็นผู้หมั่นประกอบการเจริญโพธิปักขิยธรรมภิกษุนั้นทำความรู้สึกตัวในการก้าว ในการถอย ในการแล ในการเหลียว ในการคู้เข้า ในการเหยียดออก ในการทรงสังฆาฏิ บาตร และจีวร ในการฉัน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้ม ในการถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ย่อมทำความรู้สึกตัวในการเดิน การยืน การนั่ง การหลับ การตื่น การพูด การนิ่ง
ภิกษุนั้นพักอาศัยเสนาสนะอันสงัด คือ ป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถํ้า ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง ลอมฟาง ซึ่งมีเสียงน้อย มีเสียงอึกทึกน้อย ปราศจากคนสัญจรไปมา ไม่มีคนพลุกพล่าน เหมาะเป็นที่หลีกเร้น
ภิกษุนั้นอยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ที่เรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า
ภิกษุนั้นละอภิชฌาในโลกได้แล้วมีจิตปราศจากอภิชฌาอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอภิชฌาได้ ละพยาบาทและความประทุษร้ายได้แล้วมีจิตไม่พยาบาท มีความกรุณาหวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากพยาบาทและความประทุษร้ายได้ ละถีนมิทธะได้แล้วเป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะ มีอาโลกสัญญา มีสติสัมปชัญญะอยู่ ย่อมชำระจิตให้
บริสุทธิ์จากถีนมิทธะได้ ละอุทธัจจกุกกุจจะได้แล้วเป็นไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตสงบในภายในอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากอุทธัจจกุกกุจจะได้ ละวิจิกิจฉาได้แล้วเป็นผู้ข้ามวิจิกิจฉาได้ ไม่มีความคลางแคลงในกุศลธรรม ทั้งหลายอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากวิจิกิจฉาได้
ภิกษุนั้นละนิวรณ์ ๕ ประการนี้อันเป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิต อันเป็นเครื่องทอนกำลังปัญญาได้แล้ว สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม บรรลุปฐมฌานที่มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่ บรรลุทุติยฌาน ที่มีความผ่องใสในภายใน มีภาวะที่จิตเป็นเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจารเพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิอยู่ มีอุเบกขา มีสติ มีสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกายเพราะปีติสิ้นไป บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ‘ผู้ได้ฌานนี้เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข’ ดังนี้อยู่ บรรลุจตุตถฌานที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาเพราะละสุขละทุกข์ได้และเพราะโสมนัสโทมนัสดับไปก่อนแล้วอยู่
เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง เพราะปฏิฆสัญญาดับไป เพราะไม่ใส่ใจถึงนานัตตสัญญา เข้าถึงอากาสานัญจายตนะโดยมนสิการว่า ‘อนนฺโต อากาโส อากาศไม่มีที่สุด’ ดังนี้อยู่ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง เข้าถึงวิญญาณัญจายตนะโดยมนสิการว่า ‘อนนฺตํ วิญฺญาณํ วิญญาณไม่มีที่สุด’ ดังนี้อยู่ เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง เธอเข้าถึงอากิญจัญญายตนะโดยมนสิการว่า ‘นตฺถิ กิญฺจิ ไม่มีอะไร’ ดังนี้อยู่ เพราะล่วงอากิญจัญญายตนะโดยประการทั้งปวง เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะอยู่
จบ มาติกา
- ๑เทียบ ที.สี. (แปล) ๙/๒๑๔-๒๑๗/๑๐๕-๑๐๖, ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๖/๒๘๖,๓๐๗/๒๙๐, ม.ม. (แปล) ๑๓/๑๓/๑๘-๑๙ เป็นต้น
มาติกานิทเทส
{๖๐๐} [๕๐๙] คำว่า ในธรรมวินัยนี้ มีอธิบายว่า ในทิฏฐินี้ ในความชอบใจนี้ ในความพอใจนี้ ในการเรียนเอานี้ ในธรรมนี้ ในวินัยนี้ ในธรรมวินัยนี้ ในปาพจน์นี้ ในพรหมจรรย์นี้ ในสัตถุศาสน์นี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่าในธรรมวินัยนี้
{๖๐๑} [๕๑๐] คำว่า ภิกษุ มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุ เพราะเรียกขานกัน ชื่อว่าภิกษุ เพราะตนปฏิญญา ชื่อว่าภิกษุ เพราะขอ ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้ขอ ชื่อว่าภิกษุ เพราะประพฤติภิกขาจริยวัตร ชื่อว่าภิกษุ เพราะทรงผืนผ้าที่ถูกทำลาย ชื่อว่าภิกษุ เพราะทำลายบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าภิกษุ เพราะว่าทำลายบาปอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว ชื่อว่าภิกษุ เพราะละกิเลสโดยจำเพาะส่วน ชื่อว่าภิกษุ เพราะละกิเลสโดยไม่จำเพาะส่วน ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นพระเสขะ ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นพระอเสขะ ชื่อว่าภิกษุ เพราะไม่เป็นพระเสขะและไม่เป็นพระอเสขะ ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้เลิศ ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้เจริญ ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้บริสุทธิ์ ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้มีสารธรรม ชื่อว่าภิกษุ เพราะเป็นผู้ที่สงฆ์พร้อมเพรียงกันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรมอันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ{๖๐๒} [๕๑๑] คำว่า ปาติโมกข์ ได้แก่ ศีลอันเป็นที่อาศัย เป็นเบื้องต้น เป็นความประพฤติ เป็นความสำรวม เป็นความระวัง เป็นหัวหน้า เป็นประธาน เพื่อความถึงพร้อมแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย
คำว่า สังวร ได้แก่ การไม่ล่วงละเมิดทางกาย การไม่ล่วงละเมิดทางวาจา การไม่ล่วงละเมิดทั้งทางกายและทางวาจา
- ๑เทียบ ขุ.ปฏิ. (แปล) ๓๑/๓๘๘I๒๔๙
- ๒เทียบ วิ.มหาวิ. (แปล) ๑/๔๕/๔๘-๔๙, ขุ.ปฏิ. (แปล) ๓๑/๓๘๘/๒๔๙
End of มาติกา