arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ขันธวิภังค์

สัญญาขันธ์ เล่ม ๓๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๔–๖๓ (Royal Thai)4/7 in ขันธวิภังค์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ขันธวิภังค์ สัญญาขันธ์ (Royal Thai Volume 35 · Mahachula Volume 35 · Mahamakut Volume 77 · Chaloem Phrakiat Volume 35)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 35, pp. 41–57

Page 41

ไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตน และภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เวทนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เวทนาที่เกิดจากมโนสัมผัส เวทนาขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้

สภาวธรรมนี้เรียกว่าเวทนาขันธ์

จบ พหุวิธวาร

๓. สัญญาขันธ์

{๕๔} [๖๒] ในขันธ์ ๕ นั้น สัญญาขันธ์ เป็นไฉน

ทุกมูลกวาร

สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๔ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๕ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขินทรีย์ ที่สัมปยุตด้วยทุกขินทรีย์ ที่สัมปยุตด้วยโสมนัสสินทรีย์ ที่สัมปยุตด้วยโทมนัสสินทรีย์ ที่สัมปยุตด้วยอุเปกขินทรีย์สัญญาขันธ์หมวดละ ๖ คือ สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส สัญญาที่เกิดจากโสตสัมผัส สัญญาที่เกิดจากฆานสัมผัส สัญญาที่เกิดจากชิวหาสัมผัส

Page 42

สัญญาที่เกิดจากกายสัมผัส สัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัส สัญญาขันธ์หมวดละ ๖ ด้วยประการฉะนี้

สัญญาขันธ์หมวดละ ๗ คือ สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาที่เกิดจากกายสัมผัส สัญญาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส สัญญาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัส สัญญาขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้

สัญญาขันธ์หมวดละ ๘ คือ สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาที่เกิดจากกายสัมผัสที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยทุกข์ก็มี สัญญาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส สัญญาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัส สัญญาขันธ์หมวดละ ๘ ด้วยประการฉะนี้สัญญาขันธ์หมวดละ ๙ คือ สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาที่เกิดจากกายสัมผัส สัญญาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส สัญญาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัสที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี สัญญาขันธ์หมวดละ ๙ ด้วยประการฉะนี้สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ คือ สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาที่เกิดจากกายสัมผัสที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยทุกข์ก็มี สัญญาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส สัญญาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัสที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้{๕๕} [๖๓] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ก็มีที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

Page 43

[๖๔] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี สัญญาขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี สัญญาขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี สัญญาขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี

ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี สัญญาขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี สัญญาขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี สัญญาขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณ ก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอย่างต่ำก็มี ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี สัญญาขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่อนก็มี สัญญาขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มี

Page 44

มรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี สัญญาขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นอดีตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์ เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

{๕๖} [๖๕] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี สัญญาขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี สัญญาขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะก็มี สัญญาขันธ์ที่

Page 45

วิปปยุตจากโอฆะแต่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะและไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะก็มี สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากโยคะแต่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะและไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี

ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาส และไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี สัญญาขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี

ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี สัญญาขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสก็มี สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี สัญญาขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคไม่พึงประหาณก็มี สัญญาขันธ์ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี สัญญาขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี สัญญาขันธ์ที่มีเหตุอันมรรค

Page 46

เบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี สัญญาขันธ์ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี สัญญาขันธ์ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี สัญญาขันธ์ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี สัญญาขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี สัญญาขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี สัญญาขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี สัญญาขันธ์ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฎฏทุกข์ก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏก็มี สัญญาขันธ์ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี สัญญาขันธ์ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี สัญญาขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มีสัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

{๕๗} [๖๖] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี สัญญาขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ... สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นกายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

จบ ทุกมูลกวาร

Page 47

ติกมูลกวาร

{๕๘} [๖๗] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

[๖๘] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี ... สัญญาขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มีสัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

[๖๙] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๗๐] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี ... สัญญาขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี

Page 48

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

จบ ติกมูลกวาร

อุภโตวัฑฒกวาร

{๕๙} [๗๑] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๗๒] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๗๓] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี

Page 49

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

[๗๔] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๗๕] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๗๖] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี

Page 50

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ... สัญญาขันธ์หมวด ละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

[๗๗] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

[๗๘] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๗๙] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นเป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

Page 51

[๘๐] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๘๑] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มีสัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๘๒] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

[๘๓] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือสัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี

Page 52

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๘๔] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มีสัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นอย่างตํ่าก็มี ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๘๕] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๘๖] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๘๗] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

Page 53

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากโอฆะแต่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะและไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มีสัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๘๘] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๘๙] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นอดีตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๙๐] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่วิปปยุตจากโยคะแต่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะและไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มีสัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๙๑] สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ

Page 54

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี

สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... สัญญาขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้

จบ อุภโตวัฑฒกวาร

พหุวิธวาร

{๖๐} สัญญาขันธ์หมวดละ ๗ คือ สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี สัญญาขันธ์หมวดละ ๗ ด้วย ประการฉะนี้

สัญญาขันธ์หมวดละ ๗ อีกหมวดหนึ่ง คือ สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี สัญญาขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้{๖๑} สัญญาขันธ์หมวดละ ๒๔ คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่

Page 55

เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส สัญญาที่เกิดจากโสตสัมผัส สัญญาที่เกิดจากฆานสัมผัส สัญญาที่เกิดจากชิวหาสัมผัส สัญญาที่เกิดจากกายสัมผัส สัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัส สัญญาขันธ์หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้

สัญญาขันธ์หมวดละ ๒๔ อีกหมวดหนึ่ง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัส เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี

สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาขันธ์ที่เกิดจากมโนสัมผัส สัญญาขันธ์หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้{๖๒} สัญญาขันธ์หมวดละ ๓๐ คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัส สัญญาขันธ์หมวดละ ๓๐ ด้วยประการฉะนี้

Page 56

{๖๓} สัญญาขันธ์หมวดละมากอย่าง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัส

สัญญาขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้สัญญาขันธ์หมวดละมากอย่างอีกหมวดหนึ่ง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... พราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สัญญาขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี สัญญาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... สัญญาที่เกิดจากมโนสัมผัส สัญญาขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้

สภาวธรรมนี้เรียกว่าสัญญาขันธ์

จบ พหุวิธวาร

Page 57

๔. สังขารขันธ์

[๙๒] ในขันธ์ ๕ นั้น สังขารขันธ์ เป็นไฉน

ทุกมูลกวาร

{๖๔} สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต

สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๔ คือ สังขารขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี

สังขารขันธ์หมวดละ ๕ คือ สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยโสมนัสสินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยโทมนัสสินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุเปกขินทรีย์ก็มี สังขารขันธ์หมวดละ ๕ ด้วยประการฉะนี้สังขารขันธ์หมวดละ ๖ คือ เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส เจตนาที่เกิดจากโสตสัมผัส เจตนาที่เกิดจากฆานสัมผัส เจตนาที่เกิดจากชิวหาสัมผัส เจตนาที่เกิดจากกายสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละ ๖ ด้วยประการฉะนี้สังขารขันธ์หมวดละ ๗ คือ เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากกายสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนธาตุสัมผัส เจตนาที่เกิดจากมโนวิญญาณธาตุสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้

End of สัญญาขันธ์