พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ขันธวิภังค์
วิญญาณขันธ์ เล่ม ๓๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๗๔–๘๓ (Royal Thai)6/7 in ขันธวิภังค์4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ขันธวิภังค์ วิญญาณขันธ์ (Royal Thai Volume 35 · Mahachula Volume 35 · Mahamakut Volume 77 · Chaloem Phrakiat Volume 35)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 35, pp. 73–89
สังขารขันธ์หมวดละมากอย่างอีกหมวดหนึ่ง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย สังขารขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เจตนาที่เกิดจากจักขุสัมผัส ... เจตนาที่เกิดจากมโนสัมผัส สังขารขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้
สภาวธรรมนี้เรียกว่าสังขารขันธ์
จบ พหุวิธวาร
๕. วิญญาณขันธ์
[๑๒๑] ในขันธ์ ๕ นั้น วิญญาณขันธ์ เป็นไฉน
ทุกมูลกวาร
{๗๔} วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๔ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๕ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยโสมนัสสินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยโทมนัสสินทรีย์ก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุเปกขินทรีย์ก็มี วิญญาณขันธ์หมวดละ ๕ ด้วยประการฉะนี้วิญญาณขันธ์หมวดละ ๖ คือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ วิญญาณขันธ์หมวดละ ๖ ด้วยประการฉะนี้
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๗ คือ จักขุวิญญาณ ... กายวิญญาณ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ วิญญาณขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๘ คือ จักขุวิญญาณ ... กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยทุกข์ก็มี มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ วิญญาณขันธ์หมวดละ ๘ ด้วยประการฉะนี้
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๙ คือ จักขุวิญญาณ ... กายวิญญาณ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี วิญญาณขันธ์หมวดละ ๙ ด้วยประการฉะนี้วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ คือ จักขุวิญญาณ ... กายวิญญาณที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยทุกข์ก็มี มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้{๗๕} [๑๒๒] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี วิญญาณขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี วิญญาณขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี
วิญญาณขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี วิญญาณขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี วิญญาณขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นอย่างต่ำก็มี ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี
ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี วิญญาณขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นอดีตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้{๗๖} [๑๒๓] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี วิญญาณขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุและมีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี วิญญาณขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี
วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี
วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี
วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มีวิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะก็มี วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากโอฆะแต่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะและไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มีวิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะก็มี
วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากโยคะแต่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะและไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มีวิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์ก็มี วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากนิวรณ์แต่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่วิปปยุตจากนิวรณ์และไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มีวิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มีวิญญาณขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุต
ด้วยอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานก็มี วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี
วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี วิญญาณขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสก็มี วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มีวิญญาณขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคไม่พึงประหาณก็มี วิญญาณขันธ์ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรค พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง
๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มีวิญญาณขันธ์ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี วิญญาณขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี วิญญาณขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี วิญญาณขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มีวิญญาณขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี วิญญาณขันธ์ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี วิญญาณขันธ์ที่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏก็มี วิญญาณขันธ์ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผล
ไม่แน่นอนก็มี วิญญาณขันธ์ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี วิญญาณขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
{๗๗} [๑๒๔] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
จบ ทุกมูลกวาร
ติกมูลกวาร
{๗๘} [๑๒๕] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๑๒๖] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุ ที่วิปปยุตจากเหตุ ... วิญญาณขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๑๒๗] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๒๘] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี ... วิญญาณขันธ์ที่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
จบ ติกมูลกวาร
อุภโตวัฑฒกวาร
{๗๙} [๑๒๙] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุก็มี ที่ไม่มีเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๐] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยเหตุก็มี ที่วิปปยุตจากเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๑] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุก็มี ที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นวิบากก็มี ที่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบากก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๒] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่กรรมอันสัมปยุตด้วย ตัณหาทิฏฐิยึดครองและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วย
ตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๓] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่จิตบางดวงรู้ได้ก็มี ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๔] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๕] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๖] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี ที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่โสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่โสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่พึงประหาณก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๗] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณก็มี ที่มีเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ที่ไม่มีเหตุอันโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๘] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติก็มี ที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติและไม่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๓๙] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์แต่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี ที่วิปปยุตจากสังโยชน์และไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นของเสกขบุคคลก็มี ที่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ที่ไม่เป็นของเสกขบุคคลและไม่เป็นของอเสกขบุคคลก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๐] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นปริตตะก็มี ที่เป็นมหัคคตะก็มี ที่เป็นอัปปมาณะก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๑] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นปริตตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นมหัคคตะก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอัปปมาณะก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๒] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากคันถะแต่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มี ที่วิปปยุตจากคันถะและไม่เป็นอารมณ์ของคันถะก็มีวิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นอย่างต่ำก็มี ที่เป็นอย่างปานกลางก็มี ที่เป็นอย่างประณีตก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๓] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนก็มี ที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๔] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีมรรคเป็นอารมณ์ก็มี ที่มีมรรคเป็นเหตุก็มี ที่มีมรรคเป็นอธิบดีก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๕] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากโอฆะแต่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มี ที่วิปปยุตจากโอฆะและไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะก็มีวิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เกิดขึ้นก็มี ที่ยังไม่เกิดขึ้นก็มี ที่จักเกิดขึ้นก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๖] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
[๑๔๗] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นอดีตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นอนาคตก็มี ที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๘] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่วิปปยุตจากโยคะแต่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มี ที่วิปปยุตจากโยคะและไม่เป็นอารมณ์ของโยคะก็มีวิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้[๑๔๙] วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑ คือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยผัสสะ
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี ที่ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ก็มี
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓ คือ วิญญาณขันธ์ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ... วิญญาณขันธ์หมวดละ ๑๐ ด้วยประการฉะนี้
จบ อุภโตวัฑฒกวาร
พหุวิธวาร
{๘๐} วิญญาณขันธ์หมวดละ ๗ คือ วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่
เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี วิญญาณขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๗ อีกหมวดหนึ่งคือ วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี วิญญาณขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้
{๘๑} วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒๔ คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยวิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยวิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี จักขุวิญญาณ ... มโนวิญญาณ วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้
วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒๔ อีกหมวดหนึ่ง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี จักขุวิญญาณ ... กายวิญญาณ มโนวิญญาณ เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย วิญญาณที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี จักขุวิญญาณ ... มโนวิญญาณ วิญญาณขันธ์หมวดละ ๒๔ ด้วยประการฉะนี้
{๘๒} วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓๐ คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย วิญญาณขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย วิญญาณขันธ์ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี จักขุวิญญาณ ... มโนวิญญาณ วิญญาณขันธ์หมวดละ ๓๐ ด้วยประการฉะนี้{๘๓} วิญญาณขันธ์หมวดละมากอย่าง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี
ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี จักขุวิญญาณ ... มโนวิญญาณ เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย วิญญาณขันธ์ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี จักขุวิญญาณ... มโนวิญญาณ วิญญาณขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้วิญญาณขันธ์หมวดละมากอย่างอีกหมวดหนึ่ง คือ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย
วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนและภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี เพราะโสตสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะฆานสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะกายสัมผัสเป็นปัจจัย ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย วิญญาณขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ... ที่มีอารมณ์เป็นภายในตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายนอกตนก็มี ที่มีอารมณ์เป็นภายในตน
และภายนอกตนก็มี ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี จักขุวิญญาณ ... มโนวิญญาณ วิญญาณขันธ์หมวดละมากอย่างด้วยประการฉะนี้
สภาวธรรมนี้เรียกว่าวิญญาณขันธ์
จบ พหุวิธวาร
จบ อภิธัมมภาชนีย์
๓. ปัญหาปุจฉกะ
{๘๔} [๑๕๐] ขันธ์ ๕ คือ
๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์
๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์
๕. วิญญาณขันธ์
ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
[๑๕๑] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์ไหนเป็นกุศลก็มี ขันธ์ไหนเป็นอกุศลก็มี ขันธ์ไหนเป็นอัพยากฤตก็มี ... ขันธ์ไหนเกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ขันธ์ไหนไม่เกิดกับกิเลสอันเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี
๑. ติกมาติกาวิสัชนา
{๘๕} [๑๕๒] รูปขันธ์เป็นอัพยากฤต ขันธ์ ๔ ที่เป็นกุศลก็มี ที่เป็นอกุศลก็มี ที่เป็นอัพยากฤตก็มี
End of วิญญาณขันธ์