arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · เหตุสเหตุกทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๒

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑๑–๑๒๘ (Royal Thai)2/2 in เหตุสเหตุกทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Part of this passage is filled from Mahachula edition 1 because Mahachula edition 2 in the e-tipitaka data lacks it (p. 76, 79).

เหตุ

๔. เหตุสเหตุกทุกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ เหตุสเหตุกทุกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 42, pp. 56–65 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 42, pp. 75–86

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. อโลโภ อโทสสฺส อโมหสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (ยถา ปฏิจฺจวารสทิสํ.) (๑)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. เหตุ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๒)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. อโลโภ อโทสสฺส อโมหสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (วิตฺถาเรตพฺพํ.) (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ อโลภะเป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะโดยเหตุปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ อโลภะเป็นปัจจัยแก่อโทสะ อโมหะและสัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (พึงขยายให้พิสดาร) (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารมฺมณ เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. เหตุํ อารพฺภ เหตู อุปฺปชฺชนฺติ. (๑)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. เหตุํ อารพฺภ สเหตุกา เจว น จ เหตู ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (๒)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. เหตุํ อารพฺภ เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (๓)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ทตฺวา, สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ปจฺจเวกฺขติ, ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ. ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ. อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ, ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ. ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ, วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ, ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ. สเหตุเก เจว น จ เหตู ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. เจโตปริยญาเณน สเหตุกา เจว น จ เหตุจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ. อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส ฯเปฯ อากิญฺจญฺญายตนํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สเหตุกา เจว น จ เหตู ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส, เจโตปริยญาณสฺส, ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส, ยถากมฺมูปคญาณสฺส, อนาคตํ- สญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ทตฺวา ฯเปฯ (ยถา ปฐมคมนํ. เอวํ นินฺนานํ.) (๒)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ทตฺวา ฯเปฯ (ยถา ปฐมคมนํ. เอวํ นินฺนานํ.) (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภเหตุ เหตุจึงเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภเหตุ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุจึงเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภเหตุ เหตุและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌานพระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็น ปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ฯลฯ อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะโดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ และอนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ (บทนี้เหมือนข้อความข้างต้น ไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ (บทนี้ เหมือนข้อความข้างต้น ไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ อารพฺภ เหตู อุปฺปชฺชนฺติ. (๑) เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ อารพฺภ สเหตุกา เจว น จ เหตู ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (๒)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ อารพฺภ เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภเหตุและสัมปยุตตขันธ์ เหตุจึงเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภเหตุและสัมปยุตตขันธ์ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุจึงเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภเหตุและสัมปยุตตขันธ์ เหตุและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อธิปติ เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: เหตุํ ครุํ กตฺวา เหตู อุปฺปชฺชนฺติ. สหชาตาธิปติ: เหตุ เจว สเหตุกาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ เหตูนํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: เหตุํ ครุํ กตฺวา สเหตุกา เจว น จ เหตู ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. สหชาตาธิปติ: เหตุ เจว สเหตุกาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: เหตุํ ครุํ กตฺวา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. สหชาตาธิปติ: เหตุ เจว สเหตุกาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตูนญฺจ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อธิปติปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำเหตุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุจึง เกิดขึ้น

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำเหตุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มี เหตุแต่ไม่เป็นเหตุจึงเกิดขึ้น

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและ สหชาตาธิปติอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำเหตุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุและ สัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และเหตุโดยอธิปติปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา, สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ, ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ. อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ, ผลํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ. สเหตุเก เจว น จ เหตู ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. สหชาตาธิปติ: สเหตุโก เจว น จ เหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา ฯเปฯ (ปฐมคมนํเยว.) สหชาตาธิปติ: สเหตุโก เจว น จ เหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ เหตูนํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา ฯเปฯ (ปฐมคมนํเยว.) สหชาตาธิปติ: สเหตุโก เจว น จ เหตุ อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตูนญฺจ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น บุคคลยินดีเพลิดเพลินขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ (บทนี้เหมือนข้อความข้างต้นนั่นเอง)

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุโดยอธิปติปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและ สหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ (บทนี้เหมือนข้อความข้างต้น นั่นเอง)

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และเหตุโดยอธิปติปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ: เหตู จ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ครุํ กตฺวา เหตู อุปฺปชฺชนฺติ. (๑)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ครุํ กตฺวา สเหตุกา เจว น จ เหตู ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (๒)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ: เหตุญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ครุํ กตฺวา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำเหตุและสัมปยุตตขันธ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุจึงเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำเหตุและสัมปยุตตขันธ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็น เหตุจึงเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำเหตุและสัมปยุตตขันธ์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เหตุและ สัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนนฺตร เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา เหตู ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา เหตู ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สเหตุกานญฺเจว น จ เหตูนํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒) เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา เหตู ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนันตรปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุและสัมปยุตตขันธ์ที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา สเหตุกา เจว น จ เหตู ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สเหตุกานญฺเจว น จ เหตูนํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส ฯเปฯ อนุโลมํ โวทานสฺส ฯเปฯ นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส. เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา สเหตุกา เจว น จ เหตู ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส ฯเปฯ (สงฺขิตฺตํ.) (๒)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา สเหตุกา เจว น จ เหตู ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส ฯเปฯ (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนะของท่านผู้ออกจากนิโรธเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ (ย่อ) (๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุและสัมปยุตตขันธ์ซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ (๓)

(บทที่มีสภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นมูล มี ๓ วาระ เหมือนกัน)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

(สเหตุโก เจว น จ เหตุมูลกํ. ตีณิปิ เอกสทิสา.) เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สเหตุกานญฺเจว น จ เหตูนํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ เหตุและสัมปยุตตขันธ์ที่ เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ เหตุและสัมปยุตตขันธ์ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ เหตุและ สัมปยุตตขันธ์ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่เหตุและสัมปยุตตขันธ์ที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สหชาตาทิ เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย. นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (ตีณิปิ ปจฺจยา ปฏิจฺจวาเร เหตุสทิสา.)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สหชาตปัจจัยเป็นต้น

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย (ปัจจัยทั้ง ๓ เหมือนกับเหตุปัจจัยในปฏิจจวาร)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุปนิสฺสย เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เหตู เหตูนํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) เหตู สเหตุกานญฺเจว น จ เหตูนํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) เหตู เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (อิเมสํ ทฺวินฺนมฺปิ ปญฺหานํ มูลานิ ปุจฺฉิตพฺพานิ.)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ, มานํ ชปฺเปติ, ทิฏฺฐึ คณฺหาติ, สีลํ ฯเปฯ ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. สทฺธา ฯเปฯ ปตฺถนา สทฺธาย ฯเปฯ ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

(สเหตุโก เจว น จ เหตุมูลเก อิมินา การเณน วิตฺถาเรตพฺพา. อวเสสา เทฺว ปญฺหา.)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา เหตูนํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (เทฺว มูลานิ ปุจฺฉิตพฺพานิ.) เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา สเหตุกานญฺเจว น จ เหตูนํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ.) เหตู จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา เหตูนํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อุปนิสฺสย-ปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อุปนิสสยปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุเป็นปัจจัยแก่เหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่ เป็นมูล) เหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่ม บทที่เป็นมูล) เหตุเป็นปัจจัยแก่เหตุและสัมปยุตตขันธ์โดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงอ้างถึงบทที่เป็นมูลแห่งวาระทั้ง ๒ อย่างนี้)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็น เหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้ เกิดขึ้น มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ ความปรารถนาแล้วจึงให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ความ ปรารถนา มรรค และผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)(บทที่มีสภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นมูล พึงขยายให้พิสดารด้วยเหตุนี้ที่เหลือจากนั้น มี ๒ วาระ)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ เหตุและสัมปยุตตขันธ์เป็นปัจจัยแก่เหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงอ้างถึงมูล ๒) เหตุและสัมปยุตตขันธ์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เหตุและสัมปยุตตขันธ์เป็นปัจจัยแก่เหตุและสัมปยุตตขันธ์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาเสวน เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย. (อนนฺตรสทิสํ).

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อาเสวนปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอาเสวนปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับอนันตรปัจจัย)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กมฺม สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา, นานาขณิกา. สหชาตา: สเหตุกา เจว น จ เหตู เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นานาขณิกา: สเหตุกา เจว น จ เหตู เจตนา วิปากานํ สเหตุกานญฺเจว น จ เหตูนํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา, นานาขณิกา. สหชาตา: สเหตุกา เจว น จ เหตู เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ เหตูนํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นานาขณิกา: สเหตุกา เจว น จ เหตู เจตนา วิปากานํ เหตูนํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา, นานาขณิกา. สหชาตา: สเหตุกา เจว น จ เหตู เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตูนญฺจ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นานาขณิกา: สเหตุกา เจว น จ เหตู เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ เหตูนญฺจ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กัมมปัจจัย

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ

สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดย กัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยกัมมปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะสหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตเหตุโดย กัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่เหตุที่เป็นวิบากโดยกัมมปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะสหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ เหตุโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และเหตุที่ เป็นวิบากโดยกัมมปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปาก เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย. วิปาโก อโลโภ อโทสสฺส อโมหสฺส จ วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย. (จกฺกํ.) ปฏิสนฺธิกฺขเณ อโลโภ. (ยถา เหตุปจฺจยา, เอวํ วิตฺถาเรตพฺพํ. นวปิ วิปากนฺติ นิยาเมตพฺพํ.)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วิปากปัจจัย

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยวิปากปัจจัย ได้แก่ อโลภะที่เป็นวิบากเป็นปัจจัยแก่อโทสะและ อโมหะโดยวิปากปัจจัย (พึงผูกเป็นจักกนัย) ในปฏิสนธิขณะ อโลภะ ... (พึง ขยายให้พิสดารเหมือนเหตุปัจจัย พึงกำหนดว่าเป็นวิบากแม้ทั้ง ๙ วาระ )

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อาหาราทิ สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (อินฺทฺริยนฺติ นิยาเมตพฺพํ. นวปิ ปริปุณฺณํ.)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ.

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย. สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย. อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย. ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อาหารปัจจัยเป็นต้น

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุ โดยอินทรียปัจจัย (พึงกำหนดว่า เป็นอินทรีย์ทั้ง ๙ วาระ บริบูรณ์แล้ว)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาระ

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ เหตุยา ตีณิ, อารมฺมเณ นว, อธิปติยา นว, อนนฺตเร นว, สมนนฺตเร นว, สหชาเต นว, อญฺญมญฺเญ นว, นิสฺสเย นว, อุปนิสฺสเย นว, อาเสวเน นว, กมฺเม ตีณิ, วิปาเก นว, อาหาเร ตีณิ, อินฺทฺริเย นว, ฌาเน ตีณิ, มคฺเค นว, สมฺปยุตฺเต นว, อตฺถิยา นว, นตฺถิยา นว, วิคเต นว, อวิคเต นว. (เอวํ คเณตพฺพํ.) อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ

อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ

อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ

อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ

สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ

สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ

นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ

อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ

อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ

กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ

วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ

อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ

อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ

ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ

มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ

สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ

อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ

นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ

วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ

อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ (พึงนับอย่างนี้)

อนุโลม จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

_____ ๒. ปจฺจนียุทฺธาร เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

เหตุ เจว สเหตุโก จ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจนียุทธาร

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑) สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

สเหตุโก เจว น จ เหตุ ธมฺโม เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺม- ปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและ ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และกัมมปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

เหตุ เจว สเหตุโก จ สเหตุโก เจว น จ เหตุ จ ธมฺมา เหตุสฺส เจว สเหตุกสฺส จ สเหตุกสฺส เจว น จ เหตุสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นเหตุและที่มีเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่เป็นเหตุมีเหตุและที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และ อุปนิสสยปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

นเหตุยา นว. (สงฺขิตฺตํ. สพฺพตฺถ นว. เอวํ คเณตพฺพํ.) ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ (ย่อ ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ พึง นับอย่างนี้)

ปัจจนียะ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

_____ ๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุทุก เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา ตีณิ, นอนนฺตเร ตีณิ, นสมนนฺตเร ตีณิ, นอุปนิสฺสเย ตีณิ. (สงฺขิตฺตํ. สพฺพตฺถ ตีณิ.) นมคฺเค ตีณิ, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

เหตุทุกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอนันตรปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ

(ย่อ ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ)

นมัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)

อนุโลมปัจจนียะ จบ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุทุก นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว, อธิปติยา นว, อนนฺตเร นว, สมนนฺตเร นว, สหชาเต ตีณิ, อญฺญมญฺเญ ตีณิ, นิสฺสเย ตีณิ, อุปนิสฺสเย นว, อาเสวเน นว, กมฺเม ตีณิ, วิปาเก ตีณิ, อาหาเร ตีณิ, อินฺทฺริเย ตีณิ, ฌาเน ตีณิ, มคฺเค ตีณิ, สมฺปยุตฺเต ตีณิ, อตฺถิยา ตีณิ, นตฺถิยา นว, วิคเต นว, อวิคเต ตีณิ. (เอวํ คเณตพฺพํ.) ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ. เหตุสเหตุกทุกํ นิฏฺฐิตํ. _____ ๕. เหตุเหตุสมฺปยุตฺตทุก ๑. ปฏิจฺจวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

นเหตุทุกนัย

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ

อธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ

อนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ

สมนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ

สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ

อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๙ วาระ

อาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ

กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ

วิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ

อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ

อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ

ฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ

มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ

สัมปยุตตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ

อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นัตถิปัจจัย ” มี ๙ วาระ

วิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ

อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)

ปัจจนียานุโลม จบ

เหตุสเหตุกทุกะ จบ

End of ปัญหาวาร