พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สัปปฏิฆทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๓๓–๒๕๔ (Royal Thai)3/3 in สัปปฏิฆทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปฏิฆทุกะ ปัญหาวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 42, pp. 169–185
๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๒๓๓} [๖๘] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)
อารัมมณปัจจัย
{๒๓๔} [๖๙] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... โผฏฐัพพะโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... ขันธ์ที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน ... สมาทานศีล ... รักษาอุโบสถแล้ว
พิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในก่อน ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคผล นิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในก่อน เห็นแจ้งหทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กพฬิงการาหารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น รู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตที่กระทบไม่ได้ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ ... อากิญจัญญายตนะเป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
อธิปติปัจจัย
{๒๓๕} [๗๐] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักขุ ... โผฏฐัพพะทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำจักขุเป็นต้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน ... สมาทานศีล ... รักษาอุโบสถ แล้วพิจารณากุศลนั้น ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้วในก่อน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผล ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพาน ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลโดยอธิปติปัจจัย ยินดีเพลิดเพลินหทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กพฬิงการาหาร ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำหทัยวัตถุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นที่เป็นสหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยอธิปติปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอธิปติปัจจัย (๓)
อนันตรปัจจัย
{๒๓๖} [๗๑] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อน ๆ ... เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย
สมนันตรปัจจัย
{๒๓๗} [๗๒] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยสัมนันตรปัจจัย ...
สหชาตาทิปัจจัย
{๒๓๘} [๗๓] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วารเป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วารเป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาร
อุปนิสสยปัจจัย
{๒๓๙} [๗๔] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยอุตุ ... เสนาสนะแล้วให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ อุตุ ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ... ถือทิฏฐิอาศัยศีล ... สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ... อาศัยโภชนะแล้วให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ... โภชนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
ปุเรชาตปัจจัย
{๒๔๐} [๗๕] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... โผฏฐัพพะโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กพฬิงการาหารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น
ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะและหทัยวัตถุ ... โผฏฐัพพายตนะ และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
ปัจฉาชาตปัจจัย
{๒๔๑} [๗๖] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยปัจฉาชาตปัจจัย คือ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (พึงเพิ่มมูลบท) ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (พึงเพิ่มมูลบทแห่งปัจจัยทั้งสอง) (๓)
อาเสวนปัจจัย
{๒๔๒} [๗๗] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อน ๆ ... โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรคโดยอาเสวนปัจจัย (๑)
กัมมปัจจัย
{๒๔๓} [๗๘] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย
ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย
ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายที่กระทบได้โดยกัมมปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย
ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ โดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่วิปากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยกัมมปัจจัย (๓)
วิปากปัจจัย
{๒๔๔} [๗๙] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยวิปากปัจจัย คือ สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ซึ่งเป็นวิบาก ... มี ๓ วาร
อาหารปัจจัย
{๒๔๕} [๘๐] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย คือ อาหารที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... กพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายที่กระทบไม่ได้โดยอาหารปัจจัย (พึงจัดวารแม้ทั้งสองที่เหลือเข้าไว้ด้วย แม้ในปัจจัยทั้งสอง ก็ควรจัดปฏิสนธิและกพฬิงการาหารไว้ในตอนท้าย) (๓)
อินทริยาทิปัจจัย
{๒๔๖} [๘๑] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทริยปัจจัยมี ๓ วาร (แม้ในปัจจัยทั้ง ๓ ก็พึงจัดชีวิตินทรีย์ไว้ในตอนท้าย) (๓)
{๒๔๗} สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอินทริยปัจจัย คือ จักขุนทรีย์และจักขุวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย ... กายินทรีย์และกายวิญญาณเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาร เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ วาร เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาร
วิปปยุตตปัจจัย
{๒๔๘} [๘๒] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุโดยวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ...
ที่เป็นปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)
อัตถิปัจจัย
{๒๔๙} [๘๓] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาร (วารที่ ๑ เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูปที่กระทบเป็นปัจจัยแก่อาโปธาตุโดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย โผฏฐัพพายตนะ
เป็นปัจจัยแก่อิตถินทรีย์ กพฬิงการาหารโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับพวกอสัญญสัตว์ ...
ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักขุ ... โผฏฐัพพะโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะและกายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ... โดยอัตถิปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุโดยอัตถิปัจจัย ... (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงพวกอสัญญสัตว์) (๓)[๘๔] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ (พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงอสัญญสัตว์)
ที่เป็นปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งหทัยวัตถุ ... อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กพฬิงการาหารโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย อาโปธาตุเป็นปัจจัยแก่จักขายตนะ ... โผฏฐัพพายตนะโดยอัตถิปัจจัย ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับพวกอสัญญสัตว์ ...
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ ... (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงพวกอสัญญสัตว์)
ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัยได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ซึ่งเกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย กพฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (๓)
[๘๕] สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงพวกอสัญญสัตว์) (๑)สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัยที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้ ... (เหมือนกับปฏิจจวาร พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงพวกอสัญญสัตว์)ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ... ขันธ์ ๒เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณและกายายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... (๒)สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๒๕๐} [๘๖] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๒ ”
ในอธิปติปัจจัย ” ๔ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ๑ ”
ในสมนันตรปัจจัย ” ๑ ”
ในสหชาตปัจจัย ” ๙ ”
ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๖ ”
ในนิสสยปัจจัย มี ๙ วาร
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๒ ”
ในปุเรชาตปัจจัย ” ๓ ”
ในปัจฉาชาตปัจจัย ” ๓ ”
ในอาเสวนปัจจัย ” ๑ ”
ในกัมมปัจจัย ” ๓ ”
ในวิปากปัจจัย ” ๓ ”
ในอาหารปัจจัย ” ๓ ”
ในอินทริยปัจจัย ” ๕ ”
ในฌานปัจจัย ” ๓ ”
ในมัคคปัจจัย ” ๓ ”
ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๑ ”
ในวิปปยุตตปัจจัย ” ๔ ”
ในอัตถิปัจจัย ” ๙ ”
ในนัตถิปัจจัย ” ๑ ”
ในวิคตปัจจัย ” ๑ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ๙ ”
(พึงนับอย่างนี้) จบ อนุโลม
๒. ปัจจนียุทธาร
{๒๕๑} [๘๗] สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่กระทบได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๓)
[๘๘] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยอารัมมณปัจจัยเป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๓)[๘๙] สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้โดยสหชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้โดยสหชาตปัจจัย (๓)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๒๕๒} [๙๐] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร ...
ในนอนันตรปัจจัย ” ๙ ”
ในนสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาร
ในนสหชาตปัจจัย ” ๔ ”
ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ๙ ”
ในนนิสสยปัจจัย ” ๔ ”
ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ”
ในนปุเรชาตปัจจัย ” ๙ ” ...
ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ๙ ”
ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ๙ ”
ในโนอัตถิปัจจัย ” ๔ ”
ในโนนัตถิปัจจัย ” ๙ ”
ในโนวิคตปัจจัย ” ๙ ”
ในโนอวิคตปัจจัย ” ๔ ”
จบ ปัจจนียะ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
{๒๕๓} [๙๑] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร ...
ในนอนันตรปัจจัย ” ” ๓ ”
ในนสมนันตรปัจจัย ” ” ๓ ”
ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๓ ”
ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๓ ” ...
ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๓ ”
ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๑ ”
ในโนนัตถิปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในโนวิคตปัจจัย ” ” ๓ ”
จบ อนุโลมปัจจนียะ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
{๒๕๔} [๙๒] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาร
ในอธิปติปัจจัย ” ” ๔ ”
(พึงนับอนุโลมาติกาเข้าด้วย)
ในอวิคตปัจจัย กับ นเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
จบ ปัจจนียานุโลม
(จบ ปัญหาวาร)
จบ สัปปฏิฆทุกะ
๑๑. รูปีทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๒๕๕} [๙๓] สภาวธรรมที่เป็นรูปอาศัยสภาวธรรมที่มีรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ... มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น ... จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... (๒)
สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปอาศัยหทัยวัตถุ กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ... (๓)
[๙๔] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูปเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)สภาวธรรมที่เป็นรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นรูป ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)
สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูป ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)[๙๕] สภาวธรรมที่เป็นรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นรูปและมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
End of ปัญหาวาร