พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สัปปฏิฆทุกะ
ปฏิจจวาร เล่ม ๔๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๒๐–๒๒๙ (Royal Thai)1/3 in สัปปฏิฆทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ สัปปฏิฆทุกะ ปฏิจจวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 42, pp. 158–167
ในอุปนิสสยปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาร
ในปุเรชาตปัจจัย ” ” ๓ ”
ในปัจฉาชาตปัจจัย ” ” ๓ ”
ในอาเสวนปัจจัย ” ” ๑ ”
ในกัมมปัจจัย ” ” ๓ ” ...
ในมัคคปัจจัย ” ” ๓ ”
ในสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๑ ”
ในวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๓ ”
ในอัตถิปัจจัย ” ” ๕ ”
ในนัตถิปัจจัย ” ” ๑ ”
ในวิคตปัจจัย ” ” ๑ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ” ๕ ”
จบ ปัจจนียานุโลม
จบ สนิทัสสนทุกะ
๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๒๒๐} [๕๓] สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบได้อาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น จักขายตนะ ... รสายตนะอาศัยโผฏฐัพพายตนะเกิดขึ้น ... (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ อาโปธาตุอาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น อาโปธาตุ อิตถินทรีย์ ... กพฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะเกิดขึ้น ... (๒)
สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุอาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัย มหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น จักขายตนะ ... รสายตนะ อาโปธาตุ อิตถินทรีย์ ... กพฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะเกิดขึ้น (๓)[๕๔] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
... ในปฏิสนธิขณะ ... หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น อิตถินทรีย์ ... กพฬิงการาหารอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น ... (๑)สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... มหาภูตรูปทั้งหลายที่กระทบได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น จักขายตนะ ... โผฏฐัพพายตนะอาศัยอาโปธาตุ เกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้ และที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัย
ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น จักขายตนะ ... โผฏฐัพพายตนะ อิตถินทรีย์ ... กพฬิงการาหารอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น (๓)
[๕๕] สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้อาศัย ขันธ์ที่กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้และอาโปธาตุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบได้อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่กระทบได้และอาโปธาตุเกิดขึ้น จักขายตนะ ... รสายตนะอาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น
ในปฏิสนธิขณะกฏัตตารูปที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ที่กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น อิตถินทรีย์ ... กพฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้ และที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ... กฏัตตารูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่กระทบไม่ได้และมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปทายรูปที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น จักขายตนะ ... รสายตนะ อิตถินทรีย์ ... กพฬิงการาหารอาศัยโผฏฐัพพายตนะและอาโปธาตุเกิดขึ้น (๓)
อารัมมณปัจจัย
{๒๒๑} [๕๖] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ...
อธิปัตยาทิปัจจัย
{๒๒๒} [๕๗] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย (พึงเว้นปฏิสนธิและกฏัตตารูป) เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย (พึงเพิ่มมหาภูตรูปทั้งหมดเข้าด้วย){๒๒๓} เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น ... (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ อาโปธาตุอาศัยมหาภูตรูปที่กระทบได้เกิดขึ้น ... (๒)
สภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุอาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น ... (๓)[๕๘] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ (๑)สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูปที่กระทบได้อาศัยอาโปธาตุ (พึงเพิ่มมหาภูตรูปทั้งภายในและภายนอกเหล่านี้เข้ามาด้วย) (๒)
สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่กระทบได้และอาโปธาตุเกิดขึ้น ... เพราะนิสสยปัจจัย ... เพราะอวิคตปัจจัย
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๒๒๔} [๕๙] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๑ ”
ในอธิปติปัจจัย ” ๙ ”
ในอนันตรปัจจัย ” ๑ ”
ในสมนันตรปัจจัย ” ๑ ”
ในสหชาตปัจจัย ” ๙ ”
ในอัญญมัญญปัจจัย ” ๖ ”
ในนิสสยปัจจัย ” ๙ ”
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ๑ ”
ในปุเรชาตปัจจัย ” ๑ ”
ในอาเสวนปัจจัย ” ๑ ”
ในกัมมปัจจัย ” ๙ ”
ในวิปากปัจจัย ” ๙ ”
ในอาหารปัจจัย ” ๙ ”
ในอินทริยปัจจัย ” ๙ ”
ในฌานปัจจัย ” ๙ ”
ในมัคคปัจจัย ” ๙ ”
ในสัมปยุตตปัจจัย ” ๑ ”
ในวิปปยุตตปัจจัย ” ๙ ”
ในอัตถิปัจจัย มี ๙ วาร
ในนัตถิปัจจัย ” ๑ ”
ในวิคตปัจจัย ” ๑ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ๙ ”
จบ อนุโลม
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
{๒๒๕} [๖๐] สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้ซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ... หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น อิตถินทรีย์ ... กพฬิงการาหารอาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับพวกอสัญญสัตว์ ... กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบไม่ได้อาศัยอาโปธาตุเกิดขึ้น ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)(บทที่มีสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้เป็นมูล พึงจัดเป็น ๒ วารแม้นอกนี้ แม้ในฆฏนาก็พึงจัดเป็น ๓ วาร ผู้มีปัญญาทราบแล้วพึงเพิ่มมหาภูตรูปทั้งหมดทั้งภายในและภายนอกเข้าด้วย)
นอารัมมณาทิปัจจัย
{๒๒๖} [๖๑] สภาวธรรมที่กระทบได้อาศัยสภาวธรรมที่กระทบได้เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย (ย่อไว้ทั้งหมด) เพราะโนวิคตปัจจัย
๒.ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๒๒๗} [๖๒] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในนอารัมมณปัจจัย ” ๙ ”
ในนอธิปติปัจจัย ” ๙ ”
ในนอนันตรปัจจัย ” ๙ ”
ในนสมนันตรปัจจัย ” ๙ ”
ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ๙ ”
ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ๙ ”
ในนปุเรชาตปัจจัย ” ๙ ”
ในนปัจฉาชาตปัจจัย ” ๙ ”
ในนอาเสวนปัจจัย ” ๙ ”
ในนกัมมปัจจัย ” ๙ ”
ในนวิปากปัจจัย ” ๙ ”
ในนอาหารปัจจัย ” ๙ ”
ในนอินทริยปัจจัย ” ๙ ”
ในนฌานปัจจัย ” ๙ ”
ในนมัคคปัจจัย ” ๙ ”
ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ๙ ”
ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ๙ ”
ในโนนัตถิปัจจัย มี ๙ วาร
ในโนวิคตปัจจัย ” ๙ ”
จบ ปัจจนียะ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
{๒๒๘} [๖๓] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในนอธิปติปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนอนันตรปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนสมนันตรปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนปุเรชาตปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนปัจฉาชาตปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนอาเสวนปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนกัมมปัจจัย ” ” ๑ ”
ในนวิปากปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๑ ”
โนนัตถิปัจจัย ” ” ๙ ”
ในโนวิคตปัจจัย ” ” ๙ ”
จบ อนุโลมปัจจนียะ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
{๒๒๙} [๖๔] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในอนันตรปัจจัย ” ” ๑ ”
ในสมนันตรปัจจัย ” ” ๑ ”
ในสหชาตปัจจัย ” ” ๙ ”
ในอัญญมัญญปัจจัย ” ” ๖ ”
ในนิสสยปัจจัย ” ” ๙ ”
ในอุปนิสสยปัจจัย ” ” ๑ ”
ในปุเรชาตปัจจัย ” ” ๑ ”
ในอาเสวนปัจจัย ” ” ๑ ”
ในกัมมปัจจัย ” ” ๙ ” ...
ในมัคคปัจจัย ” ” ๑ ”
ในสัมปยุตตปัจจัย ” ” ๑ ”
ในวิปปยุตตปัจจัย ” ” ๙ ”
ในอัตถิปัจจัย ” ” ๙ ”
ในนัตถิปัจจัย ” ” ๑ ”
ในวิคตปัจจัย ” ” ๑ ”
ในอวิคตปัจจัย ” ” ๙ ”
จบ ปัจจนียานุโลม
(จบ ปฏิจจวาร)
(แม้สหชาตวารก็เหมือนกับปฏิจจวาร)
๑๐. สัปปฏิฆทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๒๓๐} [๖๕] สภาวธรรมที่กระทบได้ทำสภาวธรรมที่กระทบได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ทำสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่กระทบไม่ได้ ทำขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปที่กระทบไม่ได้ทำอาโปธาตุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น อิตถินทรีย์ ... กพฬิงการาหารทำอาโปธาตุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)(วารทั้ง ๕ ที่เหลือเหมือนกับปฏิจจวาร)
อารัมมณาทิปัจจัย
{๒๓๑} [๖๖] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ทำสภาวธรรมที่กระทบได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ทำสภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่กระทบไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... ขันธ์ที่กระทบไม่ได้ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ทำสภาวธรรมที่กระทบได้และที่กระทบไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่
End of ปฏิจจวาร