พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · รูปีทุกะ
ปัจจยวาร เล่ม ๔๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๒๖๑–๒๖๗ (Royal Thai)2/4 in รูปีทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เหตุ
๑๑. รูปีทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ รูปีทุกะ ปัจจยวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)
บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 42, pp. 118–121 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 42, pp. 163–167
รูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา รูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ (ปฏิจฺจสทิสํ.) (๑)
รูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา อรูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. วตฺถุํ ปจฺจยา อรูปิโน ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๒)
รูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา รูปี จ อรูปี จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. วตฺถุํ ปจฺจยา อรูปิโน ขนฺธา. มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (เอวํ อวเสสา ปญฺหา, ปวตฺติ ปฏิสนฺธิ วิภชฺชิตพฺพา.) (๓)
สภาวธรรมที่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (วาระที่เหลือก็อย่างนี้ พึงจำแนกปวัตติกาลและปฏิสนธิกาล) (๓)
อารมฺมณ รูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา อรูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ. วตฺถุํ ปจฺจยา อรูปิโน ขนฺธา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
อรูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา อรูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. อรูปึ เอกํ ขนฺธํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (๒)
รูปึ จ อรูปึ จ ธมฺมํ ปจฺจยา อรูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ กายวิญฺญาณสหคตํ ฯเปฯ อรูปึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ, ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ (สงฺขิตฺตํ.) (๓) ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร
อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็นรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูป ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ) (๓)
สุทฺธ เหตุยา นว, อารมฺมเณ ตีณิ, อธิปติยา นว, อนนฺตเร ตีณิ, สมนนฺตเร ตีณิ, สหชาเต นว, อญฺญมญฺเญ ฉ, นิสฺสเย นว, อุปนิสฺสเย ตีณิ, ปุเรชาเต ตีณิ, อาเสวเน ตีณิ, กมฺเม นว ฯเปฯ มคฺเค นว, สมฺปยุตฺเต ตีณิ, วิปฺปยุตฺเต นว, อตฺถิยา นว, นตฺถิยา ตีณิ, วิคเต ตีณิ, อวิคเต นว. อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ. _____ ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๑. วิภงฺควาร
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อนุโลม จบ
นเหตุ รูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา รูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ (๑)
รูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา อรูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ ฯเปฯ กายายตนํ ปจฺจยา กายวิญฺญาณํ. วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา อรูปิโน ขนฺธา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วตฺถุํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๒)
รูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา รูปี จ อรูปี จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. (ปวตฺติปฏิสนฺธิ กาตพฺพา.) (๓)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย (พึงเพิ่มปวัตติกาลและปฏิสนธิกาล) (๓)
อรูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา อรูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ อรูปึ เอกํ ขนฺธํ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)
อรูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา รูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุเก อรูปิโน ขนฺเธ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๒)
อรูปึ ธมฺมํ ปจฺจยา รูปี จ อรูปี จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ อรูปึ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นรูป ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่ง ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)
รูปิญฺจ อรูปิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา รูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุเก อรูปิโน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
รูปิญฺจ อรูปิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา อรูปี ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. จกฺขุวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธญฺจ จกฺขายตนญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ กายวิญฺญาณสหคตํ ฯเปฯ อรูปึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๒)
รูปิญฺจ อรูปิญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา รูปี จ อรูปี จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ อรูปึ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อรูปิโน ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๓) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร
สภาวธรรมที่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นรูป และทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นรูปและที่ไม่เป็นรูปทำสภาวธรรมที่เป็นรูป และที่ไม่เป็นรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่ไม่เป็นรูปและทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)
สุทฺธ นเหตุยา นว, นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว, นอนนฺตเร ตีณิ, นสมนนฺตเร ตีณิ, นอญฺญมญฺเญ ตีณิ, นอุปนิสฺสเย ตีณิ, นปุเรชาเต นว, นปจฺฉาชาเต นว, นอาเสวเน นว, นกมฺเม จตฺตาริ, นวิปาเก นว, นอาหาเร เอกํ, นอินฺทฺริเย เอกํ, นฌาเน จตฺตาริ, นมคฺเค นว, นสมฺปยุตฺเต ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต เทฺว, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ. ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๔ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
ปัจจนียะ จบ
_____ ๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุทุก เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ. (สงฺขิตฺตํ. สพฺเพ กาตพฺพา.) นกมฺเม ตีณิ, นวิปาเก นว, นสมฺปยุตฺเต ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต เอกํ, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ. อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ.
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
(ย่อ พึงเพิ่มทุกวาระ)
นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อนุโลมปัจจนียะ จบ
_____ ๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุทุก นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ, (สพฺเพ กาตพฺพา.) ฯเปฯ ฌาเน นว, มคฺเค ตีณิ ฯเปฯ อวิคเต นว. ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ. (นิสฺสยวาโรปิ ปจฺจยวารสทิโส.) _____ ๑๑. รูปีทุก ๕. สํสฏฺฐวาร
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
(พึงเพิ่มทุกวาระ) ฯลฯ
ฌานปัจจัย ” มี ๙ วาระ
มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
ปัจจนียานุโลม จบ
(นิสสยวารเหมือนกับปัจจยวาร)
End of ปัจจยวาร