พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · นีวรณทุกะ
ปฏิจจวาร เล่ม ๔๒
Text layerBuddha’s wordsItems ๕๗๖–๕๘๓ (Royal Thai)1/4 in นีวรณทุกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ นีวรณทุกะ ปฏิจจวาร (Royal Thai Volume 42 · Mahachula Volume 42 · Mahamakut Volume 88 · Chaloem Phrakiat Volume 42)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 42, pp. 455–461
๘. นีวรณโคจฉกะ
๔๔. นีวรณทุกะ ๑. ปฏิจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๕๗๖} [๑] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัย กามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยพยาปาทนิวรณ์เกิดขึ้น อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยพยาปาทนิวรณ์เกิดขึ้น ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ กุกกุจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยพยาปาทนิวรณ์เกิดขึ้น อุทธัจจนิวรณ์ กุกกุจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยพยาปาทนิวรณ์เกิดขึ้น อุทธัจจนิวรณ์อาศัยวิจิกิจฉานิวรณ์เกิดขึ้น อวิชชานิวรณ์อาศัยอุทธัจจนิวรณ์เกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น ... (พึงผูกให้เป็นจักรนัย) (๓)
[๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... (๒)
สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (๓)[๓] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยกามฉันทนิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ... (พึงผูกให้เป็นจักรนัย) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์และสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ... (๒)สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยขันธ์๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์และกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (พึงผูกให้เป็นจักรนัย ย่อ) (๓)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๕๗๗} [๔] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในอารัมมณปัจจัย ” ๙ ”
ในอธิปติปัจจัย ” ๙ ”
ในอนันตรปัจจัย มี ๙ วาร
ในสมนันตรปัจจัย ” ๙ ”
(ในทุก ๆ ปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาร)
ในวิปากปัจจัย ” ๑ ”
ในอาหารปัจจัย ” ๙ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ๙ ”
จบ อนุโลม
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
{๕๗๘} [๕] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ อวิชชานิวรณ์อาศัยวิจิกิจฉานิวรณ์เกิดขึ้น อวิชชานิวรณ์อาศัยอุทธัจจนิวรณ์ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์ซึ่งเป็นอเหตุกะเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ... (พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงพวกอสัญญสัตว์) (๑)สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ อวิชชานิวรณ์อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเกิดขึ้น (๒)
[๖] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย คือ อวิชชานิวรณ์อาศัยวิจิกิจฉานิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อวิชชานิวรณ์อาศัยอุทธัจจนิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ... (๑)
นอารัมมณาทิปัจจัย
{๕๗๙} [๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุนอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ... (พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงพวกอสัญญสัตว์) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น (ย่อ) เพราะนอธิปติปัจจัย เพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย
นปุเรชาตปัจจัย
{๕๘๐} [๘] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น ในอรูปภูมิ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น ในอรูปภูมิ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยวิจิกิจฉานิวรณ์เกิดขึ้น ในอรูปภูมิ อวิชชานิวรณ์อาศัยอุทธัจจนิวรณ์เกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น (วารที่เหลือทั้งหมดพึงขยายในพิสดาร ควรจัดอรูปภูมิไว้ก่อนรูปภูมิ ควรจัดเข้าภายหลังตามที่จะได้)
[๙] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่เป็นนิวรณ์และกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น (พึงผูกให้เป็นจักรนัย) (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์ และสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์และกามฉันทนิวรณ์เกิดขึ้น (พึงผูกให้เป็นจักรนัย ย่อ) (๓)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๕๘๑} [๑๐] ในนเหตุปัจจัย มี ๔ วาร
ในนอารัมมณปัจจัย ” ๓ ”
ในนอธิปติปัจจัย ” ๙ ”
ในนอนันตรปัจจัย ” ๓ ”
ในนสมนันตรปัจจัย ” ๓ ”
ในนอัญญมัญญปัจจัย ” ๓ ”
ในนอุปนิสสยปัจจัย ” ๓ ”
ในนปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาร
ในนปัจฉาชาตปัจจัย ” ๙ ”
ในนอาเสวนปัจจัย ” ๙ ”
ในนกัมมปัจจัย ” ๓ ”
ในนวิปากปัจจัย ” ๙ ”
ในนอาหารปัจจัย ” ๑ ”
ในนอินทริยปัจจัย ” ๑ ”
ในนฌานปัจจัย ” ๑ ”
ในนมัคคปัจจัย ” ๑ ”
ในนสัมปยุตตปัจจัย ” ๓ ”
ในนวิปปยุตตปัจจัย ” ๙ ”
ในโนนัตถิปัจจัย ” ๓ ”
ในโนวิคตปัจจัย ” ๓ ”
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
{๕๘๒} [๑๑] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในนอธิปติปัจจัย กับ ... ” ๙ ”
(ย่อ)
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
{๕๘๓} [๑๒] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาร ...
ในมัคคปัจจัย กับ ... ” ๓ ” ...
ในอวิคตปัจจัย ” ” ๔ ”
(โดยนัยนี้ แม้สหชาตวาร ก็พึงขยายให้พิสดาร)
๔๔. นีวรณทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๕๘๔} [๑๓] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... (พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงมหาภูตรูปภายใน) ขันธ์ที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)[๑๔] สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์อาศัยสภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์และที่ไม่เป็นนิวรณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยกามฉันทนิวรณ์และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น (พึงผูกให้เป็นจักรนัย) ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจนิวรณ์ อวิชชานิวรณ์อาศัยกามฉันทนิวรณ์และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (พึงผูกให้เป็นจักรนัย) (๑)
End of ปฏิจจวาร