arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน อนุโลมติกปัฏฐาน กุสลัตติกะ · ปัญหาวาร

ข้อ ๖๐๙–๖๒๑ เล่ม ๔๐

Text layerBuddha’s words21/24 in ปัญหาวาร4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ อนุโลมติกปัฏฐาน กุสลัตติกะ ปัญหาวาร ข้อ ๖๐๙–๖๒๑ (Royal Thai Volume 40 · Mahachula Volume 40 · Mahamakut Volume 85 · Chaloem Phrakiat Volume 40)

The Mahamakut edition prints the commentary in the same volumes as the canon, so this text includes commentary.

ไทย (มหามกุฏฯ), vol. 85, pp. 502–510

Page 502

[๖๐๗] ๔. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่

๑. หทยวัตถุที่เกิดก่อน เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย.

[๖๐๘] ๕. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่

๑. หทยวัตถุที่เกิดก่อน เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ ด้วยอำนาจของวิปปยุตตปัจจัย.

๒๑. อัตถิปัจจัย

[๖๐๙] ๑. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ ๓ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย,ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๐] ๒. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

Page 503

มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น สหชาตะ และ ปัจฉาชาตะ

ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่

๑. กุศลขันธ์ที่เกิดพร้อมกัน เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป

ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

ที่เป็น ปัจฉาชาตะ ได้แก่

๑. กุศลขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน

ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๑] ๓. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรมด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏ-ฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๒] ๔. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย,ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๓] ๕. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

Page 504

มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น สหชาตะ และ ปัจจาชาตะ

ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่

๑. อกุศลขันธ์ที่เกิดพร้อมกัน เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป

ด้วยอำนาจของอัตถปัจจัย.

ที่เป็น ปัจฉาชาตะ ได้แก่

๑. อกุศลขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๔] ๖. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากต-ธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแกขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏ-ฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๕] ๗. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

มี ๕ อย่าง คือ ที่เป็น สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัฉาชาตะอาหาระ และ อินทริยะ.

ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่

๑. ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยาที่เกิดพร้อมกันเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย,

Page 505

ขันธ์ เป็นปัจจัยขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย, ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

๒. ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทยวัตถุ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

๓. มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓ ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย, มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑ ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย, มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย, มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อุปาทารูป ที่เป็นจิตตสมุฏฐาน-รูป และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

พาหิรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ.

๔. สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูต-รูป ๓ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, มหภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่มหาภูต-รูป ๑ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูต-รูป ๒ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่อุปาทารูป ที่เป็นจิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ด้วยอำนาจของอัตถ-ปัจจัย.

ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่

Page 506

๑. พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.

๒. พระอรหันต์พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียงกลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์เป็นอนัตตา.

๓. พระอรหันต์ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ.

๔. พระอรหันต์ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.

๕. รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย, สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ ฯ ลฯ รสายตนะ ฯลฯ โผฏ-ฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

๖. จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย.

๗. โสตายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย.

๘. ฆานายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย.

๙. ชิวหายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

๑๐. กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-ปัจจัย.

๑๑. หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบากและอัตยากตกิริยา ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

Page 507

ที่เป็น ปัจฉาชาตะ ได้แก่

ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยาที่เกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

ที่เป็น อาหาระ ได้แก่

กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย .

ที่เป็น อินทริยะ ได้แก่

รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๖] ๘. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่

๑. พระเสขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.

๒. พระเสขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.

๓. พระเสขะหรือปุถุชน เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ.

๔. พระเสขะหรือปุถุชน ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.

๕. หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๗] ๙. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

Page 508

มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น ปุเรชาตะ ได้แก่

๑. บุคคลยินดีเพลิดเพลินซึ่งจักษุ เพราะปรารภซึ่งจักษุนั้น ราคะทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.

๒. บุคคลยินดีเพลิดเพลินโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียงกลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ราคะฯลฯ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ทั้งหลายด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๘] ๑๐. กุศลธรรมและอัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น สหชาตปุเรชาตะ๑ ได้แก่

ขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลที่เกิดพร้อมกัน และหทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๑๙ ] ๑๑. กุศลธรรมและอัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากต-ธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

มี ๓ อย่าง คือ ที่เป็น สหชาตะ ปัจฉาชาตาหาระ๒ ปัจฉาชา-ตินทริยะ๓

ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่

๑. สหชาตปุเรชาตะ หมายถึงที่เป็นสหชาตะรวมกับปุเรชาตะ (มิสสกะ). ๒. หมายถึงปัจฉา-ชาตะรวมกับอาหาร. ๓.หมายถึงปัจฉาชาตะรวมกับอินทริยะ.

Page 509

กุศลขันธ์ที่เกิดพร้อมกันและมหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-รูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

ที่เป็น ปัจฉาชาตาหาระ ได้แก่

กุศลขันธ์ที่เกิดภายหลังและกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

ที่เป็น ปัจฉาชาตินทริยะ ได้แก่

กุศลขันธ์ที่เกิดภายหลังและรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๒๐] ๑๒. อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศล-ธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

มีอย่างเดียว คือ ที่เป็น สหชาตปุเรชาตะ ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลที่เกิดพร้อมกัน และหทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์ ๓ และหทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย, ขันธ์๒ และหทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

[๖๒๑] ๑๓. อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพ-ยากตธรรม ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย

มี ๓ อย่าง คือ ที่เป็น สหชาตะ ปัจฉาชาตาหาระ และ ปัจฉาชา-ตินทริยะ

Page 510

ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่

อกุศลขันธ์ที่เกิดพร้อมกันและมหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏ-ฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

ที่เป็น ปัจฉาชาตาหาระ ได้แก่

อกุศลขันธ์ที่เกิดภายหลังและกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

ที่เป็น ปัจฉาชาตินทริยะ ได้แก่

อกุศลขันธ์ที่เกิดภายหลังและรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

๒๒.นัตถิปัจจัย

[๖๒๒] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของนัตถิ-ปัจจัย

คือ กุศลขันธ์ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ที่เกิดหลังๆด้วยอำนาจของนัตถิปัจจัย ฯ ล ฯ.

พึงให้พิสดารเหมือนอย่างอนันตรปัจจัย.

๒๓. วิคตปัจจัย

[๖๒๓] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของวิคต-ปัจจัย

End of ข้อ ๖๐๙–๖๒๑