arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ · มหาวรรค

เทวสูตร เล่ม ๒๓

Text layerBuddha’s wordsItems ๒๔๓ (Royal Thai)8/10 in มหาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ มหาวรรค เทวสูตร (Royal Thai Volume 23 · Mahachula Volume 23 · Mahamakut Volume 37 · Chaloem Phrakiat Volume 23)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 23, pp. 556–558

Page 556

เพราะเห็นด้วยปัญญา ดูก่อนพราหมณ์ ภิกษุนี้เรียกว่า ‘ได้ถึงที่สุดแห่งโลกแล้ว และอยู่ในที่สุดแห่งโลก ข้ามพ้นตัณหาที่ทำให้ข้องอยู่ในโลกได้แล้ว”

๘. เทวาสุรสังคามสูตร

ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร

{๒๔๓} [๓๙] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทวดากับอสูรได้ประชิดกันแล้ว ก็ในสงครามครั้งนั้น พวกอสูรชนะ พวกเทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่แพ้ได้หนีไป พวกอสูรไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศเหนือ ครั้งนั้นแล พวกเทวดาได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘พวกอสูรรุกไล่ติดตามมา จำเราจะต้องทำสงครามกับพวกอสูรครั้งที่ ๒ อีก’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเทวดาก็ทำสงครามกับพวกอสูรอีกเป็นครั้งที่ ๒ แม้ครั้งที่ ๒ พวกอสูรก็ชนะ พวกเทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่แพ้ได้หนีไป พวกอสูรรุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศเหนือ

ครั้งนั้นแล พวกเทวดาได้มีความคิด อย่างนี้ว่า ‘พวกอสูรรุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำสงครามกับพวกอสูร ครั้งที่ ๓ อีก’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเทวดาทำสงครามกับพวกอสูรอีกเป็นครั้งที่ ๓ แม้ครั้งที่ ๓ พวกอสูรก็ชนะ พวกเทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่แพ้กลัวหนี เข้าไปในเทพบุรี ก็แลพวกเทวดาที่หนีเข้าไปยังเทพบุรีได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บัดนี้ พวกเรามีเครื่องป้องกันตัวแล้ว พวกอสูรจะทำอะไรเราไม่ได้’ แม้พวก อสูรก็มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บัดนี้พวกเทวดามีเครื่องป้องกันตัวแล้ว พวกเราจะทำอะไรไม่ได้’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทวดากับอสูร ได้ประชิดกันแล้ว ก็ในสงครามครั้งนั้น พวกเทวดาชนะ พวกอสูรแพ้ และ

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. <*> ฌาน - ผู้รวบรวม
Page 557

พวกอสูรที่แพ้ได้หนีไป พวกเทวดารุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศใต้ ครั้งนั้นแล พวกอสูรได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘พวกเทวดารุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำ สงครามกับพวกเทวดาแม้ครั้งที่ ๒ อีก’

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกอสูรก็ทำสงครามกับพวกเทวดาอีกเป็นครั้งที่ ๒ แม้ครั้งที่ ๒ พวกเทวดาก็ชนะ พวกอสูรแพ้ และพวกอสูรที่แพ้ได้หนีไปพวก เทวดารุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศใต้ ครั้งนั้นแล พวกอสูรได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘พวกเทวดารุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำสงครามกับพวกเทวดาแม้ครั้งที่ ๓ อีก’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกอสูรก็ทำสงครามกับพวกเทวดาอีกเป็นครั้งที่ ๓ แม้ครั้งที่ ๓ พวกเทวดาก็ชนะ พวกอสูรแพ้ และพวกอสูรที่แพ้ก็กลัวได้หนี เข้าไปยังอสุรบุรี ก็แลพวกอสูรที่หนีเข้าไปยังอสุรบุรีได้มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บัดนี้พวกเรามีเครื่องป้องกันตัวแล้ว พวกเทวดาจะทำอะไรเราไม่ได้’ แม้ พวกเทวดาก็มีความคิดอย่างนี้ว่า

‘บัดนี้พวกอสูรมีเครื่องป้องกันตัวแล้ว พวกเราจะทำอะไรไม่ได้’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล สมัยใด ภิกษุสงัดแล้วจากกาม ... เข้าปฐมฌานอยู่ ... สมัยนั้น ภิกษุมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บัดนี้เรามี เครื่องป้องกันตัวแล้ว มารจะทำอะไรเราไม่ได้’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้มาร ผู้มีใจบาปก็มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บัดนี้ภิกษุมีเครื่องป้องกันตัวแล้ว เราจะทำอะไรไม่ได้’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุเข้าทุติยฌาน ... เข้าตติยฌาน ... เข้า จตุตถฌานอยู่ ... สมัยนั้น ภิกษุมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บัดนี้เรามีเครื่องป้องกันตัวแล้ว มารจะทำอะไรเราไม่ได้’ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้มารผู้มีใจบาปก็มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บัดนี้ภิกษุมีเครื่องป้องกันตัวแล้ว เราจะทำอะไรไม่ได้’ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุล่วงรูปสัญญา ดับปฏิฆสัญญา ไม่ใส่ใจ ถึงนานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวงได้แล้ว เข้าถึงอากาสานัญจายตนฌาน

Page 558

โดยมนสิการว่า ‘อนนฺโต อากาโส อากาศไม่มีที่สุด’ ดังนี้อยู่ สมัยนั้น ภิกษุ นี้เรียกว่า ‘ได้ทำมารให้เป็นที่สุด ให้ติดตามไม่ได้ ปิดตามารสนิท จนมารมองไม่เห็น’

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการ ทั้งปวงได้แล้วเข้าถึงวิญญาณัญจายตนฌาน ... เข้าถึงอากิญจัญญายตนฌาน ... เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ... เข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ แม้อาสวะของเธอก็สิ้นรอบแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา สมัยนั้น ภิกษุนี้เรียกว่า ‘ได้ทำมารให้เป็นที่สุด ให้ติดตามไม่ได้ ปิดตามารสนิท จนมารมองไม่เห็น”

๙. นาคสูตร

ว่าด้วยอุปมาการหาความสงบของพญาช้างกับการปฏิบัติของภิกษุ

{๒๔๔} [๔๐] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด เมื่อพญาช้างป่าเที่ยวหากินอยู่ ช้างพลายบ้าง ช้างพังบ้าง ช้างสะเทินบ้าง ลูกช้างบ้างก็เดินออกหน้าไปกินยอดหญ้าเสียก่อน พญาช้างย่อมอิดหนาระอาใจ รังเกียจด้วยการกระทำนั้นอยู่ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด เมื่อพญาช้างป่าเที่ยวหากินอยู่ ช้างพลายบ้าง ช้างพังบ้าง ช้างสะเทินบ้าง ลูกช้างบ้างก็กินกิ่งไม้ที่พญาช้างหักลงไว้เสีย พญาช้างย่อมอิดหนาระอาใจ รังเกียจด้วยการกระทำนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัย ใด เมื่อพญาช้างป่าลงสู่สระน้ำ ช้างพลายบ้าง ช้างพังบ้าง ช้างสะเทินบ้าง ลูกช้างบ้างก็เดินออกหน้าใช้งวงดูดน้ำให้ขุ่น พญาช้างย่อมอิดหนาระอาใจ รังเกียจด้วยการกระทำนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยใด เมื่อพญาช้างป่าขึ้นจากสระน้ำ ช้างพังทั้งหลายก็เดินเสียดสีกายไป พญาช้างย่อมอิดหนาระอาใจ รังเกียจด้วยการกระทำนั้นดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยนั้น พญาช้างนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘บัดนี้ เราแออัดไปด้วยช้างพลาย ช้างพัง ช้างสะเทิน และลูกช้าง เราได้กินแต่

End of เทวสูตร