พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สติปัฏฐานสังยุต · สีลัฏฐิติวรรค
ฐิติสูตร เล่ม ๑๙
Text layerBuddha’s wordsItems ๗๗๐–๗๗๒ (Royal Thai)2/10 in สีลัฏฐิติวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สติปัฏฐานสังยุต สีลัฏฐิติวรรค ฐิติสูตร (Royal Thai Volume 19 · Mahachula Volume 19 · Mahamakut Volume 30 · Chaloem Phrakiat Volume 19)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 19, pp. 265–266
ท่านภัททะ ศีลที่เป็นกุศลเหล่าใดอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้ว ศีลที่เป็นกุศลเหล่านี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้วเพียงเพื่อเจริญสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้แล”
๒. จิรัฏฐิติสูตร
ว่าด้วยเหตุปัจจัยแห่งความดำรงอยู่ได้นานแห่งพระสัทธรรม
{๗๗๐} [๓๘๘] นิทานต้นสูตรเหมือนกัน
{๗๗๑} ท่านพระภัททะนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้วแลได้ถามท่านพระอานนท์ว่า “ดูก่อนท่านอานนท์ อะไรหนอแลเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ไม่ได้นานในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว และอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้นาน ในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว”ท่านพระอานนท์กล่าวว่า “ดี ๆ ท่านภัททะ ท่านช่างคิด ช่างเฉียบแหลม ช่างไต่ถามดี ก็ท่านถามอย่างนี้ว่า ‘ดูก่อนท่านอานนท์ อะไรหนอแลเป็นเหตุ เป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ไม่ได้นานในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว และอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้นานในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว’ ดังนี้ใช่ไหม”“ใช่อย่างนั้น ท่านผู้มีอายุ”
{๗๗๒} “ดูก่อนท่านผู้มีอายุ เพราะบุคคลไม่ได้เจริญ ไม่ได้ทำให้มากซึ่งสติปัฏฐาน ๔ พระสัทธรรมจึงดำรงอยู่ไม่ได้นานในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว และเพราะบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วซึ่งสติปัฏฐาน ๔ พระสัทธรรมจึงดำรงอยู่ได้นานในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว สติปัฏฐาน ๔ คืออะไรบ้าง คือ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายอยู่
มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ... ย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ดูก่อนท่านผู้มีอายุ เพราะบุคคลไม่ได้เจริญ ไม่ได้ทำให้มากซึ่งสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้แล พระสัทธรรมจึงดำรงอยู่ไม่ได้นานในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว และเพราะบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้วซึ่งสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้<*> แล พระสัทธรรมจึงดำรงอยู่ได้นาน ในเมื่อพระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้ว”
๓. ปริหานสูตร
ว่าด้วยเหตุปัจจัยแห่งความเสื่อมแห่งพระสัทธรรม
{๗๗๓} [๓๘๙] สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์กับท่านพระภัททะอยู่ที่กุกกุฏาราม ใกล้เมืองปาฏลีบุตร ครั้งนั้นแล ท่านพระภัททะออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็นแล้วเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ปราศรัยกับท่านพระอานนท์ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วจึงนั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วได้ถามท่านพระอานนท์ว่า
{๗๗๔} “ดูก่อนท่านอานนท์ อะไรหนอแลเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมเสื่อม และอะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมไม่เสื่อม
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า “ดี ๆ ท่านภัททะ ท่านช่างคิด ช่างเฉียบแหลม ช่างไต่ถามดี ก็ท่านถามอย่างนี้ว่า ‘ดูก่อนท่านอานนท์ อะไรหนอแลเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมเสื่อม อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้พระสัทธรรมไม่เสื่อม’ ดังนี้ใช่ไหม”
“ใช่อย่างนั้น ท่านผู้มีอายุ”
- นี้ - ผู้รวบรวม
End of ฐิติสูตร