พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
สงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว เล่ม ๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๐๑–๔๐๓ (Royal Thai)4/24 in สมุจจยขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ สงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว (Royal Thai Volume 6 · Mahachula Volume 6 · Mahamakut Volume 8 · Chaloem Phrakiat Volume 6)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 6, pp. 232–236
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุทายีนี้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน เธอขอปริวาส ๕ วัน เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๕ วันเพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันแก่ภิกษุอุทายี เธอกำลังอยู่ปริวาส ได้ตัองอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิม เพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักภิกษุอุทายีเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฎฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธออยู่ปริวาสแล้วควรประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ชักภิกษุอุทายีเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงนิ่ง ไม่ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงทักท้วงข้าพเจ้าขอกล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๒ ...
ข้าพเจ้าขอกล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๓ ...
ภิกษุอุทายีอันสงฆ์ชักเข้าหาอาบัติเดิมแล้วเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ชอบใจแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอทรงความข้อนี้ไว้ด้วยอาการอย่างนี้”
การให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว
{๔๐๑}[๑๑๔] ท่านพระอุทายีนั้นอยู่ปริวาสแล้วแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ผมต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน ข้าพเจ้านั้นขอปริวาส ๕ วันเพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิ
ที่ปิดบังไว้ ๕ วันกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๕ วันเพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันแก่ผมนั้น ผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักข้าพเจ้านั้นเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ผมนั้นอยู่ปริวาสแล้ว ควรประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักผมนั้นเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ผมนั้นอยู่ปริวาสแล้ว ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไรต่อไป” ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงให้มานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวแก่ภิกษุอุทายี
วิธีให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว
{๔๐๒}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้มานัต ๖ ราตรีอย่างนี้ คือ ภิกษุอุทายีนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่ง ประนมมือแล้วกล่าวคำขอว่าดังนี้
คำขอมานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว
‘ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน ข้าพเจ้านั้นขอปริวาส ๕ วัน เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๕ วัน เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันแก่ข้าพเจ้านั้น
ข้าพเจ้านั้นกำลังอยู่ปริวาส ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักข้าพเจ้านั้นเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ข้าพเจ้านั้นอยู่ปริวาสแล้วควรประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักข้าพเจ้านั้นเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ท่านเจ้าข้าข้าพเจ้านั้นอยู่ปริวาสแล้วขอมานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวกะสงฆ์’พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ... พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ...
{๔๐๓}ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจุตตถกรรมวาจา ว่าดังนี้
กรรมวาจาให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว
[๑๑๕] ‘ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุทายีนี้ต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน เธอขอปริวาส ๕ วัน เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๕ วันเพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันแก่ภิกษุอุทายี เธอกำลังอยู่ปริวาส ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะ สงฆ์ สงฆ์ได้ชักภิกษุอุทายีเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธออยู่ปริวาสแล้วควรประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้
ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักภิกษุอุทายีเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธออยู่ปริวาสแล้วจึงขอมานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวกะสงฆ์ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้มานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวแก่ภิกษุอุทายี นี่เป็นญัตติ
ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุทายีนี้ต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน เธอขอปริวาส ๕ วันเพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๕ วันเพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันแก่ภิกษุอุทายี เธอกำลังอยู่ปริวาส ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักภิกษุอุทายีเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้
เธออยู่ปริวาสแล้วควรประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักภิกษุอุทายีเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธออยู่ปริวาสแล้วจึงขอมานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวกะสงฆ์ สงฆ์ให้มานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวแก่ภิกษุอุทายี การให้มานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวแก่ภิกษุอุทายีชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงนิ่ง ไม่ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงทักท้วงข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๒ ...
ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๓ ...
มานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวอันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุอุทายีชอบใจแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอทรงความข้อนี้ไว้ด้วยอาการอย่างนี้”
การชักเข้าหาอาบัติเดิมสำหรับภิกษุผู้กำลังประพฤติมานัต
{๔๐๔}[๑๑๖] ท่านพระอุทายีนั้นกำลังประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ผมต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน ผมนั้นจึงขอปริวาส ๕ วันเพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๕ วันเพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วันแก่ผมนั้น ผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์
สงฆ์ได้ชักผมนั้นเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ผมนั้นอยู่ปริวาสแล้ว ควรประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ จึงขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักผมนั้นเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ผมนั้นอยู่ปริวาสแล้ว ขอมานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้มานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติ ๓ ตัวแก่ผมนั้น ผมนั้นกำลังประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไร” ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
End of สงฆ์ให้มานัตเพื่ออาบัติ ๓ ตัว