พระวินัยปิฎก จุลวรรค · สมุจจยขันธกะ
สงฆ์ให้ปักขปริวาส เล่ม ๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๑๕–๔๑๗ (Royal Thai)7/24 in สมุจจยขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก จุลวรรค สมุจจยขันธกะ สงฆ์ให้ปักขปริวาส (Royal Thai Volume 6 · Mahachula Volume 6 · Mahamakut Volume 8 · Chaloem Phrakiat Volume 6)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 6, pp. 246–248
อาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอการชักเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ชักภิกษุอุทายีเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอมานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้มานัต ๖ ราตรีเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ไม่ได้ปิดบังไว้แก่ภิกษุอุทายี เธอประพฤติมานัตแล้ว ขออัพภานกะสงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุอุทายี นี่เป็นญัตติท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุทายีนี้ต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน ... เธอประพฤติมานัตแล้ว ขออัพภานกะสงฆ์ สงฆ์อัพภานภิกษุอุทายี การอัพภานภิกษุอุทายีชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงนิ่ง ไม่ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงทักท้วง
ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๒ ...
ข้าพเจ้ากล่าวความ่นี้แม้ครั้งที่ ๓ ...
ภิกษุอุทายีอันสงฆ์อัพภานแล้วชอบใจแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอทรงความข้อนี้ไว้ด้วยอาการอย่างนี้”
ปริวาสสำหรับอาบัติที่ปิดไว้ ๑ ปักษ์ (ปักขปริวาส)
{๔๑๕}[๑๒๑] สมัยต่อมา ท่านพระอุทายีต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ เธอแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ผมต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไรต่อไป” ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงให้ปักขปริวาส คือ ปริวาส ๑ ปักษ์เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ แก่ภิกษุอุทายี
วิธีให้ปักขปริวาส
{๔๑๖}ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้ปริวาส ๑ ปักษ์อย่างนี้ คือ ภิกษุอุทายีนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่ง ประนมมือแล้วกล่าวคำขอว่าดังนี้
คำขอปักขปริวาส
‘ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้นขอปริวาส ๑ ปักษ์เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์กะสงฆ์’
พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ... พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ...
{๔๑๗}ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจดุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้
กรรมวาจาให้ปักขปริวาส
[๑๒๒] ‘ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุทายีนี้ตัองอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ เธอขอปริวาส ๑ ปักษ์ เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์กะสงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ปริวาส ๑ ปักษ์เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์แก่ภิกษุอุทายี นี่เป็นญัตติท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุอุทายีนี้ตัองอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ เธอขอปริวาส ๑ ปักษ์เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์กะสงฆ์ สงฆ์
ได้ไห้ปริวาส ๑ ปักษ์ เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์แก่ภิกษุอุทายี การให้ปริวาส ๑ ปักษ์เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์แก่ภิกษุอุทายีชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงนิ่ง ไม่ชอบใจแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงทักท้วง
ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๒ ...
ข้าพเจ้ากล่าวความนี้แม้ครั้งที่ ๓ ...
ปริวาส ๑ ปักษ์เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ สงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุอุทายีชอบใจแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอทรงความข้อนี้ไว้ด้วยอาการอย่างนี้”
การชักภิกษุผู้กำลังอยู่ปักขปริวาสเข้าหาอาบัติเดิม
{๔๑๘}[๑๒๓] ท่านพระอุทายีนั้นกำลังอยู่ปริวาส ได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน จึงแจ้งแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ผมต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์ ผมนั้นขอปริวาส ๑ ปักษ์เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ ปักษ์เพื่ออาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๑ ปักษ์แก่ผมนั้น ผมนั้นกำลังอยู่ปริวาสได้ต้องอาบัติตัวหนึ่งชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน ผมจะพึงปฏิบัติอย่างไรต่อไป” ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงชักภิกษุอุทายีเข้าหาอาบัติเดิมเพื่ออาบัติตัวหนึ่งในระหว่างชื่อสัญเจตนิกาสุกกวิสัฏฐิที่ปิดบังไว้ ๕ วัน แล้วให้สโมธานปริวาสคือปริวาสประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน
End of สงฆ์ให้ปักขปริวาส