พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ภิกขุนีขันธกะ
หัวข้อประจำขันธกะ เล่ม ๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๑๓ (Royal Thai)20/20 in ภิกขุนีขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระวินัยปิฎก จุลวรรค ภิกขุนีขันธกะ หัวข้อประจำขันธกะ (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 7, pp. 406–412
หัวข้อประจำขันธกะ
{๖๑๓} เรื่องพระนางโคตมีทูลขอบวช พระตถาคตไม่ทรง อนุญาต เรื่องพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ฝึกเวไนยเสด็จจาก พระนครกบิลพัสดุไปพระนครเวสาลี
เรื่องพระนางโคตมีมีพระวรกายหมักหมมด้วยละอองได้ ชี้แจงแก่พระอานนท์ที่ซุ้มประตู เรื่องพระอานนท์ทูลขอ โดยนัยว่ามาตุคามเป็นภัพพบุคคล พระนางโคตมีเป็นพระ มาตุจฉา เป็นผู้เลี้ยงดู
เรื่องครุธรรม ๘ ที่ภิกษุณีพึงประพฤติตลอดชีวิต คือ ภิกษุณีบวชตั้งร้อยปีต้องกราบไหว้ภิกษุแม้บวชในวันนั้น ๑ ไม่พึงจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ๑ หวังธรรม ๒ อย่าง ๑ ปวารณาในสงฆ์สองฝ่าย ๑ ต้องอาบัติหนัก ๑ พึงแสวงหา อุปสมบทเพื่อสิกขมานาผู้ศึกษาครบ ๒ ปีแล้ว ๑ ไม่ด่า ภิกษุ ๑ เปิดโอกาสให้ภิกษุว่ากล่าว ๑ เรื่องการรับครุธรรม ๘ ข้อนั้นเป็นอุปสัมปทาของพระนางโคตมีเรื่องพรหมจรรย์อันจะตั้งอยู่ถึง ๑,๐๐๐ ปี และตั้งอยู่ได้ เพียง ๕๐๐ ปี ความเสื่อมแห่งสัทธรรม เปรียบด้วยโจรลัก ทรัพย์ หนอนขยอก เพลี้ยทำลายพืช
อีกอย่างหนึ่ง ความตั้งมั่นแห่งสัทธรรมเปรียบด้วย กั้นทำนบ เรื่องให้อุปสมบทภิกษุณี เรื่องแม่เจ้าเป็น อนุปสัมบัน เรื่องอภิวาทตามลำดับผู้แก่
เรื่องไม่ทำอภิวาท เรื่องสิกขาบทที่ทั่วไปและไม่ทั่วไป จักกระทำอย่างไร เรื่องโอวาท เรื่องปาติโมกข์ เรื่องใคร แสดงปาติโมกข์ เรื่องเข้าไปแสดงถึงที่พำนักภิกษุณี
เรื่องไม่รู้ เรื่องบอก เรื่องไม่ทำคืน เรื่องภิกษุรับอาบัติ เรื่องให้ภิกษุบอกให้ภิกษุณีรับอาบัติ
เรื่องชาวบ้านติเตียน เรื่องให้ภิกษุบอกให้ทำกรรม เรื่องทะเลาะ เรื่องยกมอบ เรื่องอันเตวาสินีของภิกษุณี อุบลวรรณา
เรื่องรดนํ้าโคลนในพระนครสาวัตถี เรื่องไม่ควร ไหว้ เรื่องเปิดกาย เปิดขาอ่อน เปิดองค์กำเนิด เรื่องภิกษุ พูดเกี้ยว เรื่องพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ชักจูง
เรื่องไม่ควรไหว้ เรื่องทัณฑกรรม ฝ่ายภิกษุณีก็ เหมือนกัน เรื่องห้าม เรื่องงดโอวาท เรื่องควรหรือไม่ เรื่องหลีก
เรื่องภิกษุโง่เขลา เรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องไม่ให้คำ วินิจฉัย เรื่องภิกษุณีสงฆ์ไม่ไปรับโอวาท เรื่องภิกษุณี ๕ รูปรับโอวาท เรื่องภิกษุณี ๒-๓ รูปไปรับโอวาทแทน เรื่องภิกษุณีไม่รับโอวาท เรื่องภิกษุณีโง่เขลา เรื่องภิกษุ อาพาธ เรื่องภิกษุเตรียมจะเดินทางเรื่องภิกษุณีอยู่ป่า เรื่องไม่บอก เรื่องไม่นำกลับมา บอก เรื่องผ้ากายพันธ์ยาว เรื่องแผ่นไม้สาน แผ่นหนัง ผ้า ช้องผ้า เกลียวผ้า ผ้าผืนน้อย ช้องผ้าผืนน้อย เกลียวผ้าน้อย
ช้องถักด้วยด้าย เกลียวด้าย เรื่องกระดูกคางโค เรื่องนวดหลังมือ หลังเท้า ขาอ่อน หน้า ริมฝีปาก ด้วยไม้มีรูปร่างเหมือนคางโค เรื่องทาหน้า ถูหน้า ผัด หน้า เจิมหน้า ย้อมตัว ย้อมหน้า ย้อมทั้งตัวทั้งหน้า
ทั้งสองอย่าง เรื่องแต้มหน้าทาแก้ม เยี่ยมหน้าต่าง ยืนแอบประตูให้ผู้อื่นทำการฟ้อนรำ
ตั้งสำนักหญิงแพศยา ตั้งร้านขายสุรา ขายเนื้อ ตั้งร้านขายของชำ ประกอบการหากำไร ประกอบการ ค้าขาย ใช้ทาส ทาสี กรรมกรชาย กรรมกรหญิง ให้บำรุง
ให้สัตว์ดิรัจฉานบำรุง ขายของสดและของสุก ใช้ สันถัตขนเจียมหล่อ เรื่องใช้จีวร สีคราม สีเหลือง สีแดง สีบานเย็น สีดำ สีแสด สีชมพู ไม่ตัดชาย มี ชายยาว มีชายเป็นลายดอก มีชายเป็นลายผลไม้ สวมเสื้อ สวมหมวกเรื่องเมื่อภิกษุณี สิกขมานา สามเณรีถึงมรณภาพ ภิกษุณีเป็นใหญ่ในบริขารที่ภิกษุณีเป็นต้นมอบถวาย
เรื่องเมื่อภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และใครอื่น ปลงบริขารให้ ภิกษุเป็นใหญ่
เรื่องภิกษุณีเคยเป็นนักมวยปลํ้า เรื่องครรภ์ เรื่อง ก้นบาตร เรื่องนิมิต เรื่องอามิสมากมาย อามิสเหลือเฟือ ยิ่ง อามิสที่ทำการสะสมไว้
อามิสเช่นใดของภิกษุทั้งหลายในหนหลัง ของภิกษุณี ทั้งหลายก็เช่นนั้น เรื่องเสนาสนะเปื้อนระดู เรื่องผ้า
เรื่องเชือกขาด เรื่องใช้เชือกผูกสะเอวตลอดกาล เรื่องภิกษุณีปรากฏว่าไม่มีนิมิตบ้าง มีสักแต่ว่านิมิตบ้าง ไม่มีโลหิตบ้าง มีโลหิตเสมอบ้าง
มีผ้าซับในเสมอ และมีน้ำมูตรกะปริบกะปรอย มี เดือย เป็นหญิงบัณเฑาะก์บ้าง เป็นหญิงคล้ายชายบ้าง เป็นหญิงมีมรรคระคนกันบ้าง เป็นหญิงสองเพศบ้าง
เรื่องถามอันตรายิกธรรม ตั้งแต่คำว่าหานิมิตมิได้ จนถึงอุภโตพยัญชนก หลังจากเปยยาลไป ถามดังนี้ โรคเรื้อน ฝี โรคกลาก โรคมองคร่อ ลมบ้าหมู เป็น มนุษย์หรือ เป็นหญิงหรือ เป็นไทหรือ ไม่มีหนี้สินหรือ ไม่ใช่ราชภัฏหรือ มารดาบิดา สามีอนุญาตแล้วหรือ มีอายุครบ ๒๐ ปีเแล้วหรือ มีบาตรจีวรครบแล้วหรือ ชื่ออะไร ปวัตตินีของเธอชื่ออะไร รวม ๒๔ อย่าง แล้ว ให้อุปสมบทเรื่องอุปสัมปทาเปกขะยังไม่ได้สอนซ้อม กระดากใน ท่ามกลางสงฆ์ก็เหมือนกัน เรื่องถืออุปัชฌาย์ เรื่องบอก สังฆาฏิ อุตตราสงค์ อันตรวาสก
เรื่องผ้ารัด ผ้าอาบน้ำ บอกแล้วส่งไป เรื่อง ภิกษุณีโง่เขลา เรื่องภิกษุณีไม่ได้รับสมมติ ขอร้องถาม อันตรายิกธรรม
เรื่องอุปสมบทในสงฆ์ฝ่ายเดียวต้องอุปสมบทใน ภิกษุสงฆ์อีก เรื่องบอกฉายา ฤดู วัน ข้อเบ็ดเสร็จ นิสสัย ๓ อกรณียกิจ ๘ เรื่องกาล เรื่องภิกษุณี ๘ รูปในที่ทุกแห่ง เรื่องภิกษุณีไม่ปวารณา และไม่ปวารณากะภิกษุสงฆ์
เรื่องโกลาหล เรื่องปวารณาก่อนอาหาร เรื่อง ปวารณาเวลาพลบคํ่า เรื่องภิกษุณีสงฆ์โกลาหล เรื่อง
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ทรงห้ามไม่ ให้ภิกษุณีงดอุโบสถ ปวารณา กระทำการไต่สวน เริ่ม อนุวาทาธิกรณ์
ทำโอกาส สืบพยานโจทก์ และให้การ แต่ทรง อนุญาตให้ภิกษุทำอย่างนั้นแก่ภิกษุณีได้
เรื่องยาน เรื่องภิกษุณีอาพาธ เรื่องยานที่ลาก เรื่อง การกระทบกระทั่งแห่งยาน เรื่องนางอัฑฒกาสี เรื่อง ภิกษุ สิกขมานา สามเณร สามเณรีเป็นทูต เรื่องทูต โง่เขลาเรื่องภิกษุณีอยู่ป่า เรื่องอุบาสกถวายโรงเก็บของ เรื่องที่พำนัก นวกรรมไม่พอ เรื่องภิกษุณีตั้งครรภ์อยู่ แต่ลำพังไม่ได้
เรื่องร่วมเรือน เรื่องอาบัติหนัก เรื่องไม่บอกลาสิกขา เรื่องเข้ารีตเดียรถีย์ เรื่องไม่ยินดีอภิวาท เรื่องปลงผม เรื่องตัดเล็บ รักษาแผล
เรื่องภิกษุณีนั่งคู้บัลลังก์ เรื่องภิกษุณีอาพาธ เรื่อง ถ่ายอุจจาระ เรื่องอาบน้ำด้วยจุรณ เรื่องดินอบ เรื่อง อาบน้ำในเรือนไฟ เรื่องอาบน้ำทวนกระแส เรื่อง อาบน้ำในที่มิใช่ท่า เรื่องอาบน้ำที่ท่าสำหรับผู้ชายอาบพระนางมหาโคตมีและพระอานนท์ทูลขอโดยแยบอาย บริษัทบรรพชาในศาสนาของพระชินเจ้าครบ ๔ เหล่า
พระพุทธเจ้าทรงแสดงขันธกะนี้ไว้เพื่อประโยชน์ ให้เกิดความสังเวชและความเจริญแห่งพระสัทธรรม เหมือนเภสัชสำหรับระงับความกระวนกระวายฉะนั้นแม้มาตุคามเหล่าอื่นที่ทรงฝึกแล้วในพระสัทธรรม อย่างนี้ มาตุคามเหล่านั้นย่อมไปสู่สถานอันไม่จุติ ซึ่ง ไปแล้วไม่เศร้าโศกแล
จบ ภิกขุนีขันธกะ
๑. มหากัสสปัตเถรวัตถุ
ว่าด้วยเรื่องพระมหากัสสปเถระ
ต้นเรื่องสังคายนาครั้งแรก
{๖๑๔} [๔๓๗] ครั้งนั้นแล ท่านพระมหากัสสปะ ได้เล่าเรื่องแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่า “ท่านทั้งหลาย ครั้งหนึ่งเราออกจากเมืองปาวาเดินทางไกลไปเมือง กุสินารากับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ครั้งนั้น เราแวะจากทาง แล้วนั่งพักอยู่ที่โคนไม้ต้นหนึ่ง สมัยนั้น อาชีวกผู้หนึ่งถือดอกมณฑารพ ในเมืองกุสินาราเดินทางไกลมาสู่เมืองปาวา เราได้เห็นอาชีวกนั้นเดินทาง มาแต่ไกลเทียว ครั้นแล้วได้ถามอาชีวกนั้นว่า ‘ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ท่านทราบ ข่าวพระศาสดาของเราบ้างไหม’ อาชีวกตอบว่า ‘ใช่ ผู้มีอายุ เราทราบอยู่ พระสมณโคดมปรินิพพานได้ ๗ วันเข้าวันนี้แล้ว ดอกมณฑารพนี้เราถือมา จากที่ปรินิพพานนั้น’ ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ภิกษุทั้งหลายที่ยังไม่ปราศจาก ราคะในที่นั้น บางพวกประคองแขนคร่ำครวญอยู่ ล้มกลิ้งเกลือกไปมา เหมือนคนที่มีเท้าขาดไป พลางรำพันว่า ‘พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จ
- ๑ปัญจสติกขันธกะ ตอนว่าด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ รูปทำสังคายนา เป็นขันธกะที่มีเนื้อหาว่าด้วย มูลเหตุแห่งการทำสังคายนาครั้งแรก (สังคายนา แปลว่า การสวดพร้อมกัน หมายถึงการ ร้อยกรองพระธรรมวินัยให้เป็นหมวดหมู่ หรือการประชุมตรวจชำระสอบทานและจัดหมวดหมู่ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าวางเป็นแบบแผนอันเดียวกัน) ซึ่งพระสังคีติกาจารย์ผู้ทำสังคายนา ครั้งที่ ๓ ได้บรรจุเพิ่มเติมไว้ในท้ายคัมภีร์จุลลวรรคนี้ มี ๓ หัวข้อ คือ (๑) มหากัสสปัตเถรวัตถุ ว่าด้วยเรื่องพระมหากัสสปเถระปรารภเหตุทำสังคายนา (๒) ขุททานุขุททกสิกขาปทกถา ว่าด้วยเรื่องสิกขาบทเล็กน้อย (๓) พรหมทัณฑกถา ว่าด้วยเรื่องพรหมทัณฑ์
- ๒อาชีวก คือนักบวชชีเปลือยพวกหนึ่งในครั้งพุทธกาล (วิ.อ. ๓/๘๘) เป็นสาวกของมักขลิโคศาล
- ๓ดอกมณฑารพ ดอกไม้ทิพย์ คือดอกไม้สวรรค์ที่ตกลงมาอย่างมากมายดาดาษทั่วเมืองกุสินารา เพื่อบูชาพระพุทธสรีระในวันเสด็จดับขันธปรินิพพาน (นัย ที.มหา.อ. ๒๐๖)
End of หัวข้อประจำขันธกะ