arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ภิกขุนีขันธกะ

พุทธานุญาตให้แสดงปาติโมกข์ เล่ม ๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๒๔–๕๒๕ (Royal Thai)3/20 in ภิกขุนีขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

ทรงอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ภิกขุนีขันธกะ พุทธานุญาตให้แสดงปาติโมกข์ (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 7, pp. 240–240 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 7, pp. 324–325

บาลี (มหาจุฬาฯ)

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ภิกฺขุนีนํ ปาติโมกฺขํ น อุทฺทิสนฺติ.(๑) เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิกฺขุนีนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุนฺติ. อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ “เกน นุ โข ภิกฺขุนีนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพนฺ”ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุนฺติ.

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู ภิกฺขุนูปสฺสยํ อุปสงฺกมิตฺวา ภิกฺขุนีนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ “ชายาโย อิมา อิเมสํ, ชาริโย อิมา อิเมสํ, อิทานิ อิเม อิมาหิ สทฺธึ อภิรมิสฺสนฺตี”ติ. อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขิยฺยนฺนาตํ วิปาเจนฺตานํ. อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. น ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ, โย อุทฺทิเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิกฺขุนีหิ ภิกฺขุนีนํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตุนฺติ. ภิกฺขุนิโย น ชานนฺติ “เอวํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพนฺ”ติ. เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ ภิกฺขเว ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีนํ อาจิกฺขิตุํ “เอวํ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิเสยฺยาถา”ติ.

Footnotes (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. 1ฉ.ม.อิ. เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขุนีนํ ปาติโมกฺขํ น อุทฺทิสิยติ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายไม่ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง แก่ภิกษุณีทั้งหลาย” ต่อมา ภิกษุทั้งหลายได้ปรึกษากันดังนี้ว่า “ใครหนอควรยก ปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย”ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายยก ปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย”

สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเข้าไปถึงสำนักของภิกษุณีทั้งหลายแล้วยกปาติโมกข์ขึ้น แสดง

คนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ภิกษุณีเหล่านี้เป็นภรรยาของภิกษุ เหล่านี้ ภิกษุณีเหล่านี้เป็นชู้ของภิกษุเหล่านี้ บัดนี้ ภิกษุเหล่านี้จะอภิรมย์กับภิกษุณี เหล่านี้”บรรดาภิกษุผู้มักน้อยได้ยินคนทั้งหลายตำหนิ ประณาม โพนทะนา จึงนำเรื่อง นี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ารับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายไม่พึงยก ปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลาย รูปใดยกขึ้นแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุณีทั้งหลายยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลายด้วยกัน”ภิกษุณีทั้งหลายไม่ทราบว่า “จะยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงอย่างไร”

ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีภาคให้ทรงทราบ

พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายอธิบาย ให้ภิกษุณีทั้งหลายทราบว่า พึงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดงอย่างนี้”

End of พุทธานุญาตให้แสดงปาติโมกข์