arnon.worldSign in

พระวินัยปิฎก จุลวรรค · ขุททกวัตถุขันธกะ

เรื่องจีวร เล่ม ๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๕–๗๑ (Royal Thai)7/27 in ขุททกวัตถุขันธกะ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระวินัยปิฎก จุลวรรค ขุททกวัตถุขันธกะ เรื่องจีวร (Royal Thai Volume 7 · Mahachula Volume 7 · Mahamakut Volume 9 · Chaloem Phrakiat Volume 7)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 7, pp. 25–32

Page 25

{๕๓} สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งใช้ของบังสุกุลทุกอย่างเป็นวัตร เธอใช้บาตร กะโหลกผี สตรีผู้หนึ่งเห็นเข้า ก็กลัวร้องเสียงหลงว่าผู้นี้เป็นปีศาจแน่ ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนพระสมณะเชื้อสาย พระศากยบุตรจึงได้ใช้บาตรกะโหลกผีเหมือนพวกปีศาจเล่า” ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้กะโหลกผี รูปใดใช้ ต้องอาบัติ ทุกกฏ อนึ่ง ภิกษุไม่พึงใช้ของบังสุกุลทุกอย่าง รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ”

{๕๔} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายใช้บาตรรับเศษอาหารบ้าง ก้างบ้าง นํ้าบ้วน ปากบ้าง ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “พระสมณะเชื้อ สายพระศากยบุตรเหล่านี้ใช้บาตรต่างกระโถน” ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้บาตรรับเศษอาหาร ก้าง หรือ น้ำบ้วนปาก รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เราอนุญาตให้ใช้กระโถน”

พระพุทธานุญาตเรื่องเย็บจีวร

{๕๕} [๒๕๖] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายใช้มือฉีกผ้าแล้วเย็บเป็นจีวร กัน จีวรมีแนวไม่เสมอกัน ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้มีดมีผ้าพัน”

{๕๖} สมัยต่อมา มีดมีด้ามเกิดขึ้นแก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้มีดมีด้าม”

{๕๗} สมัยต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ใช้ด้ามมีดชนิดต่าง ๆ คือ มีดทำด้วย ทอง ทำด้วยเงิน ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือน

Page 26

พวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม” ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้ด้ามมีดชนิดต่าง ๆ รูปใดใช้ ต้อง อาบัติทุกกฏ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ด้ามมีดที่ทำด้วยกระดูก งา เขา ไม้อ้อ ไม้ไผ่ ไม้ธรรมดา ครั่ง เมล็ดผลไม้ โลหะ และเปลือกสังข์”{๕๘} ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายใช้ขนไก่บ้าง ไม้กลัดบ้าง เย็บจีวรกัน จีวรเย็บแล้วไม่ดี ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้เข็ม”

เข็มขึ้นสนิม ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้กลองเข็ม”

แม้ในกล่องเข็มก็ยังขึ้นสนิม ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้โรยด้วยแป้งข้าวหมาก”

แม้ในแป้งข้าวหมาก เข็มก็ยังขึ้นสนิม ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้โรยด้วยแป้งเจือขมิ้นผง”

แม้ในแป้งเจือขมิ้นผง เข็มก็ยังขึ้นสนิมได้ ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ผงหิน”

แม้ในผงหิน เข็มก็ยังขึ้นสนิม … ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทาด้วยขี้ผึ้ง”

ผงหินแตก ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ผ้ามัดขี้ผึ้งพอกผงหิน”

Page 27

พระพุทธานุญาตไม้สะดึงเป็นต้น

{๕๙} ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายตอกหลักลงในที่นั้น ๆ แล้วผูกขึง เย็บจีวรกัน จีวรเสียมุม ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้สะดึง เชือกผูกไม้สะดึง เพื่อ ให้ผูกลงในที่นั้น ๆ แล้วเย็บจีวร”

ภิกษุทั้งหลายขึงไม้สะดึงในที่ไม่เรียบ ไม้สะดึงหัก พระผู้มีพระ ภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงขึงไม้สะดึงในที่ไม่เรียบ รูปใดขึง ต้องอาบัติทุกกฏ”

ภิกษุทั้งหลายขึงไม้สะดึงบนพื้นดิน ไม้สะดึงเปื้อนฝุ่น ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้หญ้ารอง”

ขอบไม้สะดึงชำรุด ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ดามขอบเหมือนดามผ้าอนุวาต”

ไม้สะดึงไม่พอ … ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้สะดึงเล็ก ไม้ประกับซี่ไม้สำหรับ สอดเข้าในระหว่างจีวรสองชั้น เชือกรัดแม่สะดึงอันในกับแม่สะดึงอันนอก ด้ายผูกจีวรลงกับแม่สะดึงอันใน เพื่อขึงแล้วเย็บจีวร”ด้ายเกษียนภายในไม่เสมอ ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทำหมาย”

เส้นด้ายคด ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตด้ายตีเส้น”

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ด้ายเกษียน หมายถึงระยะแนวด้ายที่กะกำหนดไว้ (ดู เกษียน : พจนานุกรม)
Page 28

{๖๐} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายมิได้ล้างเท้าเหยียบไม้สะดึง ไม้สะดึง เสียหาย ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุมิได้ล้างเท้าไม่พึงเหยียบไม้สะดึง รูปใด เหยียบ ต้องอาบัติทุกกฏ”

{๖๑} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายมีเท้าเปียกเหยียบไม้สะดึง ไม้สะดึง เสียหาย ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุมีเท้าเปียกไม่พึงเหยียบไม้สะดึง รูปใด เหยียบ ต้องอาบัติทุกกฏ”

{๖๒} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายสวมรองเท้าเหยียบไม้สะดึง ไม้สะดึง เสียหาย ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสวมรองเท้าไม่พึงเหยียบไม้สะดึง รูปใด เหยียบ ต้องอาบัติทุกกฏ”

พระพุทธานุญาตให้ใช้ปลอกสวมนิ้วมือเป็นต้น

{๖๓} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเย็บจีวร รับเข็มด้วยนิ้วมือ นิ้วมือเจ็บ ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ปลอกสวมนิ้วมือ”

{๖๔} [๒๕๗] สมัยต่อมา พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ใช้ปลอกสวมนิ้วมือชนิดต่าง ๆ คือ ทำด้วยทอง ทำด้วยเงิน ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา

Page 29

ว่าเหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้ปลอกสวมนิ้วมือชนิดต่าง ๆ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้ปลอกสวมนิ้วมือที่ทำด้วย กระดูก งา เขา ไม้อ้อ ไม้ไผ่ ไม้ธรรมดา ครั่ง เมล็ดผลไม้ โลหะ และ เปลือกสังข์”

{๖๕} สมัยต่อมา เข็มบ้าง มีดบ้าง ปลอกสวมนิ้วมือบ้างหายไป ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกล่องเก็บเครื่องเย็บผ้า”

ภิกษุทั้งหลายมัวสาละวนอยู่แต่กล่องเก็บเครื่องเย็บผ้า ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตถุงเก็บปลอกนิ้วมือ”

สายโยกไม่มี ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสายโยกเป็นด้ายถัก”

พระพุทธานุญาตโรงสะดึงเป็นต้น

{๖๖} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเย็บจีวรอยู่ในที่แจ้งกัน ลำบากด้วยความ หนาวบ้าง ร้อนบ้าง จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตโรงสะดึง ปะรำสะดึง”

โรงสะดึงมีพื้นต่ำ นํ้าท่วมถึง ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

Page 30

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ถมพื้นที่ให้สูง”

ดินที่ถมพังลงมา … ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ก่อฐานดินที่ถม ๓ แบบ คือ ก่อ ด้วยอิฐ ๑ ก่อด้วยศิลา ๑ ก่อด้วยไม้ ๑”

ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงลำบาก ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบันได ๓ แบบ คือ บันไดอิฐ ๑ บันไดหิน ๑ บันไดไม้ ๑”

ภิกษุทั้งหลายขึ้นลงพลัดตกลงมา ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตราวสำหรับยึด”

{๖๗} สมัยต่อมา ผงหญ้าที่มุงในโรงสะดึงตกลงมา ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้รื้อลงแล้วฉาบด้วยดินทั้งข้างนอก ข้างใน ให้มีสีขาวสีดำ ระบายสีด้วยดินสอพอง จำหลักเป็นพวงดอกไม้ เครือไม้ ฟันมังกร ดอกจอกห้ากลีบ ราวจีวร สายระเดียงจีวร”{๖๘} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายเย็บจีวรเสร็จแล้ว ทิ้งไม้สะดึงไว้ในที่นั้นเอง แล้วหลีกไป ไม้สะดึงถูกหนูบ้างปลวกบ้างกัดกิน ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ม้วนไม้สะดึงเก็บไว้”

ไม้สะดึงหัก ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สอดท่อนไม้เข้าไปแล้วม้วนไม้ สะดึง”

ไม้สะดึงคลี่ออก ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเชือกผูก”

Page 31

{๖๙} สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายยกไม้สะดึงไปเก็บไว้ที่ฝาบ้าง ที่เสาบ้างแล้ว หลีกไป ไม้สะดึงล้มลงมาหัก ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่ พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้แขวนไว้ที่เดือยข้างฝา หรือที่ไม้ นาคทนต์”

พระพุทธานุญาตสายโยกเป็นด้ายถัก

{๗๐} [๒๕๘] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์ ตามพระพุทธาภิรมย์ แล้วเสด็จจาริกไปทางพระนครเวสาลี สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายใช้บาตรใส่เข็มบ้าง มีดบ้าง เครื่องยาบ้างเดินทาง ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตถุงเก็บเครื่องยา”

สายโยกไม่มี ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสายโยกเป็นด้ายถัก”

{๗๑} สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งใช้ประคดเอวผูกรองเท้าเข้าไปบิณฑบาตใน หมู่บ้าน อุบาสกผู้หนึ่งกราบภิกษุรูปนั้น ศีรษะกระทบรองเท้า ภิกษุรูปนั้น ขวยใจ ครั้นเธอกลับไปถึงวัดแล้วแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตถุงเก็บรองเท้า”

สายโยกไม่มี ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสายโยกเป็นด้ายถัก”

Page 32

พระพุทธานุญาตผ้าและกระบอกกรองน้ำ

{๗๒} สมัยนั้น น้ำในระหว่างทางเป็นอกัปปิยะ ผ้าสำหรับกรองน้ำไม่มี ภิกษุ ทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้ากรองน้ำ”

ชิ้นผ้าไม่พอ ... ตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้ากรองทำรูปคล้ายกระชอน”

ชิ้นผ้าก็ยังไม่พอ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระ ภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ใช้กระบอกกรองนํ้า”

เรื่องภิกษุหวงผ้ากรองนํ้า

{๗๓} [๒๕๙] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุ ๒ รูปเดินทางไกลไปแถวชนบทแคว้น โกศล ภิกษุรูปหนึ่งประพฤติอนาจาร ภิกษุเพื่อนเตือนภิกษุรูปนั้นว่า “คุณ อย่าทำอย่างนั้นเลย อาวุโส การทำนี้ไม่ควร” ภิกษุนั้นผูกโกรธภิกษุเพื่อน รูปนั้น ต่อมา ภิกษุเพื่อนรูปนั้นกระหายนํ้า จึงพูดอ้อนวอนภิกษุรูปที่ผูกโกรธ ว่า “โปรดให้ผ้ากรองนํ้าแก่ผม ผมจักดื่มนํ้า” ภิกษุรูปที่ผูกโกรธไม่ยอมให้ ภิกษุเพื่อนผู้กระหายนํ้าถึงมรณภาพ ครั้นภิกษุรูปที่ผูกโกรธไปถึงวัดแล้วเล่า เรื่องนั้นให้ภิกษุทั้งหลายฟังภิกษุทั้งหลายถามว่า “อาวุโส ท่านถูกเพื่อนอ้อนวอนขอผ้ากรองนํ้าก็ ไม่ให้เทียวหรือ” เธอรับว่า “อย่างนั้น ขอรับ”

บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างก็พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุถูกขอผ้ากรองนํ้าอยู่ จึงได้ไม่ยอมให้กันเล่า” แล้วกราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

End of เรื่องจีวร